กองทัพรัสเซียสั่งห้ามทหารโพสต์ภาพเซลฟี

ที่มาของภาพ, AFP
กระทรวงมหาดไทยรัสเซีย กำลังร่างกฎหมายห้ามทหารและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง โพสต์ภาพเซลฟีบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง
ร่างกฎหมายดังกล่าวระบุว่าภาพนิ่ง วีดีโอ และสื่ออื่นๆ ที่ถูกอัพโหลดทางอินเทอร์เน็ตอาจเผยให้เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับการทหารที่เป็นประโยชน์กับศัตรู และเทคโนโลยีระบุตำแหน่งอัตโนมัติ อาจแสดงให้เห็นว่ากองทหารเหล่านั้นอยู่ที่ไหน โดยกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้กับทหารที่มีสัญญาจ้างกับกองทัพซึ่งอาจถูกส่งไปยังต่างประเทศได้ แต่ไม่รวมถึงทหารเกณฑ์
ที่ผ่านมา โพสต์ของทหารรัสเซียมีภาพที่เผยว่าเป็นกองกำลังที่ถูกส่งไปยังยูเครนและซีเรีย เช่น เมื่อเดือน ก.ค. 2014 น.ส.ไมโรสลาวา เพตซา ผู้สื่อข่าวของบีบีซี ได้ทวีตภาพจากโพสต์ของทหารรัสเซีย ซึ่งเขียนข้อความอย่างภาคภูมิใจว่ากำลังนำจรวดแกรด (Grad rockets) ไปส่งให้กับกลุ่มกบฏติดอาวุธในยูเครนที่สนับสนุนรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Myroslava Petsa/TWITTER
รัสเซียผนวกดินแดนคาบสมุทรไครเมียของยูเครนเมื่อเดือน มี.ค. 2014 และในเดือนต่อมา กลุ่มกบฏได้เข้ายึดพื้นที่ในเมืองโดเนตสค์และลูฮันสค์ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษารัสเซีย
ด้านรัฐบาลยูเครนและรัฐบาลของหลายประเทศตะวันตก กล่าวหารัสเซียว่าให้การสนับสนุนทั้งกำลังพลและอาวุธกับกลุ่มกบฏ แต่รัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ส่งทหารเข้าไปยังพื้นที่ และมีเพียงอาสาสมัครชาวรัสเซียบางส่วนเท่านั้นที่หันไปช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าว
ภาพวีดีโอที่นายไซมอน ออสโทรฟสกี ผู้สื่อข่าวไวซ์ นิวส์ โพสต์บนเว็บไซต์ยูทิวบ์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เผยให้เห็นว่าโพสต์ทางสื่อสังคมออนไลน์ของทหารรัสเซีย ช่วยยืนยันได้ว่ากองทัพรัสเซียมีบทบาทโดยตรงในการสู้รบทางตะวันออกของยูเครน

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อเดือน ส.ค. 2014 บทความโดยทีมสอบสวนเบลลิงแคท ระบุว่า โพสต์ทางสื่อสังคมออนไลน์ของทหารรัสเซีย เป็นเครื่องยืนยันว่ามีทหารจากกรมทหารพลร่มที่ 76 ของรัสเซียเสียชีวิตในภาคตะวันออกของยูเครน โดยกรมทหารพลร่มนี้ปกติจะประจำการอยู่ที่ฐานพัพในเมืองเปสคอฟ ทางตะวันตกของรัสเซีย
สำหรับเบลลิงแคท เป็นเครือข่ายที่คอยติดตามวิเคราะห์สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเก็บบันทึกจากความขัดแย้งต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงบทบาทของกองทัพรัสเซียในซีเรีย เช่น กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม ก็มีการรณรงค์ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ซับซ้อน และกลุ่มจีฮัดดังกล่าว ไม่ได้เพียงแต่ต่อสู้กับพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกองกำลังรัสเซียที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพของรัฐบาลซีเรียด้วย








