You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ทรัมป์ 'เปลี่ยนมุมมองชาวโลกต่อสหรัฐฯ'
การสำรวจความคิดเห็นของศูนย์วิจัยพิว (Pew Research Center) พบว่า การก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อมุมมองของชาวโลกที่มีต่อสหรัฐฯ โดยมีเพียง 2 ใน 37 ประเทศในการสำรวจที่เชื่อมั่นต่อนายทรัมป์
การสำรวจความคิดเห็นของศูนย์วิจัยพิว ได้สัมภาษณ์ผู้คนมากกว่า 40,000 คน ใน 37 ประเทศ ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 8 พฤษภาคม ปีนี้ และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจหลายประการรวมถึง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนโยบายของเขา "ไม่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก"
โดยผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่ามีเพียง อิสราเอล และรัสเซีย เท่านั้นที่มีความเชื่อมั่นต่อนายทรัมป์ มากกว่านายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนก่อนหน้า
แต่ในรายงานชี้ว่า ผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ของประเทศพวกเขากับสหรัฐฯ จะไม่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลายปีต่อจากนี้
นี่คือการค้นพบที่สำคัญจากการสำรวจความคิดเห็นของศูนย์วิจัยพิว
คนศรัทธาในตัวทรัมป์น้อยกว่าโอบามา
ผู้คนที่ได้รับการสำรวจในช่วงนายโอบามา เพิ่งก้าวลงจากการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาน 8 ปี และนายทรัมป์ ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งต่อ โดยพวกเขาถูกถามว่า มีความเชื่อมั่นว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะทำสิ่งที่ถูกต้องในเรื่องสำคัญระดับโลกหรือไม่
นี่คือสิ่งที่คนในประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ บางประเทศ และรัสเซีย ตอบ
นายทรัมป์แทบไม่เสียเวลากับการพูดถึงเรื่องสำคัญในระดับโลก และแสดงความชัดเจนว่า ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต จะต้องร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างเท่าเทียม และเขายังสนับสนุนให้ประเทศอ่าวเปอร์เซียโดดเดี่ยวกาตาร์ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย
การเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่นคลอนพันธมิตรเก่าหลายชาติ จนถึงขั้นที่นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีกล่าวว่า หลังจากเธอหารือกับนายทรัมป์ เธอรู้สึกว่ายุโรปไม่สามารถ "พึ่งพาพันธมิตรเก่าชาตินี้ได้อย่างสมบูรณ์" อีกต่อไป
โดยเยอรมนีเป็นหนึ่งในชาติพันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐฯ ที่มีความเชื่อมั่นต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตกต่ำลงอย่างมาก โดยจากการสำรวจพบว่า 86% ของชาวเยอรมัน มีความเชื่อมั่นในตัวนายโอบามาว่าทำสิ่งที่ถูกต้องในเรื่องสำคัญระดับโลก แต่มีเพียง 11% ที่เชื่อมั่นว่านายทรัมป์ทำเช่นนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงการดำรงตำแหน่งนาน 5 เดือน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนมิตรประเทศที่สำคัญหลายชาติ ได้แก่ การเยือนอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่น ๆ ก่อนหน้านั้น
การให้ความสนใจในความสัมพันธ์กับอิสราเอลถือว่าประสบความสำเร็จ โดยผู้คนที่ได้รับการสำรวจในอิสราเอลชื่นชอบเขามากกว่า แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการที่พวกเขาไม่ชื่นชอบนายโอบามา
อินเดีย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียได้พบกับนายทรัมป์เมื่อวันจันทร์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้ตอบแบบสำรวจชื่นชอบนายทรัมป์มากที่สุด โดย 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความเชื่อมั่นในตัวเขา ขณะที่ 58% เชื่อมั่นในตัวนายโอบามา
ประเทศส่วนใหญ่เห็นว่าทรัมป์ไม่มีความเหมาะสม
ผู้ตอบแบบสอบถามถูกถามความเห็นต่อนายทรัมป์ใน 7 ด้าน และนี่คือตัวอย่างคำตอบที่สุ่มมาจาก 3 ประเทศ ใน 3 ทวีป
รายงานของศูนย์วิจัยพิว ระบุว่า จากการสอบถามในทุกด้านทั้งด้านบวกและลบ ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ถูกคนส่วนใหญ่มองว่า อหังการ
26 จาก 37 ประเทศ หรือมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า นายทรัมป์ เป็นผู้นำที่อันตราย
โดยผู้ตอบแบบสำรวจที่ระบุว่าพวกเขาคือฝ่ายเอียงซ้ายมักจะเห็นว่านายทรัมป์เป็นผู้นำอันตรายมากกว่าผู้ตอบแบบสำรวจอื่น ๆ ส่วนในเปรูและบราซิล ผู้ที่เป็นกลางทางการเมืองคือกลุ่มที่มีความกังวลต่อนายทรัมป์มากกว่ากลุ่มอื่น
เมื่อพิจารณาจากทุกด้าน นายทรัมป์ถูกมองว่าเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะประเทศในละตินอเมริกาและแอฟริกาเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นมากกว่าประเทศในภูมิภาคอื่น ขณะที่มีเพียงไม่กี่ประเทศที่เชื่อว่านายทรัมป์มีคุณสมบัติในการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ
การห้ามเดินทางเข้าประเทศ ทำลายภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ
ผลการสำรวจของศูนย์วิจัยพิวได้รับการเผยแพร่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามบางส่วนที่มีต่อการสั่งห้ามผู้คนจากประเทศมุสลิม 6 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นได้สั่งห้ามการบังคับใช้คำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศของนายทรัมป์
โดย 62% ของผู้ตอบแบบสำรวจจากทั้ง 37 ประเทศ ระบุว่า ไม่ชื่นชอบคำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศของนายทรัมป์ มีเพียงคนส่วนใหญ่ใน 3 ประเทศที่สนับสนุนคำสั่งห้ามนี้ ได้แก่ อิสราเอล ฮังการี และรัสเซีย
ในประเทศที่มีประชากรเป็นชาวมุสลิมจำนวนมาก ไม่ชื่นชอบคำสั่งนี้อย่างไม่น่าแปลกใจ โดย 3 ประเทศที่ไม่ชื่นชอบคำสั่งนี้มากเป็นพิเศษได้แก่ จอร์แดน(ไม่ชื่นชอบ 96%), เลบานอน (88%) และเซเนกัล (82%)
ไม่มีอะไรน่ากังวล
ความเห็นของคนจำนวนมากจาก 40,447 คนที่ศูนย์วิจัยพิวและหน่วยงานที่ร่วมมือสัมภาษณ์ ระบุว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล
ผู้คนจำนวนมากอาจเห็นว่านายทรัมป์เป็นผู้นำที่อหังการและอันตราย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะคิดว่าการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อพวกเขา แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่คิดเช่นนั้น
เฉลี่ย 41% ของคนที่ตอบแบบสำรวจคิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเขาและสหรัฐฯ จะยังคงเหมือนเดิม ขณะที่อีก 15% คิดว่าความสัมพันธ์จะดีขึ้น บางประเทศเชื่อมากว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จะดีขึ้นโดยเฉพาะในแอฟริกา โดย 54% ของชาวไนจีเรีย และ 51% ของชาวกานา คิดว่า สิ่งต่าง ๆ จะดีขึ้น (เช่นเดียวกับ 53% ของชาวรัสเซีย ซึ่งโดยทั่วไปมีมุมมองด้านบวกเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ)
ส่วนประเทศที่มีมุมมองแย่ที่สุดด้านความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ได้แก่ เม็กซิโก
แล้วในสหรัฐฯ ล่ะ?
การสำรวจนี้เป็นการสำรวจทัศนคติของคนหลายประเทศ แต่จากรายงานเมื่อไม่นานนี้ของศูนย์วิจัยพิว พบว่า คะแนนนิยมของนายทรัมป์ในสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ นับตั้งแต่ที่เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
โดยพบว่ามีชาวอเมริกัน 39% คิดว่าเขาทำหน้าที่ได้ดี แต่หากพิจารณาในหมู่คนผิวสีจะอยู่ที่เพียง 7% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ยังได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภายในพรรคของเขาเอง โดย 81% ของผู้ที่เอนเอียงมาทางพรรครีพับลิกัน หรือผู้ที่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน ระบุว่า เขาปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ส่วนในกลุ่มที่เห็นว่าตัวเองเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม ตัวเลขนี้เพิ่มเป็น 88%