ทรัมป์วิจารณ์ยูเอ็น ยังทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES
ในการกล่าวต่อที่ประชุมพิเศษสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ (18 ก.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าองค์การสหประชาชาติยังทำงานไม่ได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากปัญหาระบบราชการและการบริหารที่ผิดพลาด
ทรัมป์ยังวิจารณ์อีกว่า สหรัฐฯ ต้องจ่ายเงินสนับสนุนงบประมาณประจำปีของยูเอ็น 22% และจ่ายให้กับภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็นอีก 28% ซึ่งนับว่าไม่สมส่วน และสหรัฐฯ "ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับการลงทุน"
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกหันมาปฏิรูปวิธีการทำงานของยูเอ็น "ผมมั่นใจว่าหากเราร่วมมือกันและปฏิรูปอย่างกล้าหาญ สหประชาชาติจะแข็งแกร่งขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นธรรมกว่าเดิม และเป็นกำลังแห่งสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียวกันที่ยิ่งใหญ่ของโลก"
ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เห็นด้วยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าระบบขั้นตอนราชการที่ยุ่งยาก เป็นอุปสรรคกับยูเอ็น "ขนาดคนที่ต้องการบ่อนทำลายยูเอ็น ยังไม่สามารถหาหนทางที่ดีกว่ากฎบางอย่างที่เราสร้างขึ้นเอง"
ในสมัยที่ยังเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี นายทรัมป์เคยวิจารณ์ยูเอ็นอย่างรุนแรงว่า "อ่อนแอและขาดความสามารถ"
ส่วนในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีจะขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเป็นครั้งแรก โดยคาดว่าจะเรียกร้องให้มีการใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นกับเกาหลีเหนือและอิหร่าน

ที่มาของภาพ, twitter/@realDonaldTrump
ประเด็นอื่นที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึง
อิสราเอลและปาเลสไตน์
หลังจากได้พบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า "มีโอกาส" หาข้อตกลงเรื่องสันติภาพได้ "เรากำลังทำงานอย่างแข็งขัน ต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร ตามประวัติศาสตร์แล้วมีคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ผมว่ามันเป็นไปได้"
อิหร่าน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิจารณ์ข้อตกลงเมื่อปี 2015 ที่สหรัฐฯ ลงนามกับอิหร่าน และประเทศมหาอำนาจอื่นๆ รวมถึงจีน และรัสเซีย ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า จะเปิดเผยแผนที่ต้องการ ในเร็วๆ นี้
เกาหลีเหนือ
คาดว่าวิกฤตโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ จะเป็นส่วนสำคัญของสุนทรพจน์ ต่อที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติในวันนี้ (19 ก.ย.) และทำเนียบขาวระบุว่าในการสนทนาทางโทรศัพท์ ทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีทรัมป์ ตกลงว่าจะเพิ่งแรกกดดันกับเกาหลีเหนือ ผ่านมาตรการหลายด้านในมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ภาวะโลกร้อน
เมื่อวันจันทร์ ทำเนียบขาวยืนยันการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่สหรัฐฯ จะถอนตัวจากความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ได้พบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ซึ่งมีจุดยืนปกป้องความตกลงปารีส
การฉลองวันชาติ
ก่อนหน้าการพบปะกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า มีแผนจะปรับโฉมการฉลองวันประกาศอิสรภาพในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้มีขบวนสวนสนามของทหารตามแบบการฉลองวันบาสตีย์ "เรากำลังคิดถึงการฉลอง 4 กรกฎาคมแบบฝรั่งเศส ที่ถนนเพนซิลวาเนีย จะมีขบวนสวนสนามซึ่งแสดงให้เห็นแสนยานุภาพของเรา" ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยไปเยือนกรุงปารีส เพื่อร่วมขบวนสวนสนามฉลองวันบาสตีย์ในปีนี้และกล่าวว่า "เป็นสิ่งสวยงาม"

ที่มาของภาพ, twitter/@realDonaldTrump








