You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ดาไลลามะ เรียกร้องซู จี หา "ทางออก" ส่วน ยูเอ็น ย้ำอีกวิกฤตโรฮิงญา คือ "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"
องค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต ทรงเขียนจดหมายหา ออง ซาน ซู จี เรียกร้องให้เธอหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ทำให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 3 แสนคนต้องอพยพออกจากเมียนมา ในขณะที่ล่าสุด ข้าหลวงใหญ่คณะมนตรีสิทธิแห่งสหประชาชาติออกมาระบุว่า ปฏิบัติการที่มุ่งเป้าไปยังชาวมุสลิมโรฮิงญาของกองทัพรัฐบาลเมียนมา "ดูเป็นกรณีตัวอย่างของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างชัดเจน"
ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบตตรัสกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า "คนเหล่านั้นที่กระทำการในเชิงคุกคามชาวมุสลิม พวกเขาควรจะนึกถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จะทรงช่วยชาวมุสลิมที่ตกทุกข์ได้ยากอย่างแน่นอน" องค์ดาไลลามะ ตรัสกับผู้สื่อข่าวที่ถามเขาเรื่องวิกฤตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
หลังจากความรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนสิงหาคม องค์ดาไลลามะได้ทรงเขียนจดหมายหา นางออง ซาน ซู จี เรียกร้องให้เธอ "เข้าถึงทุกฝักฝ่ายในสังคม"
"อาตมาขอร้องให้คุณ และเหล่าผู้นำทุกคน เข้าถึงทุกฝักฝ่ายในสังคม ในความพยายามที่จะทำให้ประชาชนกลับมามีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรต่อกันอีกครั้ง ด้วยสันติภาพและความปรองดอง"
"คำถามต่าง ๆ ที่อาตมาต้องเจอชี้ให้เห็นว่าคนหลายคนไม่สามารถยอมรับได้อย่างง่ายดายกับสิ่งที่ดูเหมือนกำลังจะเกิดขึ้นกับชาวมุสลิมในเมียนมาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ" สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างข้อความในจดหมายขององค์ดาไลลามะ ในวันนี้ (11 ก.ย.)
องค์ดาไลลามะ ทรงเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนที่ 3 ที่ออกมาเรียกร้องให้นางซูจี เร่งแก้ปัญหา หลังจากที่นางสาวมาลาลา ยูซาฟไซ และอาร์คบิชอป เดสมอนด์ ตูตู ออกมาแสดงท่าทีก่อนหน้านี้
องค์ดาไลลามะ ตรัสว่า พระองค์เคยตรัสกับนางซู จี เรื่องความถึงความตึงเครียดเรื่องศาสนาในเมียนมามาก่อนหน้านี้ และได้เรียกร้องให้เธอยุติความรุนแรง
"ในฐานะที่เป็นชาวพุทธและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพด้วยกัน อาตมาขอร้องให้คุณและเหล่าผู้นำ หาทางออกระยะยาวและมีมนุษยธรรมกับปัญหาเรื้อรังนี้"
นายซาอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมา "หยุดปฏิบัติการทางทหารอันโหดร้ายที่กำลังดำเนินอยู่" ในขณะที่ด้านกองทัพเมียนมาระบุว่า นี่เป็นการตอบโต้การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธมุสลิมและปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือน
ด้านผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮิงญาระบุว่า ทหารเมียนมาตอบโต้ด้วยปฏิบัติการที่โหดเหี้ยม ทั้งเผาหมู่บ้าน ทำร้ายและฆ่าฟันพลเรือน
ขณะนี้ มีชาวมุสลิมโรฮิงญาอพยพจากรัฐยะไข่เข้าสู่บังกลาเทศราว 294,000 คนแล้ว นับตั้งแต่ความรุนแรงปะทุขึ้นหลังจากกลุ่มมุสลิมติดอาวุธบุกโจมตีด่านของตำรวจ และทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเสียชีวิต 12 ราย เมื่อเดือนที่แล้ว
เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) กองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน หรืออาร์ซา ได้ออกแถลงการณ์ขอหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม นับแต่เมื่อวาน เป็นต้นไป เพื่อเปิดทางให้องค์กรบรรเทาทุกข์เข้าให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นทุกฝ่าย
แถลงการณ์ของอาร์ซาซึ่งเรียกร้องให้กองทัพรัฐบาลเมียนมาวางอาวุธเช่นกันระบุว่า "ในระหว่างที่หยุดยิงนี้ เราขอสนับสนุนอย่างจริงจังให้บรรดาผู้มอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าทำหน้าที่ของตนต่อเหยื่อในวิฤตการณ์ครั้งนี้ทุกคน โดยไม่คำนึงถึงภูมิหลังทางเชื้อชาติศาสนา"