เฉาก๊วยเบตงสักถ้วยไหม?

ที่มาของภาพ, BBC THAI
หน้าร้อนแบบนี้ ถ้าได้รับประทานเฉาก๊วยหวาน ๆ เย็น ๆ ซักถ้วย คงจะดีไม่น้อย บีบีซีไทยพาไปชิมเฉาก๊วยเก่าแก่ดั้งเดิมเจ้าหนึ่งของ อ.เบตง จ.ยะลา จนมีคำพูดติดปากของนักท่องเที่ยวที่เคยมาลิ้มลองแล้วว่า ถ้าผ่านมาแล้วไม่แวะรับประทาน เฉาก๊วย กม.4 เหมือนมาไม่ถึงเบตง
ร้านเฉาก๊วย กม.4 เบตง เป็นชื่อที่บ่งบอกพิกัดของร้านว่าอยู่ช่วงกิโลเมตรที่ 4 ก่อนจะเข้าตัวเมืองเบตง ตัวร้านก็คือบ้านไม้เก่าแก่หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนน กับมีแผ่นป้ายติดชัดเจนอยู่ด้านข้าง ภายในบ้านมีโต๊ะสำหรับนั่งรับประทาน 3-4 โต๊ะเล็ก ๆ ส่วนด้านหลังของตัวบ้านเป็นพื้นที่ทำเฉาก๊วย ซึ่งกว่าจะออกมาให้รับประทานกันได้ต้องใช้เวลาทำกันข้ามคืน
เฉาก๊วยเบตง เป็นกิจการเล็ก ๆ ของครอบครัวที่สืบทอดกันมาถึงสี่รุ่น แต่คุณสุมิตรา อนันตสิทธิกุล เจ้าของร้านคนปัจจุบันเกรงว่าเธอคงจะเป็นคนรุ่นสุดท้าย และไม่มีใครสืบทอดกิจการที่ทำมาถึง 33 ปี เพราะเธอเองก็ไม่มีทายาทที่จะส่งผ่านกิจการไปให้
"พ่อเริ่มทำตั้งแต่ปี 2527 พ่อเป็นรุ่นที่สาม พอพ่อไม่สบาย ก็ลองทำดู เมื่อเห็นว่าทำได้ก็เลยทำต่อจากพ่อมาเกือบสิบปีแล้ว ลูกค้าชอบเฉาก๊วยของที่นี่ เพราะนอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้ว เนื้อยังเหนียวและนุ่มด้วย"

ที่มาของภาพ, BBC THAI
ป้ายหน้าร้านอธิบายสรรพคุณของ "เฉาก๊วย" หรือที่หลายคนเรียก "วุ้นดำ" ว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง ทั้งแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ลดไข้ ลดอาการเกร็งกล้ามเนื้ออักเสบ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด อาจเป็นด้วยสรรพคุณมากมายขนาดนี้ วิธีทำเฉาก๊วยจึงไม่ง่ายเลย แถมวัตถุดิบสำคัญคือต้นเฉาก๊วยตากแห้งยังต้องสั่งนำเข้ามาจากนครกวางโจว ของจีน

ที่มาของภาพ, Duangsuda Srangampai
"วิธีทำเฉาก๊วยเริ่มตั้งแต่ต้องเอาต้นเฉาก๊วยตากแห้งมาต้ม 3 ชั่วโมง ต้มเสร็จก็มากรองเอาเฉพาะน้ำ ถ้าเริ่มต้มตั้งแต่เช้า กว่าจะเสร็จก็เที่ยงวัน เสร็จแล้วก็ต้องเอามาเคี่ยวผสมกับแป้งมันอีกประมาณ 45 นาที คนหนึ่งเคี่ยว คนหนึ่งดูไฟ ที่จะต้องคุมให้พอดี เพราะเราใช้ไม้ฟืน ถ้าไฟแรงเกินไป มันจะไหม้ พอเคี่ยวเสร็จแล้ว ต้องทิ้งไว้ให้เย็นเองโดยธรรมชาติ กว่าจะทำเสร็จเป็นเวลาเย็น เตรียมไว้สำหรับขายพรุ่งนี้เช้า" คุณสุมิตราเล่า และบอกเคล็ดลับความอร่อยของเฉาก๊วยเบตงว่าไม่ใส่ผงวุ้น ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่สีผสมอาหาร สีของเฉาก๊วยเป็นสีธรรมชาติจริงๆ

ที่มาของภาพ, Duangsuda Srangampai
หากมองกันอย่างผิวเผิน ธุรกิจเล็ก ๆ อย่างร้านเฉาก๊วย ไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากหมายเหมือนกิจการขนาดใหญ่ที่ตกเป็นเป้าของผู้ก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คุณสุมิตราบอกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุไม่สงบในพื้นที่ร้านเฉาก๊วยของเธอมีลูกค้าลดลง ยอดขายตกลงไปเกินครึ่ง บางวัน ต้องเทเฉาก๊วยที่ใช้เวลาเคี่ยวต้มทั้งวันทิ้ง เพราะขายไม่หมด อย่างไรก็ดี กิจการเริ่มฟื้นตัวขายดีขึ้นในช่วง 2-3 ปีมานี้ เพราะเริ่มมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวหลายแห่งในเบตง ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น
"เดี๋ยวนี้ต้องจอง ถ้าไม่จองไม่ได้เลย คือมันทำยากเราไม่รู้ว่าลูกค้าจะเยอะหรือน้อย ถ้าเป็นช่วงเทศกาลก็จะทำเกือบสองร้อยกิโล มีคนสั่งไว้เยอะ" คุณสุมิตราเล่าอย่างภูมิใจ








