แอร์บัสอาจเลิกผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้ A380

ที่มาของภาพ, EPA
แอร์บัสบริษัทผลิตอากาศยานของยุโรป ระบุว่าจะเลิกผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้ A 380 หากไม่มีคำสั่งซื้อมากเพียงพอ
นายจอห์น เลฮีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายของแอร์บัสเปิดเผยว่าหากสายการบินเอมิเรตส์ของดูไบ ซึ่งเป็นลูกค้ารายสำคัญไม่สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นดังกล่าวอีกต่อไป บริษัทก็อาจต้องยุติการผลิต อย่างไรก็ดี แอร์บัสยังมีความหวังว่าจะทำความตกลงกับสายการบินเอมิเรตส์ได้
บริษัทแอร์บัส ระบุด้วยว่าสายการบินเอมิเรตส์น่าจะเป็นสายการบินเพียงสายเดียวที่สามารถซื้อเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้ได้อย่างน้อย 6 ลำต่อปี เป็นระยะเวลา 8-10 ปี
แอร์บัสออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ในเวลาเดียวกับที่บริษัทออกมาเปิดเผยว่าได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินเมื่อปีที่แล้วมากกว่าโบอิ้ง บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินซึ่งเป็นคู่แข่ง และเป็นเช่นนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว
โดยแอร์บัสได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบิน 1,109 ลำ และส่งมอบ 718 ลำเมื่อปีที่แล้ว ส่วนโบอิ้ง ได้รับคำสั่งซื้อ 912 ลำ และส่งมอบได้ 763 ลำ
เครื่องบินสองชั้น
โครงการผลิตเครื่องบินแอร์บัส A380 เริ่มขึ้นเมื่อช่วงต้นทศวรรษ 1990 เพื่อเจาะตลาดเครื่องบินโบอิ้ง 747 โดยการพัฒนาเครื่องบินแอร์บัส A380 ลำแรก เริ่มขึ้นเมื่อต้นปี 1993
แอร์บัส A380 เป็นเครื่องบินสองชั้นที่ออกแบบมาให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกตามความต้องการของสายการบินที่เป็นลูกค้า เช่น บาร์ ห้องเสริมสวย และร้านค้าปลอดภาษี
นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2007 มีคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A380 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แล้ว 317 ลำ โดยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นผู้เริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ทำการบินจากสิงคโปร์ไปซิดนีย์
ขณะที่สายการบินแควนตัส เริ่มทำการบินโดยเครื่องบินแอร์บัส A380 ในปีถัดไป ในเส้นทางเมลเบิร์น-ลอสแองเจลิส ส่วนแอร์ฟรานซ์ และลุฟต์ฮันซ่า ต่างก็มีเครื่องบินรุ่นนี้ประจำฝูงบิน แต่เอมิเรตส์เป็นสายการบินที่สั่งซื้อ A380 มากที่สุด









