You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
แคนาดาฉลองวันชาติ ก่อตั้งประเทศครบ 150 ปี
ชาวแคนาดาหลายแสนคน เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติ หรือแคนาดา เดย์ ที่กรุงออตตาวา โดยในปีนี้ถือเป็นวาระฉลองการก่อตั้งประเทศครบรอบ 150 ปีอีกด้วย
ผู้คนจำนวนมากพากันมาร่วมงานตั้งแต่เช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 1 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แม้จะมีฝนตกลงมา โดยหลายคนตั้งใจจะอยู่ร่วมงานเพื่อชมขบวนพาเหรดวันชาติและการแสดงต่างๆ ไปจนถึงช่วงค่ำ ซึ่งจะมีการจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลอง
นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์วันชาติทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส โดยระบุว่าวันชาตินั้นเป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะได้ย้อนรำลึกถึงอดีต รวมทั้งปลุกใจให้มีความเข้มแข็งกับปัจจุบัน และตอกย้ำกับตนเองอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในพันธกิจสู่อนาคต
ผู้นำแคนาดายังได้กล่าวรำลึกถึงชนพื้นเมืองดั้งเดิม ซึ่งเขาระบุว่าได้ตกเป็น "เหยื่อของการกดขี่" มายาวนาน นับตั้งแต่ผู้ตั้งถิ่นฐานจากโลกตะวันตกเดินทางมาถึงแคนาดาครั้งแรกเมื่อหลายร้อยปีก่อน และสังคมแคนาดาควรจะต้องยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตเรื่องนี้ โดยรัฐบาลแคนาดายังจะต้องทำงานต่ออีกมาก เพื่อให้บรรลุถึงการปรองดองกับบรรดาชนพื้นเมือง ซึ่งบางส่วนได้มาปักหลักประท้วงในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ และยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมรับว่ามีวันชาติแคนาดาซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นเรื่องโกหก
ส่วนที่เมืองอื่น ๆ ของแคนาดา มีการเฉลิมฉลองวันชาติอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน โดยที่เมืองวินนิเพก ชาวแคนาดาหลายพันคนพร้อมใจกันรวมตัวเป็นรูปใบเมเปิลสีแดงขนาดยักษ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแคนาดาที่บริเวณกลางสี่แยกแห่งหนึ่ง โดยระบุว่าเป็นใบเมเปิลสีแดงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ
แคนาดาครบ 150 ปี กับภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปในเวทีโลก
ลีซ ดูเซ็ต ผู้สื่อข่าวของบีบีซีรายงานว่า ในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา แคนาดาได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์และบทบาทของตนในเวทีนานาชาติไปอย่างมาก จากประเทศที่ได้ชื่อว่าหนาวเย็นและน่าเบื่อไม่มีอะไรโดดเด่น มาเป็นประเทศที่ใคร ๆ ก็กล่าวขวัญถึงความเปิดกว้าง เป็นมิตร มีแนวคิดที่เสรีทันยุคสมัย และเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าไปเยือนที่สุดอันดับหนึ่งของปีนี้ ซึ่งแนะนำโดยเว็บไซต์ Lonely Planet
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ภาพลักษณ์ของแคนาดาที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างฉับพลันนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลงานของนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีหนุ่มผู้รู้จักใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างชาญฉลาด นอกจากนายทรูโดจะเผยแพร่ภาพลักษณ์ใหม่ของแคนาดาผ่านบุคลิกของตัวเขาเองที่ดูมีเสน่ห์ เอื้ออาทร และติดดินเป็นกันเองแล้ว เขายังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการจัดการประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในเวทีโลก ทั้งการยึดมั่นต่อพันธกิจในการแก้ไขภาวะโลกร้อน การรับผู้อพยพชาวซีเรีย 30,000 คนมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศ การสนับสนุนสิทธิสตรีในดินแดนต่างๆ รวมทั้งการมีปฏิสัมพันธ์และกล้าแสดงความเห็นคัดค้านผู้นำโลกคนสำคัญอย่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ
นโยบายของนายทรูโดซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวแคนาดาอย่างล้นหลาม พลอยทำให้ชาวโลกเริ่มมองแคนาดาใหม่ ในฐานะของประเทศที่ผู้คนฉลาด หัวสมัยใหม่ มีน้ำใจและมองไปข้างหน้ามากกว่าจะยึดติดกับอดีต ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ของประเทศต่าง ๆ ประจำปี 2015 จัดให้แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกย่องชื่นชมมากที่สุดของโลก เนื่องจากมีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ปราศจากการคอร์รัปชัน มีระบบสวัสดิการที่ดี และผู้คนเปิดกว้างเป็นมิตร
อย่างไรก็ตาม แม้ทุกวันนี้แคนาดาจะได้รับการยอมรับมากขึ้นในเวทีโลก แต่ในวาระการก่อตั้งประเทศครบ 150 ปีนี้ แคนาดายังคงมีปัญหาภายในที่จะต้องจัดการอีกหลายประเด็น รวมทั้งปัญหาใหญ่คือการปรองดองกับชนพื้นเมืองดั้งเดิม ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งในเรื่องสิทธิถือครองที่ดิน ความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจ และประเด็นทางสังคมอื่นๆ มาเป็นเวลานานด้วย โดยรัฐบาลแคนาดาภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีทรูโดให้คำมั่นว่า จะจัดการปัญหานี้ให้ได้โดยเร็ว