You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
คิม จอง อึน เป็นคนมีเหตุมีผลแค่ไหน?
ไม่ว่าใครจะมองนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือว่า โหดเหี้ยม ไร้เหตุผล ทำให้ประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้และจีน หรือมีปัญหาส่วนตัวอย่างกินมากเกินขนาด และสูบบุหรี่จัด แต่นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องของนายคิม จอง อึน กลับมองว่า สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ สมเหตุสมผลแล้ว แม้การกระทำที่ผ่านมาจะรวมถึงการทำร้ายและกำจัดคนรอบข้างก็ตาม
ศ.อังเดร แลนคอฟ แห่งมหาวิทยาลัยกุ๊กมิน ในกรุงโซล กล่าวกับบีบีซีว่า 'เขาเป็นคนมีเหตุผลโดยสมบูรณ์ เพียงแต่บางครั้งอาจจะใช้กำลังมากเกินกว่าความจำเป็น'
'คนส่วนมากที่เขาฆ่า ไม่น่าจะมีส่วนในการสมรู้ร่วมคิดใดเลย แต่เขารู้สึกว่าควรจะจัดการให้มากเข้าไว้ จะเป็นประโยชน์กว่า การต้องฆ่านายพลที่ซื่อสัตย์ 9 คน เพื่อให้ได้ฆ่าคนที่มีแนวโน้มจะสมคบคิด 1 คนด้วย ยังดีกว่าปล่อยให้ผู้สมคบคิดมีชีวิตอยู่'
ศ.แลนคอฟ มองว่าการลอบสังหารนายคิม จอง นัม ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของสายลับเกาหลีเหนือ มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นสมัยอาณาจักรออตโตมันที่พระสนมของสุลต่านมีบุตรหลายคน และผู้ที่มีสายเลือดต่างก็มีสิทธิ์ได้ครองบัลลังก์ทั้งสิ้น โดยคิม จอง นัม นั้นแม้จะไม่ถือเป็นภัยร้ายแรง แต่ก็ไม่อาจวางใจได้ 'เป็นไปได้ว่าเขาอาจไม่เป็นภัยมากมายขนาดนั้น แต่ก็ไม่ใครรู้ได้ เพราะเขาก็อยู่ภายใต้อำนาจของจีน'
ด้าน ศ.จอห์น เดลูรี จากมหาวิทยาลัยยอนเซ ในกรุงโซล กล่าวว่า ความทะเยอทะยานของนายคิม จอง อึน ที่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล เพราะ 'เขาไม่มีพันธมิตรที่ไว้ใจได้ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัย นอกจากนี้เขายังต้องเผชิญกับมหาอำนาจที่ไม่เป็นมิตร ซึ่งที่ผ่านมาเคยรุกรานรัฐเอกราชและโค่นรัฐบาลมาแล้วหลายครั้ง'
'บทเรียนที่เกาหลีเหนือได้รับจากการรุกรานอิรัก ก็คือ หากซัดดัม ฮุสเซน มีอาวุธทำลายล้างสูงจริง เขาก็อาจจะมีชีวิตรอด'
นอกจากนี้ ศ.แลนคอฟ มองว่า ลิเบียเป็นอีกบทเรียนสำคัญ 'สัญญาเรื่องความมั่งคั่งแบบอเมริกัน ช่วยกัดดาฟี กับครอบครัวหรือไม่? นายคิม จอง อึน รู้ดีว่า คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อสัญญาของชาติตะวันตกและล้มเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเขาจะไม่ยอมพลาดเช่นนั้น เมื่อใดที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือก็จะไม่มีเครื่องป้องกันโดยสิ้นเชิง'
'สัญญาของรัสเซีย หรืออเมริกันและสหราชอาณาจักร ที่จะช่วยรับประกันบูรณภาพของยูเครน ช่วยอะไรได้ไหม? คำตอบคือไม่ แล้วเหตุใดเขาจะต้องคาดหวังว่าสัญญาจากอเมริกา รัสเซีย หรือจีน จะช่วยให้เขาอยู่รอด? เขาได้คิดอย่างสมเหตุสมผลแล้ว'
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันว่าความต้องการที่แท้จริงของนายคิม จอง อึน คืออะไรกันแน่ โดย ศ.ไบรอัน ไมเออร์ส แห่งมหาวิทยาลัยดงซโย ในเมืองปูซาน ของเกาหลีใต้เห็นว่านาย คิม จอง อึน ต้องการความมั่นคงและการรวมชาติเกาหลี ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่ระบอบการปกครองของเขาจะอยู่รอดได้ในระยะยาว
'อย่างที่ชาวเกาหลีเหนือทุกคนรู้ดีว่าจุดประสงค์ของนโยบายที่เน้นการทหารนำ ก็เพื่อให้ได้ชัยชนะในที่สุด หรือการรวมชาติบนคาบสมุทรเกาหลีเอาไว้ภายใต้การปกครองของเกาหลีเหนือ'
ศ.ไมเออร์ส มองว่า การมีศักยภาพด้านนิวเคลียร์ที่เชื่อถือได้ อาจช่วยเกาหลีเหนือกดดันให้สหรัฐฯ ถอนทหารออกไปจากคาบสมุทรได้ 'เกาหลีเหนือต้องการขีดความสามารถในการโจมตีสหรัฐฯ ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อกดดันให้ศัตรูทั้งสอง ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ โดยนี่เป็นข้อต่อรองหลักที่เขาต้องการ' และเมื่อทหารสหรัฐฯ ถอนตัวออกไปแล้ว ก็จะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือได้
ด้าน ศ.แลนคอฟ เชื่อว่าความอยู่รอดเป็นแรงจูงใจที่สำคัญที่สุดของนายคิม จอง อึน 'สิ่งสำคัญเหนือทุกอย่างคือ เขาต้องการเอาชีวิตรอด และอีกประการคือ ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความเจริญ ซึ่งยังถือว่าห่างไกล'
ศ.แลนคอฟ มองทางออกในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือว่าทางที่ดีที่สุดคือต้องโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไว้ที่ระดับหนึ่ง 'แต่ก็จะเป็นเรื่องยากมาก และเกาหลีเหนืออาจไม่รักษาสัญญา' และหลังจากนั้นประเทศตะวันตกจะต้องจ่ายเงิน 'ซึ่งก็จะเป็นข้อตกลงที่แย่สำหรับอเมริกา เพราะจะหมายถึงการจ่ายเงินให้กับนักขู่กรรโชก และถ้าจ่ายครั้งหนึ่งแล้ว ก็จะต้องมีครั้งต่อไปอีก'
'ทางเลือกที่สองซึ่งอาจใช้ได้ผล คือปฏิบัติการทางทหาร แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะก่อให้เกิดสงครามเกาหลีครั้งที่ 2 และจะทำลายความน่าเชื่อถือของอเมริกา ในฐานะผู้ปกป้องและพันธมิตรที่พึ่งพิงได้'
'คนจำนวนมากทั่วโลก อาจมองว่ามีศัตรูเสียเอง ยังดีกว่ามีมิตรที่พึ่งไม่ได้'