ทรัมป์กร้าวจ่อถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

ที่มาของภาพ, Reuters
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวหารัฐบาลอิหร่านเป็นพวกคลั่งศาสนาที่สนับสนุนการก่อการร้าย และขอให้สภาคองเกรสพิจารณาว่าจะออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่หรือไม่ ซึ่งหากมีการคว่ำบาตรเกิดขึ้น จะเท่ากับว่าสหรัฐฯเริ่มถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับอิหร่านและนานาชาติเมื่อปี 2015
ในการแถลงที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายทรัมป์บอกว่าอิหร่านได้ละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าวไปแล้ว ทั้งยังไม่เลิกทดสอบขีปนาวุธ และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านยังให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลางอีกด้วย ทำให้เขาตัดสินใจจะไม่ลงนามรับรองพฤติกรรมของอิหร่านต่อสภาคองเกรสอีกต่อไป ซึ่งปกติแล้วการลงนามดังกล่าวต้องทำทุก 90 วันเพื่อให้ข้อตกลงนิวเคลียร์มีผลต่อเนื่อง
นายทรัมป์จะไม่ลงนามรับรองว่าอิหร่านมีพฤติกรรมอยู่ในกรอบข้อตกลง ในรอบการลงนามล่าสุดซึ่งมีกำหนดจะถึงในวันอาทิตย์นี้ (15 ต.ค.) และหากไม่สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านเสียใหม่ได้ สหรัฐฯจะประกาศถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีการยกเลิกข้อตกลงเดิมที่อนุญาตให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้ไม่จำกัดหลังปี 2025
ผู้นำสหรัฐฯระบุว่า ที่เขาทำเช่นนี้เพื่อปิดกั้นทุกวิถีทาง ไม่ให้อิหร่านไปสู่การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ "เราจะไม่เดินไปตามเส้นทางที่ทำนายได้ว่า บทสรุปสุดท้ายก็คือความรุนแรง การก่อการร้ายเพิ่มขึ้น และการเกิดภัยนิวเคลียร์จากอิหร่าน"

ที่มาของภาพ, Reuters
ด้านประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน แถลงตอบโต้นายทรัมป์ทางโทรทัศน์ว่า สหรัฐฯไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้ได้ และนายทรัมป์กล่าวหาอิหร่านโดยไม่มีมูลความจริง ตราบใดที่ข้อตกลงนิวเคลียร์ยังเป็นประโยชน์ต่อชาวอิหร่าน อิหร่านจะเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างแน่นอน
นายยูกิยะ อะมะโนะ ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ ยืนยันว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับสหรัฐฯ ภายใต้ระบบการตรวจสอบควบคุมของไอเออีเอซึ่งมีความเข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วนมากที่สุดในโลก
สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความกังวลต่อท่าทีของนายทรัมป์ โดยเกรงว่าการล้มเลิกข้อตกลงนี้จะทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางกลับไปสู่การเผชิญหน้าทางนิวเคลียร์อีก ทั้งย้ำว่าชาติพันธมิตรอื่น ๆ ที่ร่วมลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าวยังคงยึดมั่นต่อข้อตกลงอยู่
ทั้งนี้ สหรัฐฯและนานาชาติร่วมทำข้อตกลงกับอิหร่านเมื่อปี 2015 โดยจะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ห้ามอิหร่านซื้อขายน้ำมันในตลาดโลก แลกกับการงดสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์และเลิกสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งต้องอนุญาตให้ผู้ตรวจการณ์ด้านนิวเคลียร์เข้าไปตรวจสอบในประเทศด้วย










