You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ชี้วิวัฒนาการของกบเป็นผลจากอุกกาบาตถล่มโลก
ความหลากหลายของกบนานาชนิด ที่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ทั่วโลกกว่า 6,700 ชนิดพันธุ์ เป็นผลมาจากเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์ถล่มโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์จนหมดสิ้นไป แต่กลับช่วยให้กบมีวิวัฒนาการแยกออกเป็นหลายชนิดพันธุ์ รวมทั้งเพิ่มจำนวนประชากรแพร่ขยายออกไปในระบบนิเวศทั่วทุกมุมโลก
มีการเผยแพร่รายละเอียดของการค้นพบดังกล่าว ในวารสารวิชาการ PNAS โดยคณะวิจัยร่วมระหว่างจีนและสหรัฐฯเปิดเผยว่า ได้ศึกษาตัวอย่างดีเอ็นเอจากกบชนิดพันธุ์หลักจำนวนหนึ่ง แล้วนำข้อมูลมาประกอบกับการศึกษาดีเอ็นเอที่ได้จากซากฟอสซิลกบโบราณ ทำให้สามารถสร้างแผนภูมิอธิบายความเชื่อมโยงทางสายพันธุกรรมของกบและวิวัฒนาการของมันในช่วงหลายล้านปีที่ผ่านมาได้
คณะนักวิจัยพบว่ากบในสามกลุ่มหลัก หรือ 88 % ของกบที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ในขณะนี้ มีต้นกำเนิดมาจากช่วงหลังเหตุการณ์อุกกาบาตล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์เมื่อ 66 ล้านปีก่อน โดยกบเหล่านี้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันเป็นส่วนใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าบรรพบุรุษเก่าแก่ที่สุดของกบจะปรากฏตัวขึ้นบนโลกครั้งแรกมาก่อนหน้านั้น หรือเมื่อราว 200 ล้านปีก่อนก็ตาม
นายเดวิด แบล็กเบิร์น หนึ่งในคณะนักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติฟลอริดาบอกว่า ผลการวิจัยของพวกเขาชี้ชัดว่าบรรพบุรุษของกบที่มีอยู่ก่อนเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกนั้น ไม่สามารถปรับตัวเข้าอยู่อาศัยตามต้นไม้ได้ดีเท่ากบชนิดพันธุ์ใหม่จำนวนมากที่มีวิวัฒนาการเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งกบเหล่านี้คือกบส่วนใหญ่ที่เราพบได้ในปัจจุบันนั่นเอง
ด้านนายเผิง จาง ผู้ร่วมคณะวิจัยอีกผู้หนึ่งจากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็นในนครกวางโจวของจีนบอกว่า ผลการค้นพบครั้งนี้ชี้ว่ากบเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถเอาตัวรอดจากหายนะภัยครั้งใหญ่ และปรับตัวขยายเผ่าพันธุ์ได้โดยอาศัยประโยชน์จากการที่อุกกาบาตทำให้ไดโนเสาร์ที่เคยครองโลกสูญพันธุ์ไป และยังดำรงชีวิตในสภาพธรรมชาติที่มีพืชพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นหลังการทำลายของอุกกาบาตได้ดีอีกด้วย
ทั้งนี้ อุกกาบาตขนาดยักษ์ที่พุ่งชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อนที่ปลายคาบสมุทรยูคาตันของเม็กซิโก ได้ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลที่สูงกว่าพลังงานจากระเบิดปรมาณูลูกเดียวถึง 1 พันล้านเท่า จนทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตชิกซูลุบ (Chicxulub )ที่มีความกว้างถึง 180 กิโลเมตร รวมทั้งทำลายสิ่งมีชีวิตบนโลกไปถึงหนึ่งในสามและทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ได้เปิดทางให้สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ เช่น นก เต่า และสัตว์เลื้อยคลานมีวิวัฒนาการและเพิ่มจำนวนขึ้นมาแทน