You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ลูกชายผู้นำฟิลิปปินส์จะเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์
เซบาสเตียน "บาสเต" ดูแตร์เต ลูกชายคนเล็กของประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้บิดา ในฐานะนักเล่นกระดานโต้คลื่นสุดหล่อขวัญใจสาวๆ และกำลังจะได้เป็นพิธีกรรายการนำเที่ยวทางสถานีโทรทัศน์ช่องหลักของประเทศ
ด้วยความที่มีบุคลิกติดดิน ไม่สนใจการเมือง และดูมีความเป็นขบถอยู่ในตัว ทำให้ "บาสเต" วัย 29 ปี ได้รับความนิยมอย่างมากทางสื่อสังคมออนไลน์ของฟิลิปปินส์ ถึงกับมีการตั้งกลุ่มแฟนคลับขึ้นหลายสิบกลุ่ม หน้าเฟซบุ๊กรวมทั้งอินสตาแกรมของเขามีผู้ติดตามถึง 463,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงที่พากันหลงใหลในเสน่ห์แบบ "แบดบอย" ของบุตรชายประธานาธิบดีผู้นี้
บาสเตกำลังจะได้เป็นพิธีกรรายการ "Lakbai" ซึ่งหมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวในภาษาตากาล็อก โดยรายการนี้จะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ TV5 ผู้ผลิตรายการบอกว่าบาสเตเหมาะที่จะเป็นผู้นำเสนอเนื้อหาของรายการ ซึ่งให้ทั้งความสนุกสนานและประสบการณ์ผจญภัยในต่างถิ่น เนื่องจากเขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นเปลี่ยนผ่านสู่สหัสวรรษใหม่ (มิลเลนเนียล) ที่รักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง และมีความกล้าบ้าบิ่นในตัว
ก่อนหน้านี้บาสเตไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก แต่หลังจากที่พ่อของเขาคือประธานาธิบดีดูแตร์เต เอ่ยปากดุด่าลูกชายต่อหน้าธารกำนัล ทำให้ผู้คนทั่วประเทศหันมาให้ความสนใจในตัวเขาทันที โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาผู้นำฟิลิปปินส์ด่าว่าบุตรชายคนเล็กกลางงานส่งเสริมความเข้าใจด้านภาษีอากรของรัฐบาลว่า บาสเตนั้นไม่เอาไหน ทำตัวเจ้าชู้ไปวัน ๆ และไม่สนใจไปดูแลพบหน้าลูกสองคนที่ยังเล็กอยู่ ผู้นำฟิลิปปินส์ยังบอกว่า เขาไม่เคยต้องยุ่งยากลำบากใจกับลูกคนไหนเท่าบาสเต
ประธานาธิบดีดูแตร์เตมีบุตรกับภรรยาคนแรก 3 คน คือนายเปาโล วัย 41 ปี, นางซาราวัย 38 ปี, และนายเซบาสเตียนหรือ "บาสเต" เป็นคนสุดท้อง โดยพี่ ๆ ของเขาต่างดำเนินรอยตามบิดาด้วยการยึดอาชีพนักการเมืองท้องถิ่นในเมืองดาเวา ฐานเสียงหลักของประธานาธิบดีดูแตร์เตกันทั้งสิ้น แต่มีเขาเพียงคนเดียวที่ไม่สนใจการเมือง แม้จะลงเรียนในสาขารัฐศาสตร์ก็ตาม บาสเตเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ภายในครอบครัวของเขามีแต่เรื่องการเมืองมากพออยู่แล้ว
ประธานาธิบดีดูแตร์เตเองก็ขึ้นชื่อในเรื่องที่มักตำหนิลูกในที่สาธารณะ โดยเคยเรียกลูกสาวคนกลางว่า "จอมดราม่า" หลังเธอออกมาเผยว่าถูกข่มขืน นายดูแตร์เตยังเคยบอกว่าเขาไม่ลังเลที่จะลงมือฆ่าลูกของตัวเอง หากพบว่าลูกคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
นายโจเซฟ ฟรังโก นักวิจัยจากสำนักวิชาการต่างประเทศ เอส. ราจารัตนัม แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางของสิงคโปร์ บอกว่าสไตล์การเลี้ยงลูกแบบพ่อเสือเอเชีย บวกกับบุคลิกเยี่ยงชายชาตรีแบบลาตินอเมริกาของประธานาธิบดีดูแตร์เต ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งให้กับเขา และแม้ความสัมพันธ์แบบพ่อลูกระหว่างผู้นำฟิลิปปินส์และลูกชายคนเล็กจะไม่สู้ดีนัก แต่ก็ทำให้เกิดเรื่องเล่าขานในหมู่ชาวบ้านซึ่งสร้างคะแนนนิยมเพิ่มให้กับนายดูแตร์เตได้ เพราะใครบ้างจะไม่ชื่นชมพ่อที่คอยดูแลสั่งสอนลูกเกเรอยู่ตลอดเวลา ?
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายลงความเห็นว่า ที่บาสเตกลายเป็นดาวรุ่งและเป็นที่นิยมของคนทั่วประเทศขึ้นมาได้นั้น ก็เพราะมีพ่อเป็นประธานาธิบดีเป็นสำคัญ และแม้เขาจะพยายามหลบเลี่ยงเวทีการเมืองอยู่ในตอนนี้ แต่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจปิดประตูสู่หนทางอาชีพนักการเมืองไปเสียเลยทีเดียว หากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงในอนาคต