พิษหอยเต้าปูนใช้เป็นยาแก้อาการปวดเรื้อรังได้

ที่มาของภาพ, MY HUYNH
พิษของหอยเต้าปูนชนิด Conus Regius ซึ่งพบในแถบทะเลแคริบเบียนและละตินอเมริกา สามารถใช้เป็นยาบำบัดอาการปวดรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรังได้ ทั้งออกฤทธิ์ระงับปวดอยู่นานสูงสุดถึง 3 วัน โดยผู้พัฒนาตัวยานี้คาดว่าจะสามารถนำไปใช้ทดแทนมอร์ฟีนและยาแก้ปวดชนิดรุนแรงที่ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ในอนาคต
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ของสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาทดลองยาแก้ปวดจากพิษหอยเต้าปูนดังกล่าวลงในรายงานการประชุมของสถาบันวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (PNAS) ระบุว่าพิษจากหอยเต้าปูนบางประเภทที่คนท้องถิ่นในแถบแคริบเบียนเรียกกันว่า หอยเต้าปูนมงกุฎ (Crown cone ) มีสารประกอบ Rg1A ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบประสาทบางส่วนของมนุษย์ ทำให้ไม่เกิดอาการปวดขึ้นในร่างกาย
การออกฤทธิ์ระงับปวดของยาจากพิษหอยเต้าปูน มีความแตกต่างจากยาแก้ปวดทั่วไปในปัจจุบัน โดยจะยับยั้งไม่ให้อาการปวดก่อตัวขึ้นตั้งแต่แรก ซึ่งตรงกันข้ามกับยาแก้ปวดส่วนใหญ่ที่ทำให้ระบบประสาทไม่รับรู้ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นแล้ว โดยยาทั่วไปในปัจจุบันให้โปรตีนบางชนิดเข้าจับกับตัวรับของเซลล์ประสาทในสมองและอวัยวะอื่น ๆ ทั่วร่างกาย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในการทดลองให้ยาแก้ปวดชนิดใหม่กับหนูที่รับเคมีบำบัดจนทำให้หนูไวต่อสัมผัสและความหนาวเป็นพิเศษ พบว่ายาจากพิษหอยเต้าปูนสามารถออกฤทธิ์ระงับความเจ็บปวดอยู่ได้เป็นเวลานานสูงสุดถึง 72 ชั่วโมง ทำให้มีความหวังว่าหลักการทำงานของตัวยานี้จะเปิดประตูสู่การคิดค้นยาแก้ปวดชนิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาทดแทนมอร์ฟีนและยาแก้ปวดชนิดรุนแรงอื่น ๆ ที่ใช้บำบัดอาการปวดเรื้อรัง จนทำให้ผู้ป่วยเกิดการเสพติดยาและเกิดผลข้างเคียงหลายอย่างตามมาได้
ทั้งนี้ หอยเต้าปูนซึ่งมีอยู่หลากหลายชนิดพันธุ์ ใช้เข็มพิษล่าเหยื่อเป็นอาหาร โดยพิษโคโนท็อกซิน (Conotoxins)จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตและหมดสติอย่างรวดเร็ว พิษของหอยเต้าปูนขนาดใหญ่บางชนิดรุนแรงพอที่จะทำให้มนุษย์ตายได้ แต่ยังไม่มีการค้นพบยารักษาพิษชนิดนี้




