You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
แอปเปิลถูกวิจารณ์ช่วยรัฐบาลปิดหูปิดตาประชาชน หลังถอด วีพีเอ็น จากแอปสโตร์ในจีน
กลุ่มผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน "เครือข่ายส่วนตัวเสมือน" หรือ Virtual Private Network (วีพีเอ็น) วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของบริษัทแอปเปิลในการถอดแอปฯ ของพวกเขาออกจากแอปสโตร์ในจีน ชี้ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นเหมือนการช่วยรัฐบาลจีนเซ็นเซอร์การใช้อินเตอร์เน็ตของประชาชน
บีบีซีได้รับข้อมูลจาก aso100.com ผู้ให้บริการวิเคราะห์ยอดขายแอปฯ ทางโทรศัพท์มือถือว่า มีแอปฯ วีพีเอ็นกว่า 60 แอปฯ ถูกแอปเปิลถอดออกจากแอปสโตร์ในจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานที่อยู่นอกประเทศจีนยังคงหา แอปฯ เหล่านี้มาใช้งานได้ตามปกติ
แอปเปิล ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายเนื่องจากแอปฯ เหล่านี้ ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ของทางการจีนที่กำหนดว่าผู้ให้บริการแอปฯ วีพีเอ็นต้องได้รับใบอนุญาตจากทางการ ซึ่งแม้แอปเปิลจะไม่ยอมยืนยันจำนวนแอปฯ วีพีเอ็นที่ถูกถอดออกจากแอปสโตร์ในจีน แต่ก็ไม่ปฏิเสธตัวเลขที่บีบีซีได้รับข้อมูลมา พร้อมชี้ว่า ยังคงมีแอปฯ วีพีเอ็นถูกกฎหมายอีกหลายตัวที่ยังอยู่ในแอปสโตร์ในจีน
ด้าน Golden Frog ผู้ให้บริการแอปฯ VyprVPN ระบุว่าจะยื่นหนังสือให้แอปเปิลทบทวนเรื่องนี้ พร้อมวิจารณ์กรณีที่เกิดขึ้นว่า "หากแอปเปิลมองว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิมนุษยชน พวกเราหวังว่าแอปเปิลจะยอมรับว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนเช่นกัน (ซึ่งยูเอ็นก็กำหนดไว้เช่นนั้น) แล้วเห็นแก่สิทธิมนุษยชนมากกว่าผลกำไร"
ขณะที่ ExpressVPN ผู้ให้บริการแอปฯ วีพีเอ็นอีกราย ระบุว่า "ผิดหวัง" ที่แอปเปิลเลือกข้างการเซ็นเซอร์
วีพีเอ็น คืออะไร
เครือข่ายส่วนตัวเสมือน หรือ วีพีเอ็น ช่วยให้ผู้ใช้งานปกปิดตัวตนทางออนไลน์ได้โดยที่ระบบจะส่งข้อมูลกิจกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ของผู้ใช้ผ่านคอมพิวเตอร์ของบุคคลที่สาม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปิดบังไอพีแอ็ดเดรส และช่วยหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ หรือ เข้าใช้งานบางเว็บไซต์ที่ถูกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตปิดกั้นได้
ใครใช้ วีพีเอ็น ในจีนบ้าง และเหตุใด
ตลอดหลายปีที่ผ่านรัฐบาลจีนดำเนินนโยบายเซ็นเซอร์ข้อมูลที่มองว่ามีความอ่อนไหวทางการเมือง โดยใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนในการคัดกรองและตรวจสอบข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของพลเมือง ซึ่งนักวิจารณ์เรียกเครื่องมือเหล่านี้แบบเสียดสีว่า "กำแพงไฟร์วอลล์เมืองจีน" (great firewall)
เมื่อเร็ว ๆ นี้ Freedom House องค์กรเพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย ได้จัดอันดับให้จีนเป็น "ผู้ล่วงละเมิดเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตที่เลวร้ายที่สุดในโลก"
อย่างไรก็ตามจีนไม่มีกฎหมายเฉพาะในการห้ามใช้ วีพีเอ็น อันที่จริงธุรกิจยักษ์ใหญ่หลายรายก็ใช้ วีพีเอ็น อย่างถูกต้องตามกฎหมายของจีน ผู้สื่อข่าวบีบีซีระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ดูเหมือนว่าทางการจีนจะมุ่งควบคุมการใช้ วีพีเอ็น ของประชาชนทั่วไปมากกว่าภาคธุรกิจ