You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สถานการณ์เกาหลีเหนือ: สหรัฐฯ จะเริ่มใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ในอีกไม่กี่วันนี้
สหรัฐฯ ระบุว่า มีแผนจะเริ่มใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ที่นำไปประจำการในเกาหลีใต้ภายในอีก "ไม่กี่วันข้างหน้า" เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจและการทูตต่อเกาหลีเหนือ เพื่อให้อยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธ
เดิมทีสหรัฐฯ มีแผนจะเริ่มใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ช่วงปลายปีนี้ ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากชาวเกาหลีใต้จำนวนมากที่กังวลว่าประเทศจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของเกาหลีเหนือ แต่ล่าสุด พลเรือเอกแฮร์รี่ แฮร์ริส ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิปิก กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า "จะเริ่มใช้งาน THAAD ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เพื่อเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศให้เกาหลีใต้ ท่ามกลางภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือที่กำลังเพิ่มขึ้น"
กลยุทธ์คว่ำบาตรเพิ่มเติมของประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกประกาศ หลังจากการบรรยายสรุป ต่อสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ 100 คน
แถลงการณ์ร่วม ของนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ นายจิม แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม และนายแดน โค้ทส์ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า 'สหรัฐฯ ต้องการให้เกิดสเถียรภาพและการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสันติในคาบสมุทรเกาหลี'
แถลงการณ์ของสหรัฐฯ ระบุว่า 'เรายังคงเปิดรับการเจรจา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น แต่เราก็เตรียมพร้อม เพื่อป้องกันตนเองและพันธมิตร... เป้าหมายของประธานาธิบดี คือการกดดันเกาเหลีหนือให้ล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธนำร่อง และยุติการแพร่กระจายอาวุธ โดยใช้วิธีคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม และใช้มาตรการทางการทูตร่วมกับชาติพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา'
บาร์บาร่า เพล็ท อเชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงวอชิงตันดีซี
สหรัฐฯ กำลังเป็นกังวลกับความก้าวหน้าในเทคโนโลยีด้านกลาโหมของเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจจะมีขีดความสามารถ โจมตีสหรัฐฯ ด้วยหัวรบนิวเคลียร์ได้ก่อนที่วาระการตำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ จะหมดลง
หากสหรัฐฯ จะแทรกแซงด้วยการทหารเพื่อยับยั้งความเสี่ยงนั้น ก็จะต้องถูกต่อต้าน ท่ามกลางอันตราย แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้พยายามใช้วิธีพูดเพื่อสื่อว่า นี่เป็นความเสี่ยงที่เชื่อถือได้
กุญแจสำคัญของแผนนี้ คือการกดดันให้จีนใช้อิทธิพลไปกดดันให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งแม้แถลงการณ์ของสหรัฐฯ จะระบุว่า เปิดรับการเจรจา แต่หลายฝ่าย แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญที่กรุงวอชิงตันเอง มองว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือคงไม่มีทางยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
นายคริสโตเฟอร์ คูนส์ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโดแครต กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มีการพูดถึงทางเลือกด้านการทหาร ระหว่างการบรรยายสรุปของประธานาธิบดี โดยเขารู้สึกว่า 'เป็นการบรรยายสรุปที่สุขุม ซึ่งมีความชัดเจนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คิดและวางแผนเผื่อกรณีจำเป็นที่จะต้องใช้ทางเลือกด้านการทหาร และกลยุทธทางการทูตก็เหมาะสมกับความเสี่ยงแล้ว'
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เกาหลีเหนือ ก็กำลังถูกสหประชาชาติใช้มาตราการคว่ำบาตรที่เข้มงวดต่อโครงการอาวุธอยู่แล้ว
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า หนึ่งในทางเลือกที่กำลังพิจารณา คือการนำเกาหลีเหนือ กลับเข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย
ก่อนหน้านี้ พลเรือเอกแฮร์ริส กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเตรียมพร้อม 'ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด' เพื่อกำจัดความเสี่ยงใด ๆ ก็ตามจากขีปนาวุธ และอ้างว่าการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ Thaad ในเกาหลีใต้ มีจุดประสงค์เพื่อให้นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ 'มีสติยั้งคิด ไม่ใช่ให้ต้องมาคุกเข่า'
พลเรือเอกแฮร์ริส เชื่อว่า เกาหลีเหนือจะพยายามโจมตีสหรัฐฯ ทันทีที่มีขีดความสามารถทางด้านการทหาร
ส่วนจีน มองว่าการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ Thaad จะส่งผลกระทบต่อสเถียรภาพ และในเกาหลีใต้เองก็มีผู้ออกมาประท้วง ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ระหว่างการปะทะกับตำรวจ ในขณะที่ขบวนรถบรรทุกระบบป้องกันขีปนาวุธ เคลื่อนเข้าไปยังสนามกอล์ฟเก่า เมื่อวันพุธ (26 เม.ย.)