เหตุรุนแรงรัฐยะไข่: ยอดคนตายพุ่งเกือบ 400 คน

องค์การสหประชาชาติ ระบุว่า เหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมโรฮิงญากับกองกำลังเมียนมาในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 400 คน และทำให้ชาวโรฮิงญาหลบหนีความรุนแรงเข้าไปในบังกลาเทศแล้วเกือบ 40,000 คน ด้านอินโดนีเซีย ประณามการ "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ชาวโรฮิงญา

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบีบีซีรายงานว่า แหล่งข่าวสายทหารในเมียนมาเปิดเผยว่า ในช่วง 6 วันที่เกิดเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 370 คน ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายกลุ่มติดอาวุธ โดยชนวนเหตุของความรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญากลุ่มใหม่ก่อเหตุโจมตีด่านและสถานีตำรวจกว่า 20 จุด

น.ส.วิเวียน ตัน เจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า เหตุปะทะดังกล่าวทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาทะลักเข้าบังกลาเทศเกือบ 40,000 คน

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงชายแดนของบังกลาเทศได้รับคำสั่งให้สกัดชาวโรฮิงญาที่พยายามข้ามพรมแดนเข้าไปยังบังกลาเทศ เพื่อหลบหนีการที่ทหารเมียนมาใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามกลุ่มติดอาวุธมุสลิมในรัฐยะไข่

การปิดจุดผ่านแดนหลักระหว่างบังกลาเทศและเมียนมาส่งผลให้ชาวโรฮิงญาใช้วิธีนั่งเรือขนาดเล็กข้ามแม่น้ำนาฟซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลเป็นเส้นทางหลบหนีเข้าบังกลาเทศ ขณะที่บางส่วนใช้วิธีว่ายน้ำ โดยวันนี้มีการพบศพคนจมน้ำบริเวณแม่น้ำนาฟในฝั่งของบังกลาเทศ 26 ศพ ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย 7 คน ทางการบังกลาเทศได้ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติโดยระบุว่าไม่สามารถรับผู้ลี้ภัยได้อีก

Advocacy Centre of Human Rights ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมของอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ประณามเหตุรุนแรงต่อชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ โดยชี้ว่ากรณีดังกล่าวเป็น "โศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้น" และว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นการตอกย้ำข้อกล่าวหาว่ามีการ "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"เกิดขึ้นที่นั่น

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าไทยได้เตรียมแผนรับมือชาวโรฮิงญาที่หลบหนีเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ตามหลักมนุษยธรรมเพื่อให้การพักพิงชั่วคราว และจะทยอยส่งผู้อพยพกลับหลังจากสถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น