You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สหรัฐฯ ร่วมซ้อม “คอบร้าโกลด์” พร้อมเรียกร้องไทยคืนสู่ประชาธิปไตย
การฝึกซ้อมทางทหาร "คอบร้าโกลด์ ประจำปี 2560 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพได้เปิดฉากแล้วในวันนี้ (14 ก.พ.) ถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ส่งผู้บัญชาการทหารระดับสูงสุดในภูมิภาคมาเยือนไทยนับแต่ การรัฐประหารในปี 2557 และเรียกร้องให้ไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว
พลเรือเอก แฮร์รี บี. แฮร์ริส ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก กล่าวในพิธีเปิดการซ้อมรบร่วมวันนี้ว่า สหรัฐฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยจะกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง เพราะสหรัฐฯ ต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ ทั้งยังมุ่งหวังให้ไทยกลับมาเป็นผู้นำในเวทีภูมิภาคและเวทีโลกอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า แม้สหรัฐฯ จะเรียกร้องให้รัฐบาลทหารไทยเร่งฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศ แต่ก็ยังคงรักษาความสัมพันธ์ด้านการทหารกับไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งการเยือนไทยของพลเรือเอกแฮร์ริสครั้งนี้เป็นแผนการที่วางไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
ท่าทีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ ยังคงให้การสนับสนุนไทยต่อไป และพยายามรักษาความเป็นพันธมิตรทางการทหารที่ยาวนานระหว่างสองชาติไว้ โดยเฉพาะในช่วงหลังจากการทำรัฐประหาร ซึ่งสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการระงับความช่วยเหลือทางทหารมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ไทย จนทำให้ไทยเริ่มหันไปหาจีน ซึ่งกำลังแผ่ขยายอิทธิพลในภูมิภาค รวมถึงในทะเลจีนใต้
ดร. ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของรัฐบาล กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า ไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างบรรดาชาติมหาอำนาจ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องสร้างความสมดุล ไม่เอนเอียงไปทางมหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่งจนเกินไป
ขณะที่ นายพอล แชมเบอร์ส ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังเฝ้าจับตาการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน ด้วยเหตุนี้จึงพยายามดึงไทยกลับมาเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดอีกครั้ง โดยที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามแสดงให้เห็นว่าตนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับรัฐบาลทหารไทยและบรรดารัฐบาลชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่มองข้ามปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศเหล่านี้
"คอบร้าโกลด์"เป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีที่เข้มข้น และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สำหรับปีนี้มีทหารอเมริกันราว 3,600 นายเข้าร่วม รวมทั้งทหารจากหลายชาติ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย