ลีลาการพลิ้วของทรัมป์ในการเยือนเอเชีย ทำเอานักวิเคราะห์ "มึน" และเทคะแนนให้จีนแทน

นโยบายอเมริกามาก่อน หรือ อเมริกาเฟิร์ส ของทรัมป์ จะเปิดทางให้จีนขึ้นมามีอิทธิพลในเอเชียมากกว่าเดิมหรือไม่?

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นโยบายอเมริกามาก่อน หรือ อเมริกาเฟิร์ส ของทรัมป์ จะเปิดทางให้จีนขึ้นมามีอิทธิพลในเอเชียมากกว่าเดิมหรือไม่?

โดย อาลีม มักบูล

บีบีซีนิวส์

แรกสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เริ่มด้วยการประณามผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเขาก็พูดว่าหวังว่าจะเป็นเพื่อนกันได้ในอนาคต

นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อยของ ลีลาการพลิ้วสับขาหลอกของทรัมป์ในการเยือนประเทศเอเชีย 5 ประเทศที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันจันทร์ (13) ซึ่งทำให้ทั้งนักวิเคราะห์ ผู้สันทัดกรณี และอื่น ๆ ต้องเกาหัวกันยกใหญ่

เราจะถอดความหมายของลีลาเช่นนี้ว่าอย่างไร?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังจะกลับบ้าน พร้อมกับคำพูดที่ว่าเขามีประสบการณ์ที่ดีมากในเอเชีย

แน่นอนว่าผู้นำสหรัฐฯ ได้รับการต้อนรับและปฏิบัติต่อราวกับราชาในทุกที่ที่เขาไป และก็เห็นได้ชัดว่าเขาชื่นชอบการได้รับเกียรติและการเยินยออย่างสูงเช่นนี้ เมื่อเขาได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ เขาก็เป็นแขกที่สุภาพยิ่ง ไม่ได้แสดงบทร้ายออกมาเหมือนตอนอยู่ในบ้าน "สุภาพยิ่ง"หมายถึงเขาไม่แตะเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือเรื่องประชาธิปไตยให้ทิ่มแทงใจผู้นำคนใดในเอเชียที่มีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศของตนแม้แต่น้อย

การล้อเลียนความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือ ที่หน้าสถานกงสุลสหรัฐฯในฮ่องกงเมื่อต้นปี

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การล้อเลียนความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือ ที่หน้าสถานกงสุลสหรัฐฯในฮ่องกงเมื่อต้นปี

มีอยู่เพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาทิ่มแทงคนอื่นด้วยโวหารก็คือเมื่อเกาหลีเหนือท้าทายด้วยการเรียกว่าเขา "ผู้เฒ่า" อย่างที่เคยเรียกมาหลายครา ทรัมป์ก็ไม่ลังเลเลยที่จะตอบโต้ว่าคิมจองอึนนั้นทั้งเตี้ยและอ้วน แต่นอกนั้นเขาก็ประพฤติตัวดีมีสง่าและไว้หน้าผู้นำประเทศในเอเชียตลอดการเยี่ยมเยือน

หรืออาจจะเป็นเพราะว่าบรรดาผู้นำคนอื่น ๆ ในเอเชียเป็นเจ้าบ้านที่ดีเยี่ยม และเตรียมตัวมาพร้อมเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะกระตุ้นความไม่พอใจของทรัมป์ และก็รู้ด้วยว่าจะ "ปลดอาวุธ"ของเขาอย่างไร นั่นคือใช้การยกย่องชมเชย

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่นกล่าวว่าโดนัลด์ ทรัมป์นั้นเป็น "คนที่เขาชอบที่สุด" ที่จะเล่นกอล์ฟด้วย

ประธานาธิบดีทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอาเบะแถลงข่าวร่วมกันเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอาเบะแถลงข่าวร่วมกันเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน

ส่วนประธานาธิบดีมุนแจอินของเกาหลีใต้ก็บอกกับทรัมป์ว่าเขานั้นได้ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว และเมื่อกล่าวแนะนำทรัมป์ต่อสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีมุนบอกว่าทรัมป์เป็นผู้นำแห่งโลก

หลังจากพิธีต้อนรับอันตระการตา ทรัมป์ที่ยืนติดกับประธานาธิบดีเวียดนามก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หรือการจับกุมคุมขังนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือบล็อกเกอร์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเวียดนามแม้สักนิด ซึ่งตามปกติผู้นำสหรัฐฯจะต้องสอบถามถึงเรื่องนี้ในฐานะผู้นำแห่งโลกเสรี

ทรัมป์บอกประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแห่งจีนว่า "ประชาชนจีนภูมิใจในตัวเขามาก"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์บอกประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแห่งจีนว่า "ประชาชนจีนภูมิใจในตัวเขามาก"

ที่ปักกิ่ง ขณะที่ทรัมป์ยืนเคียงข้างกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงก็ไม่ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์เรื่องใด ๆ ด้วยเช่นกัน

ในจีนนั้นมีพิธีการต้อนรับอันยิ่งใหญ่เกินกว่าประเทศใด ๆ ที่ทรัมป์ไปเยือน ซึ่งอาจส่งผลทำให้ทรัมป์ใช้มธุรสวาจาเป็นการตอบแทน รวมทั้งแสดงความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว เขาเปิดวิดีโอของหลานสาวที่กำลังร้องเพลงเป็นภาษาจีนแมนดารินให้ผู้นำจีนชม เรียกสีจิ้นผิงว่าเป็น "คนที่พิเศษสุด" และกล่าวว่า "ประชาชนจีนภูมิใจในตัวผู้นำมาก"

ประชาชนเกาหลีใต้บางส่วนออกมาแสดงการต่อต้านทรัมป์ก่อนหน้าการมาเยือนเกาหลีใต้ของเขา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประชาชนเกาหลีใต้บางส่วนออกมาแสดงการต่อต้านทรัมป์ก่อนหน้าการมาเยือนเกาหลีใต้ของเขา

อย่างไรก็ตามทรัมป์ก็ยังไม่สิ้นลายผู้นำอเมริกา ในการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่นครดานัง ประเทศเวียดนาม หนึ่งวันหลังจากเยือนจีน เขาก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำประเทศต่าง ๆ ในเอเชียในการกล่าวสุนทรพจน์ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น โดยระบุว่ามีหลายประเทศเอาเปรียบสหรัฐฯ ทางด้านการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน ซึ่งเขาไม่ได้เอ่ยชื่อออกมาตรง ๆ รวมทั้งเน้นย้ำว่าอเมริกาจะไม่ทนต่อการถูกเอาเปรียบเช่นนี้อีกแล้ว

สุนทรพจน์ของเขาเต็มไปด้วยคำพูดที่แกร่งกร้าวมากพอที่จะทำให้เขากลับไปสหรัฐฯ โดยไม่อับอายประชาชนว่าเขายังคงเดินหน้าตามนโยบาย "ทำให้อเมริกาแข็งแกร่ง" และ "อเมริกามาก่อน" อย่างที่ได้หาเสียงเอาไว้

แต่ความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เมื่อประธานาธิบดีสีจิ้นผิงก็ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อจากทรัมป์ เขาพูดถึงอนาคต นวัตกรรม เทคโนโลยี ภาวะโลกร้อน และวิสัยทัศน์ที่ประเทศต่าง ๆ จะก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งแต่ก่อนมักเป็นผู้นำสหรัฐฯ เท่านั้นที่หยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาพูด

นักวิเคราะห์เห็นว่านโยบาย "อเมริกามาก่อน" แม้จะตรงประเด็น เป็นไปได้จริงในแง่ของนโยบายการต่างประเทศ แต่ก็ไม่สนใจที่จะพูดถึงการยกระดับประชาคมโลกในเชิงอุคมคติ แสดงออกถึงค่านิยมดีงามของอเมริกาทั้งเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาระบบนิเวศน์ของโลกร่วมกัน เพราะนโยบายนี้มุ่งเฉพาะสัญญาทางการค้าเท่านั้น

ทำให้หลายฝ่ายคิดว่าเมื่อสหรัฐฯ หันมาสนใจแต่ประเด็นนี้ ละเลยประเด็นอื่น ๆ จะทำให้จีนสามารถแสดงอิทธิพลครอบงำประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้มากขึ้น แต่ผู้สันทัดกรณีอีกหลายคนบอกว่าแม้ว่าทรัมป์จะยิ้มหวานให้กับจีน แต่เบื้องหลังนั้นการเจรจาต่อรองที่เข้มข้นกำลังดำเนินไป

คำบรรยายวิดีโอ, ผู้นำฟิลิปปินส์ร้องเพลงตามคำขอของทรัมป์ในงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำสหรัฐเมื่อเย็นวานนี้ (12 พ.ย.)

สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าแนวทางของทรัมป์นั้นช่างน่างุนงง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาพยายามเสนอตัวมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

แม้ว่าสหรัฐฯจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทนี้ในทางใดเลย แต่ก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งสนับสนุนประเทศที่มีข้อพิพาทกับจีนในเรื่องนี้เสมอ และทำให้จีนไม่พอใจบ่อย ครั้ง การเสนอตัวเองเข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเช่นนี้อาจเป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าอเมริกาของทรัมป์กำลังมีแนวทางใหม่ที่ไม่เหมือนสมัยประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนก่อน ๆ

เรารู้กันดีว่าจีนนั้นไม่สามารถที่จะเทียบเคียงกับสหรัฐฯ ได้เลยในเรื่องความสามารถของกองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ความเป็นจริงนี้น่าจะไม่เพียงพอที่จะทำให้สหรัฐฯ รักษาฐานอิทธิพลในเอเชียของตนเองเอาไว้ได้เมื่อเผชิญกับจีนที่แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน

หรือว่า "นโยบายอเมริกามาก่อน" ที่แสดงออกมาในการทัวร์เอเชียของทรัมป์จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ไปสู่ยุคที่จีนขึ้นมาบทบาทนำในภูมิภาคนี้ของโลก