แนะตรวจสุขภาพนกพิราบช่วยชี้วัดผลกระทบมลพิษในอากาศ

นกพิราบ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คณะนักวิทยาศาสตร์อเมริกันเสนอให้ใช้นกพิราบที่บินอยู่เป็นฝูงตามเมืองใหญ่ทั่วไป เป็นตัวชี้วัดคุณภาพอากาศ ทั้งในด้านของระดับมลพิษและผลกระทบที่มีต่อร่างกายมนุษย์ โดยการตรวจสุขภาพนกพิราบที่มีลักษณะทางชีววิทยาและความเป็นอยู่คล้ายคนเรา จะให้ผลการตรวจสอบมลพิษทางอากาศที่แม่นยำได้

ดร.รีเบกคา คาลีซี ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเดวิส หนึ่งในคณะนักวิทยาศาสตร์ผู้เสนอแนวคิดดังกล่าวบอกว่า นกพิราบนั้นดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันกับมนุษย์ โดยรับเอาอากาศ น้ำ อาหาร และสารปนเปื้อนต่าง ๆ เข้าไปเหมือนกันในปริมาณที่เป็นสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทำให้เหมาะจะใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมชั้นดี

ผลการวิจัยของ ดร.คาลีซีและคณะก่อนหน้านี้ ซึ่งตรวจสุขภาพนกพิราบป่วย 825 ตัวจากย่านแมนฮัตตันระหว่างปี 2010-2015 ชี้ว่านกกลุ่มดังกล่าวมีปริมาณสารตะกั่วในเลือดสูง โดยระดับของสารตะกั่วในตัวนกเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษในฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เด็ก ๆ ในย่านดังกล่าวมีปริมาณของสารตะกั่วในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งยังเพิ่มขึ้นเป็นอัตราสัดส่วนที่สอดคล้องระหว่างคนกับนกที่อาศัยในพื้นที่แถบเดียวกันด้วย

ส่วนผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ในเนเธอร์แลนด์และบราซิลก็ยืนยันเช่นกันว่า นกพิราบสามารถเป็นตัวชี้วัดมลพิษในอากาศได้ โดยพบว่าระดับของสารตะกั่วในตัวนกพิราบที่กรุงอัมสเตอร์ดัมเปลี่ยนแปลงไปตามความหนาแน่นของการจราจร และสารปนเปื้อนที่ติดอยู่ตามขนนกพิราบในเมืองใหญ่ของบราซิล ชี้ว่ามีสารตะกั่ว แคดเมียม และโครเมียมสูงกว่านกพิราบที่อยู่ในเมืองห่างไกลออกไป

ดร.คาลีซีอธิบายว่า "การใช้นกพิราบเป็นตัวชี้วัดมลพิษในอากาศนั้น มีข้อดีกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรงที่มันเป็นสิ่งมีชีวิต จึงสามารถติดตามดูผลกระทบของมลพิษและสารปนเปื้อนที่มีต่อร่างกายได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสารตะกั่ว โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง หรือเชื้อโรคต่าง ๆ"

"นกพิราบยังมีระบบการทำงานของร่างกายคล้ายมนุษย์มากด้วย ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนกพิราบอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ ก็น่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่นกัน" ดร.คาลีซีกล่าว

คนสู้มลพิษ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นกพิราบมีลักษณะบางอย่างคล้ายมนุษย์อย่างคาดไม่ถึง โดยเป็นหนึ่งในนกเพียง 3 ชนิด ที่สามารถหลั่งน้ำนมจากกระเพาะพักอาหาร (Crop) ออกมาเลี้ยงลูกนกได้เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและมนุษย์ทั่วไป ส่วนนกอีกสองชนิดที่มีความสามารถนี้คือนกฟลามิงโกและเพนกวินจักรพรรดิเพศผู้

คณะวิจัยของ ดร.คาลีซี กำลังพัฒนาวิธีการมาตรฐานเพื่อตรวจสอบมลพิษทางอากาศจากร่างกายของนกพิราบอยู่ โดยจะตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาดังกล่าว ในวารสารวิชาการ Journal of Hormones and Behavior เร็ว ๆ นี้