You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ออง ซาน ซู จี จะไม่ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ
นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาลเมียนมา จะไม่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขณะที่มีเสียงวิจารณ์เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับวิธีที่เธอรับมือกับวิกฤตชาวโรฮิงญา
นับตั้งแต่เกิดความรุนแรงในรัฐยะไข่ขึ้นอีกครั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา มีชาวโรฮิงญาที่นับถือศาสนาอิสลาม เดินทางข้ามเข้าไปยังบังกลาเทศแล้วประมาณ 370,000 คน โดยนางซู จี กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาจากผู้สนับสนุนในประเทศตะวันตกว่า เธอเพิกเฉยต่อชะตากรรมของชาวโรฮิงญา
ด้านรัฐบาลเมียนมาระบุว่า กำลังต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาและปฏิเสธรายงานเรื่องการมุ่งเป้าไปที่ประชาชน ส่วนนายซอว์ ฮเตย์ โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีเมียนมากล่าวว่า "ที่ปรึกษาแห่งรัฐ จะไม่ไปร่วม" การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
นายออง ชิน โฆษกอีกคน กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "อาจเป็นไปได้ว่า" นาง ซูจี "มีงานเร่งด่วนกว่าที่ต้องทำ" และกล่าวเสริมว่า "เธอไม่เคยเกรงกลัวที่จะต้องเผชิญกับคำวิจารณ์หรือปัญหา" โดยก่อนหน้านี้ นางซู จี มีกำหนดจะร่วมการหารือในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ที่นครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 19 ถึง 25 ก.ย. นี้
ส่วนเมื่อปีที่แล้ว ในการกล่าวต่อที่ประชุมฯ เป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำประเทศ นางซู จี ได้ปกป้องความพยายามของรัฐบาลเมียนมา เพื่อคลี่คลายวิกฤตการปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญา
ด้านทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติ กล่าวโทษกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา เรื่องความรุนแรงในรัฐยะไข่ และระบุว่ารัฐบาลเมียนมาจะไม่อดทนต่อการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อพยพหนีกล่าวว่า ทหารตอบโต้การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ด้วยความรุนแรงและเผาหมู่บ้านโดยมีจุดประสงค์จะไล่ที่
เมื่อวันอังคาร (12 ก.ย.) รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธคำพูดของนาย ซาอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรื่องการปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาว่าเปรียบเสมือน "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"
ชาวโรฮิงญาเป็นชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลามในรัฐยะไข่ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ พวกเขาถูกข่มเหงมาเป็นเวลานานในประเทศเมียนมา และถูกมองว่าเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีกำหนดจะประชุมกันในวันพุธนี้ (13 ก.ย.) เพื่อหารือถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นเมียนมายืนยันไม่รับรองคำว่า "โรฮิงญา"
พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สูงสุดของเมียนมา กล่าวว่า "ทุกวันนี้ บทบาทของยูเอ็นกว้างขึ้น เสียงเรียกร้องเรื่องสิทธิมนุษยชนดังขึ้น ทางการต้องแก้ปัญหาอย่างนิ่มนวล ในขณะที่ความผิดกลายเป็นความจริง และความจริงกลายเป็นความผิด กองทัพเมียนมาจะทำหน้าที่ตามกฎหมาย ต้นตอของปัญหาในปัจจุบัน คือพวกเขาปฏิเสธที่จะผ่านการกลั่นกรองตามข้อกฎหมายว่าด้วยการถือสัญชาติปี 1982 คำว่า 'โรฮิงญา' ไม่ได้มีอยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ คำว่า 'เบงกาลี' ถูกใช้มาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ประเทศไม่สามารถยอมรับ และรับรองคำว่า 'โรฮิงญา' ด้วยการซ่อนเร้นความจริงได้ กลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐยะไข่เป็นชนพื้นเมืองของเรา ซึ่งเคยอยู่ที่นี่มานานนับตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษของเรา"