คลังขั้วโลก “สวาลบาร์ด” มียอดสะสมเมล็ดพันธุ์พืชกว่า 1 ล้านชนิดแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
คลังเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ด (Svalbard Global Seed Vault) ในประเทศนอร์เวย์ แถลงว่าขณะนี้มียอดนำฝากเมล็ดพันธุ์พืชจากทั่วโลกให้เก็บสำรองไว้มากกว่า 1 ล้านชนิดแล้ว หลังได้เปิดดำเนินงานมาครบ 10 ปีเต็ม
เมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) มีการนำฝากเมล็ดพันธุ์พืชเพิ่มขึ้นอีกกว่า 70,000 ชนิด โดยรัฐบาลของหลายประเทศทั่วโลกได้นำเมล็ดพันธุ์พืชประจำถิ่นมาฝากเก็บสำรองไว้ เพื่อเบิกใช้ในกรณีฉุกเฉิน หากเมล็ดพันธุ์พืชสำคัญในประเทศถูกทำลายจนหมดสิ้นด้วยหายนะภัยอย่างใดอย่างหนึ่งในอนาคต
ยอดนำฝากเมล็ดพันธุ์พืชครั้งล่าสุด ทำให้ขณะนี้คลังเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ดมียอดสะสมเมล็ดพันธุ์พืชแล้วทั้งสิ้น 1,059,646 ชนิดพันธุ์ โดยจำนวนนี้ไม่นับรวมเมล็ดพันธุ์พืชเศรษฐกิจที่รัฐบาลซีเรียเพิ่งเบิกถอนออกไป 90,000 ชนิดพันธุ์ เพื่อนำไปใช้เพาะปลูกทดแทนเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ในคลังภายในประเทศ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้เนื่องจากเหตุสงครามกลางเมือง
ในบรรดาเมล็ดพันธุ์พืชที่มีการนำฝากครั้งนี้ รวมไปถึงธัญพืชอย่างข้าวและข้าวโพดหลากหลายชนิดพันธุ์ พืชที่เป็นอาหารหลักประจำถิ่นของเอเชียและแอฟริกา รวมทั้งพืชหายากหลายชนิด เช่นมันฝรั่งเอสโทเนีย และข้าวบาร์เลย์ที่ใช้ในการผลิตคราฟต์เบียร์ของชาวไอริช

ที่มาของภาพ, IRELAND DEPARTMENT OF AGRICUL
คลังเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ดเริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. 2008 ซึ่งเท่ากับได้ดำเนินงานมาครบ 10 ปีเต็มแล้ว โดยจะเปิดรับฝากเมล็ดพันธุ์พืชปีละ 2 ครั้ง เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในอุโมงค์ที่เจาะลึกกว่า 120 เมตรเข้าไปใต้ภูเขาในแถบขั้วโลกเหนือที่มีอุณหภูมิเย็นเยียบ โดยเมล็ดพืชจะถูกทำให้แห้งและแช่แข็งไว้ในอุณหภูมิลบ 18 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เก็บรักษาไว้ได้เป็นเวลานานหลายร้อยปีหรือนับพันปี
ในกรณีที่เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ได้รับความเสียหายจนหมดสิ้นไปจากโลก ก็ยังสามารถนำเมล็ดพันธุ์ที่เก็บรักษาไว้ในคลังแห่งนี้ออกมาเพาะพันธุ์ใหม่ได้ โดยเมล็ดพันธุ์พืชที่อยู่ในคลังจะได้รับการคุ้มกันให้ปลอดภัยจากหายนะต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือภัยจากมนุษย์
เมื่อต้นปีที่แล้วได้มีการเสริมความแข็งแกร่งให้กำแพงป้องกันน้ำท่วม ที่อุโมงค์ทางเข้าคลังเมล็ดพันธุ์พืชโลก เนื่องจากเกรงว่าน้ำที่ละลายจากชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (Permafrost) เพราะภาวะโลกร้อน อาจไหลซึมเข้าไปสร้างความเสียหายแก่เมล็ดพันธุ์พืชได้





