You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ซัคเคอร์เบิร์ก "ขอโทษ” กลางสภาคองเกรส ยอมรับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทเฟซบุ๊ก บอกกับวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่าบริษัทของเขากำลังต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับผู้ปฏิบัติการในรัสเซียที่กำลังหาทางใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์
"นี่คือการแข่งขันกันติดอาวุธ พวกเขาเก่งขึ้นเรื่อย ๆ" ซัคเคอร์เบิร์กกล่าว
ซีอีโอเฟซบุ๊กเข้าให้การกับคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐฯ วานนี้ (10 เม.ย.) หลังเกิดกรณีอื้อฉาวจากการที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก 87 ล้านราย ถูกล้วงข้อมูลโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการเมืองของอังกฤษ "เคมบริดจ์ อนาลิติกา" เพื่อช่วยเหลือโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2016 เขาต้องตอบคำถามหลายข้อเกี่ยวกับประเด็นนี้
นอกจากนี้เขายังเปิดเผยด้วยว่า โรเบิร์ต มูลเลอร์ ที่ปรึกษาพิเศษ ผู้ดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สอบสวนพนักงานของเฟซบุ๊กหลายคน โดยที่เขาไม่อยู่ในกลุ่มที่ถูกสอบสวน
"งานของเรากับที่ปรึกษาพิเศษเป็นความลับ และผมต้องการให้แน่ใจว่าในเวทีที่เปิดกว้าง ผมจะไม่เปิดเผยเรื่องที่เป็นความลับ" ซัคเคอร์เบิร์กกล่าว
เมื่อเดือน ก.พ. ชุดสอบสวนกรณีการแทรกแซงของรัสเซียของมูลเลอร์ ได้ตั้งข้อหาชาวรัสเซีย 13 คน รวมทั้งบริษัทสัญชาติรัสเซียอีก 3 แห่ง หนึ่งในนั้นคือบริษัท Internet Research Agency ซึ่งมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในการสร้างความแตกแยกในระบบการเมืองอเมริกัน
ซีอีโอเฟซบุ๊กบอกว่า บริษัทของเขากำลังพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ในการเปิดโปงบัญชีผู้ใช้งานปลอม
"มีคนในรัสเซียที่ทำงานด้วยการหาทางใช้ประโยชน์จากระบบของเรา และระบบอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ หรือระบบอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เราจำเป็นต้องลงทุนเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นด้วย" ซัคเคอร์เบิร์กระบุ
ในช่วงต้น ซัคเคอร์เบิร์กได้อ่านแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรส โดยยอมรับว่าไม่ได้มองความรับผิดชอบของเราอย่างรอบด้านพอ "นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ มันเป็นความผิดพลาดของผม และผมขอโทษ"
นอกจากนี้ในระหว่างการเข้าให้ข้อมูลกับสภาคองเกรส ซัคเคอร์เบิร์กได้ทิ้ง "วรรคทอง" ไว้ ดังนี้
- "เป็นที่ชัดเจนตอนนี้ว่าเราไม่ได้ทำอะไรมากพอในการป้องกันไม่ให้เครื่องมือเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด"
- "เมื่อมองย้อนกลับ มันเป็นความผิดพลาดอย่างชัดเจน" ที่เชื่อว่าเคมบริดจ์ อนาลิติกาได้ลบข้อมูล โดยไม่ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม
- เขา "ไม่รู้สึก" ว่าเฟซบุ๊กเป็นระบบผูกขาด
- การจัดการกับคำพูดที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง (เฮท สปีช) โดยระบบอัตโนมัติมี "อัตราความผิดพลาดสูงกว่าระดับที่ผมพอใจ"
- เขามีความกังวลส่วนตัวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ภายในบริษัทของเขาจะมีความเอนเอียงทางการเมือง
เมื่อกระบวนการไต่สวนจบลงในยกแรก ราคาหุ้นของเฟซบุ๊คเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 5 เนื่องจากนักลงทุนในตลาดหุ้นตอบรับกับคำชี้แจงและการแสดงออกของซัคเคอร์เบิร์ก