ประธานสภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ แห่ง รีพับลิกัน ทิ้ง ทรัมป์ ประกาศวางมือการเมือง

พอล ไรอัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐอเมริกา ประกาศจะไม่ลงเลือกตั้งอีกสมัย ทำให้พรรคต้นสังกัดของเขาต้องเผชิญความท้าทายในการรักษาที่นั่งในสภาล่างในการเลือกตั้งกลางเทอมใน เดือน พ.ย. นี้ ขณะที่ พรรคเดโมแครต คู่แข่งสำคัญ ต้องการอีก 23 ที่นั่งเพื่อทวงคืนเสียงข้างมากในสภาฯ หลังสูญเสียให้แก่รีพับลิกันในปี 2011

นายไรอันเป็นหนึ่งใน ส.ส. สังกัดพรรครีพับลิกันเกือบ 30 คน ที่ประกาศว่ามีแผนว่าจะร่วมเกษียณอายุการเมืองในปีนี้

ในระหว่างการแถลงข่าววานนี้ (11 เม.ย.) นายไรอันอธิบายเหตุผลในการตัดสินใจวางมือการเมืองว่าเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับครอบครัว

"อย่างที่พวกคุณรู้ว่าผมไม่ได้ต้องการทำงานตรงนี้และผมรับหน้าที่อย่างไม่เต็มใจ" นายไรอันกล่าว ก่อนพูดเสริมว่า "แต่ที่ผ่านมาผมได้ทุ่มเททุกสิ่งอย่างเพื่องานนี้และผมไม่ได้เสียใจใด ๆ"

ไรอัน พร้อมภริยา และบุตรสาว หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เมื่อ พ.ย. 2016

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ไรอัน พร้อมภริยา และบุตรสาว

ทว่าเขากลับไปย้ำคำเดิมว่า "โดยข้อเท็จจริงมันง่ายมากที่จะเอาทุกอย่างไปจากชีวิตคุณ และคุณคงปล่อยให้เป็นแบบนี้อีกไม่ได้"

นายไรอันในวัย 48 ปี ผู้เป็นคุณพ่อลูกสาม บอกว่าเขาไม่ต้องการให้ลูกทั้งสามคนเข้าใจว่าเขาเป็นเพียง "คุณพ่อสุดสัปดาห์" เท่านั้น

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ภายหลังทราบข่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สังกัดพรรคเดียวกัน ได้ทวีตข้อความว่า "ประธานสภาฯ ไรอัน เป็นคนดีที่แท้จริง แม้เขาไม่ประสงค์จะลงเลือกตั้งอีกสมัย แต่เขาได้ทิ้งความสำเร็จเอาไว้โดยไม่มีใครตั้งคำถามได้"

นายไรอันเคยออกมายอมรับว่า แม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับนายทรัมป์มักมีเรื่องไม่ลงรอยกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ทั้งสองก็มีความคิดเห็นหลายอย่างเห็นพ้องกัน

ไรอัน "หนีเรือล่ม" ?

ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงวอชิงตัน วิเคราะห์ว่า การประกาศวางมือทางการเมืองของนายไรอัน ซึ่งเป็น ส.ส. จากรัฐวิสคอนซิน อาจเป็นการชิง "หนีเรือล่ม" ซึ่งในการเลือกตั้งช่วงกลางเทอมที่จะมีขึ้น แม้มีการคาดหมายกันว่าพรรครีพับลิกันจะกำชัยเหนือกว่า ทว่าอาจมีจำนวนที่นั่งในสภาฯ ลดลง ซึ่งส่งผลต่อการผ่านร่างกฎหมายสำคัญ ๆ ดังนั้นแทนที่จะกระโจนลงไปกับเรือลำเดิม หรือมีชะตากรรมแบบเดียวกับ นายทอม โฟลีย์ อดีตประธานสภาฯ ที่ต้องสูญเสียเก้าอี้ในการเลือกตั้งกลางปี 1994 นายไรอันก็ชิงกระโดดออกจากเรือเสีย ซึ่งเขาไม่ใช่คนแรกของพรรครีพับลิกันที่ทำเช่นนี้ เพราะคาดว่าจะมี ส.ส. ระดับแกนนำนำของรีพับลิกันอีกหลายคนเดินตามรอยเขา

นายไรอันทำหน้าที่สภาฯ มานาน 19 ปี โดยเข้าสภาฯ ครั้งแรกในปี 1999 ด้วยวัยเพียง 28 ปี และรักษาเก้าอี้ ส.ส. ไว้ได้ถึง 10 สมัย ก่อนได้รับเลือกให้เป็นแคนดิเดตรองประธานาธิบดีคู่กับนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกันปี 2012 ทว่าได้แพ้ให้กับนายบารัค โอบามา ที่รักษาเก้าอี้ผู้นำของสหรัฐฯ ไว้ได้เป็นสมัยที่ 2 ทั้งนี้นายโอบามาเคยยกให้นายไรอันผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมจัด "เป็นผู้นำในอุดมคติของพรรครีพับลิกัน"ขณะที่นายรอมนีย์ชี้ว่าคู่หูของเขา "เป็นบุคคลที่จะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ" ต่อมาปี 2015 นายไรอันได้รับเลือกให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ คนที่ 54 ของสหรัฐฯ ต่อจากนายจอห์น เบห์นเนอร์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง

มิตร์ กับไรอัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มิตต์ รอมนีย์ (ซ้าย) กับไรอัน ระหว่างหาเสียงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2012

เว็บไซต์ Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวคนสนิทของนายไรอันว่า เขาเป็นผู้สนับสนุนตัวยงให้มีการปฏิรูปภาษี และพร้อมสละเก้าอี้หลังจากร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งเขาทำมันได้สำเร็จเมื่อสภาฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวในเดือน ธ.ค. 2017 โดยถือเป็น "ชัยชนะทางกฎหมายครั้งแรก" ของประธานาธิบดีทรัมป์นับจากเข้ารับตำแหน่งในเดือน ม.ค. ปีเดียวกัน

ผลที่ตามมาจากคำประกาศ "สละเรือ" ของไรอัน

  • ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่ามีตัวเก็ง 2 คนคือ นายเควิน เเม็คคาร์ธี ส.ส. จากรัฐเเคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้นำเสียงข้างมากในสภาฯ และ นายสตีฟ สกาลิส ส.ส. จากรัฐหลุยเซียนา ซึ่งทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) เสียงข้างมากในสภา
  • ศึกเลือกตั้งกลางเทอม คะแนนเสียงของผู้สมัคร ส.ส. จากพรรครีพับลิกัน อาจหดหาย จากความไม่นิยมชมชอบในตัวของประธานาธิบดีทรัมป์