มุสลิมอังกฤษ: เหยื่ออีกกลุ่มจากเหตุระเบิดแมนเชสเตอร์
ไม่เพียงคนที่ไปดูคอนเสิร์ตของอะรีอานา กรานเด ที่หอแสดงดนตรีแมนเชสเตอร์ เท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อของเหตุระเบิดในคืนนั้น แต่คนอีกกลุ่มที่กำลังตกเป็นเหยื่อของความเกลียดชังแบบเหมารวมจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือ "ชุมชนชาวมุสลิม"
"เมื่อไหร่คนมุสลิมอย่างพวกเธอจะหยุดฆ่าผู้บริสุทธิ์กันเสียที"
ชายคนหนึ่งตะโกนไล่หลังเด็กหญิงมุสลิมวัย 14 ปีขณะที่เธอเดินไปโรงเรียนในเช้าหลังวันที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญ

ที่มาของภาพ, Google Map
เด็กหญิงผู้นี้เป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมมุสลิมหญิงแห่งแมนเชสเตอร์ นางโมนา โมฮัมหมัด อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเล่าให้รายการทูเดย์ของบีบีซีฟังว่า สาเหตุมาจากการที่ลูกศิษย์ของเธอสวมฮิญาบ จึงตกเป็นเป้าได้ง่าย
เด็กหญิงคนนั้นสะเทือนใจมาก แต่เธอก็ไม่ตอบโต้ และรีบเดินจากมา "ฉันสอนให้พวกเธอไม่ตอบโต้กับคำด่าทอเหยียดศาสนาของคนอื่น เพราะฉันรู้ว่ามันไม่ใช่วิธีที่จะเอาชนะการก่อการร้ายใด ๆ ได้" นางโมนากล่าว
เพราะคนลงมือเป็นมุสลิม
มือระเบิดฆ่าตัวตายคือ นายซัลมาน อาเบดิ อายุ 22 ปี ชาวอังกฤษเชื้อสายลิเบียและนับถือศาสนาอิสลาม ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สลดในคืนวันจันทร์ มีรายงานว่าชาวมุสลิมรอบเมืองแมนเชสเตอร์และอังกฤษหลายคนตกเป็นเหยื่อจากความแค้น
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ข่าวระเบิดที่หอแสดงคอนเสิร์ตในย่านใจกลางเมืองแมนเชสเตอร์เผยแพร่ออกไป ประตูของมัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองโอลดัม (Oldham) ถูกวางเพลิง นายโมฮัมหมัด ซาดิค อิหม่ามของมัสยิดแห่งนี้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์เดลีเมล์ว่า "อาจเป็นไปได้ว่ามีคนแค้นจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่งานคอนเสิร์ต เลยลงมือวางเพลิงมัสยิด ผมยังยืนยันไม่ได้ โชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในนั้น"

ที่มาของภาพ, Murtaza Ali Shah's tweet
นอกจากนี้ มัสยิดกลางประจำเมืองกลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ก็ตกเป็นเป้าเช่นกัน โดยมีมือมืดนำสีไปพ่นบนกำแพงล้อเลียนโดยเขียนคำว่า ISIS อยู่ในรูปหัวใจ ขณะนี้ ตำรวจท้องถิ่นวางกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยแล้วบริเวณดังกล่าว
ส่วนนายโมฮัมหมัด ชาฟิค เล่าให้หนังสือพิมพ์ดิอินดิเพนเดนท์ฟังว่า มีชายวัยประมาณสามสิบตอนต้นคนหนึ่งดึงแขนให้เขาหยุดขณะที่เดินอยู่บนถนนเวสต์ในเมืองไบรตัน เพื่อจะบอกเขาว่าเขาฆ่าเด็ก ๆ ตาย และถุยน้ำลายใส่หน้าเขา
อีกกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (23 พ.ค.) คือการที่หญิงมุสลิมอีกคนถูกคนสัญจรบนถนนถุยน้ำลายใส่ ขณะเดินอยู่บนถนนอ๊อกซ์ฟอร์ดในเมืองแมนเชสเตอร์
นิตยสารนิวส์วีครายงานว่า ความรู้สึกเกลียดชังคนมุสลิมในยุโรปรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการที่กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารคนจำนวนมากทั้งในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม และกรุงปารีสของฝรั่งเศส นิวส์วีครายงานว่า เมื่อปลายปีที่แล้ว คณะกรรมการมุสลิมแห่งอังกฤษเรียกร้องให้นักการเมืองแก้ไขปัญหาการเหยียดคนมุสลิมหลังจากที่ทางการอังกฤษประกาศตัวเลขคดีที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดคนมุสลิมในกรุงลอนดอนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้
ไม่ขอโทษ
นางโมนา อาจารย์ใหญ่ฯ กล่าวอย่างหนักแน่นกับบีบีซีต่อว่า เธอจะไม่กล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันจันทร์ "และฉันก็ไม่สอนลูกศิษย์ให้ขอโทษด้วย"
เพราะอิสลามคือศาสนาที่รักสงบ "หากมีใครที่อ้างตัวว่าเป็นมุสลิมแต่ไปก่อเหตุการณ์ที่เลวร้ายอย่างคืนนั้น พวกเขาไม่ใช่มุสลิม ไม่ใช่พวกเรา ฉันจะไม่ขอโทษแทนคนเหล่านี้" นางโมนาบอก

ที่มาของภาพ, MISHG
นางโมนาพูดกับบีบีซีต่อว่าลูกศิษย์ของเธอคือชาวอังกฤษ และไม่ต่างจากชาวอังกฤษคนอื่น ๆ ที่เสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น นักเรียนที่โรงเรียนชอบเพลงป๊อบ ชอบอะรีอานา กรานเด เหมือนเด็กสาววัยรุ่นทั่วไป และรู้สึกสะเทือนใจเช่นกัน
"สิ่งที่เด็ก ๆ คุยกันในสนามหน้าโรงเรียนก่อนเข้าห้องเรียนในเช้าวันอังคารมีอยู่เรื่องเดียวคือเหตุระเบิดที่คอนเสิร์ต เด็ก ๆ เสียใจมากที่คนบริสุทธิ์มากมายต้องมารับเคราะห์ โดยเฉพาะเหยื่อหลายคนเป็นคนที่อยู่ในวัยเดียวกับพวกเธอ" นางโมนากล่าว
เพราะความที่เป็นคนมุสลิม เด็กนักเรียนหญิงของโรงเรียนต้องสวมฮิญาบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดนักเรียนของโรงเรียน นางโมนาจึงอธิบายให้เด็ก ๆ ที่โรงเรียนฟังว่า เวลานี้อาจจะเป็นเวลาที่ยากลำบากสำหรับพวกเธอ พวกเธออาจตกเป็นเป้าระบายความแค้นของคนบางกลุ่มที่โมโหต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ฉันสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจว่าจะต้องอดทน และพยายามเข้าใจความรู้สึกของคนที่เต็มไปด้วยความแค้นเหล่านี้"
นางโมนาสรุปในตอนท้ายว่า หากตอบโต้ด้วยการแก้แค้นกันไปมา จะไม่มีทางที่จะเอาชนะการก่อการร้ายได้ "ทางเดียวที่จะไม่ยอมให้การก่อการร้ายชนะก็คือการยืนหยัดอยู่ร่วมกัน ต่อสู้ไปด้วยกันเท่านั้น"









