You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เจ้าชายวิลเลียมรณรงค์ให้คนอังกฤษพูดระบายความในใจ
ดยุคแห่งเคมบริดจ์ชี้ นิสัยทำหน้านิ่งสนิทไม่เผยอารมณ์ความรู้สึกแบบอังกฤษ เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต เสี่ยงนำไปสู่การฆ่าตัวตาย
ดยุคแห่งเคมบริดจ์ รัชทายาทลำดับที่สองของราชวงศ์อังกฤษ ตรัสรณรงค์ให้ผู้คนเลิกนิสัยแสร้งทำหน้านิ่งเฉย ไม่เปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกแบบอังกฤษ เพราะการไม่พูดคุยระบายความในใจของตนออกไปเสียบ้างนั้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต และอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประชากรชายอายุต่ำกว่า 45 ปี ในสหราชอาณาจักร
ดยุคแห่งเคมบริดจ์ประทานสัมภาษณ์แก่วารสารที่จัดพิมพ์เป็นพิเศษโดยองค์กรการกุศล CALM ซึ่งรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตายในกลุ่มผู้ชายว่า การที่ได้ทรงงานเป็นนักบินประจำเฮลิคอปเตอร์พยาบาล ทำให้ได้พบเห็นเหตุการณ์น่าเศร้าหลายครั้ง และแม้การทำตัวนิ่งเก็บอารมณ์นั้นจะเป็นเรื่องเหมาะสมในบางโอกาส แต่ไม่ควรปล่อยให้พฤติกรรมเช่นนี้มาบั่นทอนสุขภาพจิตของตนเอง
ดยุคแห่งเคมบริดจ์ทรงยกตัวอย่างของศิลปินฮิป-ฮอป Stromzy ที่เพิ่งออกมาเปิดเผยถึงอาการซึมเศร้าของตนเองว่า เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำให้คนหนุ่มจำนวนมากได้เห็นว่า การเปิดเผยถึงอาการป่วยทางใจของตนนั้นคือความเข้มแข็ง รวมทั้งเป็นการเตือนให้ดูแลรักษาสุขภาพจิตของตนเองเช่นเดียวกับสุขภาพกายด้วย
ดยุคแห่งเคมบริดจ์ยังตรัสว่า พระองค์และพระชายาปรารถนาให้พระโอรสและพระธิดาได้เติบโตขึ้นโดยสามารถเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกของตนได้เสมอ โดยก่อนหน้านี้พระองค์เป็นผู้ให้กำลังใจและส่งเสริมให้เจ้าชายแฮร์รี พระอนุชา ทรงเปิดเผยถึงการเก็บงำความเศร้าจากการสูญเสียพระมารดามา 20 ปี และเสด็จไปพบจิตแพทย์เพื่อจัดการกับสิ่งที่คั่งค้างในพระทัยดังกล่าว
นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร กล่าวยกย่องเจ้าชายแฮร์รีว่าทรงกล้าหาญที่เปิดเผยเรื่องส่วนพระองค์ต่อสาธารณชน ซึ่งได้ช่วยลบล้างทัศนคติในทางลบของผู้คนต่อการพบจิตแพทย์ และการพูดคุยอย่างเปิดเผยถึงปัญหาสุขภาพจิต ทั้งยังช่วยให้ผู้คนจำนวนมหาศาลได้รู้ว่า ไม่ได้มีเพียงแค่ตนเองเท่านั้นที่ประสบปัญหาเช่นนี้