อคติยากขจัด หญิงเอเชียถูกมองเป็นแค่ “พี่เลี้ยงเด็ก”
คลิปวิดีโอการสัมภาษณ์สดศาสตราจารย์โรเบิร์ต เคลลี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกาหลีของบีบีซี ที่ถูกลูกวัยซนสองคนเข้าไปป่วนระหว่างออกอากาศ เป็นคลิปที่มีคนเข้าไปคลิกชมหลายสิบล้านครั้ง ศ.เคลลีรับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ภรรยารีบเข้าไปในห้องและพาลูกออกไป
ผู้ชมคลิปดังกล่าว แสดงความคิดเห็นมากมาย โดยหลายคนเข้าใจผิดว่า นางจุง-อา คิม ภรรยาของศ.เคลลี เป็นพี่เลี้ยงเด็ก จึงเกิดการถกเถียงกันตามมาถึงการทึกทักไปเองของคน ในเรื่องที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เพศ และคู่สมรสต่างเชื้อชาติ
แล้วมันสมเหตุสมผลแค่ไหน

บางครอบครัวในเกาหลีใต้จ้างพี่เลี้ยงเด็ก โดยเฉพาะครอบครัวที่ทั้งพ่อและแม่ต้องทำงาน แต่การที่ผู้ชมคลิปทึกทักว่านางคิมเป็น พี่เลี้ยงเด็กมากกว่าเป็นแม่ของเด็ก มาจากอคติเรื่องเชื้อชาติที่เกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงเอเชีย
หลายคนเห็นว่าการมองแบบนี้ไม่ยุติธรรม แต่บางคนแย้งว่าเป็นเพราะสีหน้าและท่าทางตกอกตกใจของนางคิม ที่วิ่งถลาเข้าไปในห้อง และรีบดึงเด็กทั้งสองออกไปจากห้อง ทำให้มองได้ว่าเธอเป็นพี่เลี้ยง และเป็นห่วงว่าอาจทำหน้าที่บกพร่องไป
อย่างไรก็ตาม มีฝ่ายที่ชี้ว่า เธอทำหน้าที่แบบคนที่เป็นแม่ทำ เพราะเธอมีทางกระวนกระวายว่า เนื่องจากเกรงว่าลูก ๆ จะไปรบกวนการสัมภาษณ์ของพ่อ
แต่สำหรับผู้ชมคลิปชาวเกาหลี พวกเขาเข้าใจว่าเธอเป็นแม่ เพราะลูกสาววัย 4 ขวบพูดว่า "ทำไม มีอะไรคะ" และ "มัมมี๋ ทำไมคะ"
คนทั่วไปมีสมมติฐานกับผู้หญิงเอเชียอย่างไร

ที่มาของภาพ, IMTMPHOTO
เฮเลียร์ เจิง ผู้สื่อข่าวบีบีซีเล่าว่าสมัยที่เธอเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยในกรุงลอนดอน คนที่พบเธอส่วนใหญ่ทึกทักว่าเธอเรียนแพทย์หรือเศรษฐศาสตร์ ทั้งที่เธอเรียนวรรณคดีอังกฤษ เธอบอกว่าไม่ค่อยชอบใจที่ถูกมองแบบนั้น แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่การทึกทักแบบนั้นบางครั้งทำให้รู้สึกเจ็บเหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวเชื้อสายอินเดียคนหนึ่งบอกว่า สมัยที่เธอทำงานเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง พนักงานต้อนรับในออฟฟิศเหมาว่าเธอเป็นพนักงานทำความสะอาด
คูมิโกะ โตดะ อาจารย์เชื้อสายญี่ปุ่นเล่าว่า คนส่วนใหญ่ที่ได้พบเธอครั้งแรกถามว่า เธอมาจากไหน ทั้งที่เธอโตในอังกฤษและมีสำเนียงพูดแบบอังกฤษ เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อเธอไม่น้อย เธอเล่าว่ารู้สึกประหลาดใจเมื่อได้คุยกับเพื่อนคนผิวขาวเรื่องการถูกคุกคามตามท้องถนน ซึ่งเพื่อนคนผิวขาวมีประสบการณ์ที่ต่างไป พวกเขาเจอน้อยกว่าเธอมาก ทำให้เธอตั้งคำถามว่าเป็นเพราะเชื้อชาติและทัศนคติที่คนมีต่อผู้หญิงเอเชียหรือไม่ที่เป็นต้นเหตุ การที่คนเห็นว่าผู้หญิงเอเชียมีท่าทางอ่อนน้อม อาจทำให้เธอถูกคุกคามบ่อยกว่า
คู่รักต่างเชื้อชาติ ยังเป็นเรื่องแปลก?

ที่มาของภาพ, JONATHAN SMITH
เฮเลียร์เล่าว่า เธอเคยไปงานคอนเสิร์ตกับเพื่อนผู้ชายสามคน สองคนเป็นคนอังกฤษผิวขาว อีกคนหนึ่งเป็นคนอังกฤษเชื้อสายจีน คนที่เธอได้คุยด้วยต่างทึกทักเอาว่าเธอกำลังเดตกับเพื่อนคนอังกฤษเชื้อสายจีน
ทิฟฟานี หว่องกับโจนาธาน สมิท คู่สมรสในอังกฤษเล่าว่า ตอนที่พวกเขาเพิ่งเดตกันใหม่ ๆ พวกเขาถูกคนแปลกหน้าพูดจาเหยียดหยาม เช่น ถูกตะโกนใส่ในขณะที่กำลังเดินอยู่ตามถนน มีครั้งหนึ่งถูกคนตะโกนว่า "แย่จัง จอห์น นายเลือกผู้หญิงเอเชีย"
ในตอนแรก เพื่อนร่วมงานและคนในครอบครัวก็แปลกใจที่พวกเขาเดตกัน จอห์นเล่าว่าตอนที่เขาเอ่ยถึงทิฟฟานีในที่ทำงาน เพื่อนต่างนึกว่าเธอเป็นคนยุโรปผิวขาว แต่พอรู้ว่าไม่ใช่ พวกเขาดูแปลกใจ จอห์นบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องหยาบคายอะไร แต่ความคิดแรกของพวกเขาต่างหากที่เป็นประเด็น ที่พวกเขาคิดว่า "คุณเดตคนเชื้อชาติเดียวกับคุณ"
แล้วทุกคน "มโน" ไปเองหรือไม่

ที่มาของภาพ, Twitter
บางคนบอกว่า การที่คนเราเหมาว่านางคิมเป็นพี่เลี้ยงเป็นสัญญาณที่บ่งถึงอคติที่ยึดว่าคนผิวขาวเป็นใหญ่ แต่มีฝ่ายที่แย้งว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสให้คนหันไปทบทวนสันนิษฐานของตน
และข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเชื้อชาติสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งสองฝ่าย
เฮเลน (นามสมมติ) พี่เลี้ยงชาวฟิลิปปินส์ทำงานในเกาหลีใต้บอกว่า เธอสังเกตเห็นว่า ชาวเกาหลีบางคนให้ความสำคัญกับเรื่องสีผิว และดูเหมือนว่าพวกเขาเลือกปฏิบัติกับคนที่ผิวคล้ำกว่า
ขณะเดียวกัน แอนดรูว์ วูด ผู้สื่อข่าวบีบีซีในเกาหลีใต้มาสองปีบอกว่า คนที่นั่นมักเหมาว่าเขาเป็นทหารอเมริกัน เขาเล่าว่า ตามปกติช่วงคืนวันศุกร์หรือเสาร์ คนขับแท็กซี่มักไม่ค่อยยอมจอดให้ผู้ชายผิวขาว เพราะพวกเขาเห็นว่าผู้ชายผิวขาวคือพวกทหารขี้เมาที่มักอาเจียนในที่นั่งด้านหลังของรถ









