วันเกิดท่านผู้นำ แต่ทำไมเงียบเหงา?

ปฏิทินปี 2018 ที่เพิ่งจะตีพิมพ์ในเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, TBS

คำบรรยายภาพ, ปฏิทินปี 2018 ของเกาหลีเหนือ ไม่มีการระบุถึงวันคล้ายวันเกิดของ นายคิม จอง อึน ซึ่งคาดว่าคือวันที่ 8 ม.ค.

นอกจากปฏิทินปีใหม่ 2018 ที่เพิ่งจะตีพิมพ์ในเกาหลีเหนือ ไม่มีการระบุถึงวันคล้ายวันเกิดของ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ หรือกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการที่สำคัญของชาติ แม้ว่าเขาจะปกครองเกาหลีเหนือมาแล้ว 6 ปี แต่ในวันที่เชื่อว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดจริงของเขาในที่ 8 มกราคม ก็ยังไม่มีการเฉลิมฉลองใด ๆ กันในเกาหลีเหนือด้วย

โตเกียวบรอดแคสติงซิสเตม (TBS) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ในญี่ปุ่น รายงานว่า มีการคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าวันคล้ายวันเกิดของนายคิม จอง อึน คือวันที่ 8 มกราคม แต่ในปฏิทินปี 2018 ของเกาหลีเหนือกลับไม่มีการระบุว่าเป็นวันสำคัญของชาติ ทว่าเป็นเพียงวันจันทร์ธรรมดา ๆ วันหนึ่งเท่านั้น

การที่เกาหลีเหนือไม่ได้จัดการเฉลิมฉลองใด ๆ ให้ผู้นำคนสำคัญ ทำให้เกิดการคาดหมายไปต่าง ๆ นานา

เด็กเกินกว่าจะจัดงานเฉลิมฉลองให้?

มีผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าการที่เกาหลีเหนือยังไม่กำหนดให้วันเกิดของนายคิม จอง อึน เป็นวันหยุดราชการประจำปีก็เพื่อเน้นย้ำให้เห็นว่านายคิม ยังคงรักษาธรรมเนียมโบราณในเรื่องการไว้ทุกข์ให้บิดาที่ต้องรอให้ผ่านพ้นไป 3-5 ปีเสียก่อน อย่างไรก็ดี นายคิม จอง อิล เสียชีวิตมาเป็นเวลา 6 ปี แล้ว ดังนั้นการคิดว่าเขาต้องการรอให้ออกทุกข์ก่อนถึงจะเฉลิมฉลองวันเกิดจึง ไม่น่าจะถูกต้องอีกต่อไป

นักวิชาการอีกส่วนอ้างว่านายคิมนั้นเด็กเกินไปที่จะกำหนดให้วันเกิดของเขาเป็นวันหยุดราชการประจำปี เพราะในกรณีของนายคิม อิล ซุง และนายคิม จอง อิล นั้น ทั้งสองมีอายุ 62 และ 40 ปี ตามลำดับตอนที่เกาหลีเหนือกำหนดให้วันเกิดของอดีตผู้นำทั้งสองคนเป็นวันหยุดราชการประจำปี ขณะที่นายคิม จอง อึน นั้นเกิดเมื่อปี 1984 และเพิ่งจะมีอายุ 34 ปีเท่านั้น

คนในเกาหลีเหนือถือว่าการมีอายุครบ 40 ปี ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ และยังหมายถึงการไม่อยู่ในภาวะ "ครึ่ง ๆ กลาง ๆ" อีกต่อไป ดังนั้น คนเกาหลีเหนือที่จับตามองเรื่องนี้หลายคนคิดว่าเมื่อนายคิม อายุถึง 40 ปีเมื่อใด ก็จะได้รับเกียรติไม่ต่างจากบิดาและปู่

นายคิม ยัง ยุน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกาหลีเหนือประจำมหาวิทยาลัยดองกุก ในกรุงโซล กล่าวว่า "แม้โดยแท้จริงแล้วนายคิมจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่คงเป็นการกดดันมากเกินไปที่ผู้นำอายุน้อยอย่างนายคิมจะกำหนดวันเกิดของตัวเองให้เป็นวันหยุดราชการ"

ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้กล่าวด้วยว่า นายคิมนั้นเป็นห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาประชาคมโลก และ "คงไม่ต้องการให้จุดสนใจทั้งในและนอกประเทศ กลายเป็นเรื่องของการหลงใหลผู้นำอายุน้อย"

เชื่อกันว่าวันคล้ายวันเกิดของผู้นำเกาหลีเหนือคือวันที่ 8 มกราคม

ที่มาของภาพ, Getty Images

บ้างก็คาดหมายกันว่าการที่นายคิมไม่ได้เฉลิมฉลองวันเกิดนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับมารดาของเขา

นสพ.ออนไลน์เดลี เอ็นเค ในเกาหลีใต้ รายงานว่า นายคิมเป็นห่วงว่าคนเกาหลีเหนือจะล่วงรู้ว่ามารดาของเขามีภูมิหลังที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น โดยนางโค ยัง ฮุย นั้นเกิดในครอบครัวชาวเกาหลี ที่เมืองโอซากา แต่ย้ายไปอยู่เกาหลีเหนือเมื่อต้นทศวรรษ 1960 ภายใต้โครงการส่งกลับประเทศ ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในเกาหลีเหนือ มารดาของนายคิม ทำงานเป็นนักเต้นประจำคณะ Mansudae Art Troupe ในกรุงเปียงยาง ก่อนที่จะแต่งงานกับบิดาของนายคิม จอง อึน และสิ่งนี้อาจจะก่อให้เกิดคำถามถึงความชอบธรรมในการก้าวขึ้นเป็นผู้ปกครองประเทศของนายคิม และความสัมพันธ์ของเขากับสายตระกูลที่ปกครองเกาหลีเหนือ

สำหรับเหตุการณ์ใกล้เคียงที่สุดที่เกาหลีเหนือแสดงการรับรู้ถึงวันเกิดของนายคิม จอง อึน คือเมื่อปี 2014 ซึ่งตอนนั้นนายเดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาสเกตบอลชื่อดังชาวอเมริกัน ร้องเพลง "แฮปปี้เบิร์ธเดย์" อวยพรวันเกิดให้นายคิม หลังจากโชว์เล่นบาสเกตบอลในกรุงเปียงยาง ซึ่งในขณะนั้น แม้คนภายนอกประเทศจะได้ดูวิดีโอการแสดงของอดีตนักบาสดาวดังแห่งเอ็นบีเอ แต่คนในเกาหลีเหนือเองกลับไม่ทราบเรื่องนี้

Kim Jong-un and Dennis Rodman met on the North Korean leader's alleged birthday in 2014

ที่มาของภาพ, KCNA

คำบรรยายภาพ, ภาพการพบกันของ คิม จอง อึน และ เดนนิส ร็อดแมน ในวันที่คาดว่าเป็นวันเกิดของนายคิมปี 2014

ปฏิทินเกาหลีเหนือเปลี่ยนจากภาพทหารเป็นภาพสินค้า

ปฏิทินปี 2018 ของเกาหลีเหนือที่ TBS ได้รับ ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไปตามโรงแรม และร้านหนังสือในเกาหลีเหนือ รวมทั้งร้านอาหารเกาหลีเหนือในต่างแดน เป็นปฏิทินภาพสินค้าที่ผลิตในเกาหลีเหนือ เช่น สุรา โสม และรองเท้า แตกต่างจากภาพปฏิทินในอดีตที่มักเป็นภาพสมาชิกตระกูลคิม หรือภาพทางการทหาร

เว็บไซต์ข่าว เดลี เอ็นเค ที่มีสำนักงานในกรุงโซล ระบุว่า ปฏิทินปีนี้ของเกาหลีเหนือเริ่มเปลี่ยนแนวไปเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าของเกาหลีเหนือ รวมทั้งภาพทิวทัศน์ และอาหาร ซึ่งบ่งชี้ว่ายอดขายปฏิทินแนวโฆษณาชวนเชื่อได้ตกต่ำลง