ทรัมป์เตรียมพิจารณาออกคำสั่งห้ามเข้าประเทศฉบับใหม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะพิจารณาออกคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับใหม่ เพื่อห้ามพลเมืองจากบางประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ หลังจากที่คำสั่งฉบับแรกถูกศาลสั่งระงับ
นายทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ แอร์ฟอร์ซวัน ว่าคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับใหม่ อาจจะออกมาภายในวันจันทร์ที่ 13 ก.พ. หรือวันอังคารที่ 14 ก.พ. โดยเขากล่าวเรื่องนี้ หลังจากศาลอุทธรณ์ที่ซาน ฟรานซิสโก ยืนตามคำวินิจฉัยแรก ในการระงับคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับเดิม ที่ห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับใหม่เพื่อควบคุมคนเข้าเมืองนี้จะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งนายทรัมป์กล่าวว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อห้ามใหม่ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา
แม้ทรัมป์จะเสนอเรื่องการออกคำสั่งพิเศษฯ ฉบับใหม่เมื่อวันศุกร์ (10 ก.พ.) แต่รัฐบาลของเขาก็ยังมีสิทธิจะดำเนินการต่อในชั้นศาล เพื่อรื้อฟื้นคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับแรกที่ถูกระงับโดยผู้พิพากษาที่เมืองซีแอดเติล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
"เราจะชนะการต่อสู้นั้น" นายทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว "ข้อเสียก็คือต้องใช้เวลา เราจะชนะการต่อสู้นั้น แต่เราก็มีทางเลือกอื่น รวมถึงการออกคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับใหม่ด้วย"
เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยืนตามการพิจารณาครั้งแรกของศาลรัฐบาลกลาง ซึ่งระงับคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี แต่ผู้พิพากษารายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อระบุว่าได้มีการเรียกประชุมผู้พิพากษา 25 คน เพื่อลงมติว่าจะพิจารณาคำอุทธรณ์ให้เพิกถอนการระงับคำสั่งประธานาธิบดีอีกครั้งหรือไม่ โดยการพิจารณาครั้งที่ 2 นี้จะเป็นการพิจารณาครบองค์คณะผู้พิพากษา 11 คน แทนที่จะเป็น 3 คนอย่างในการอุทธรณ์ครั้งแรก
คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการห้ามคนเข้าเมืองที่ประกาศออกมาอย่างเร่งรีบช่วงสัปดาห์แรกของการทำงานในฐานะผู้นำสหรัฐฯ สร้างความปั่นป่วนให้กับสนามบินหลายแห่ง และทำให้เกิดการประท้วงขึ้นทั่วประเทศ
ขณะที่ศาลอุทธรณ์แถลงว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ "หลักฐานใด ๆ" ที่จะเป็นเหตุผลอันสมควรแก่การสั่งห้ามเข้าประเทศดังกล่าว ซึ่งประธานาธิบดีอ้างว่าจำเป็น เพื่อปกป้องสหรัฐฯ ให้ปลอดภัยจากการก่อการร้าย
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ ยืนยันว่าคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีในประเด็นนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ และสัญญาว่าจะลงมือ "อย่างรวดเร็วที่สุด" เพื่อให้มีขั้นตอน "ความมั่นคงเพิ่มเติม" หลังจากศาลมีคำตัดสินดังกล่าวออกมา
การตัดสินของศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 9 ก.พ. หมายความว่า ผู้ถือวีซ่าจากอิหร่าน อิรัก ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน จะยังคงเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ และผู้ลี้ภัยจากทั่วโลกที่ถูกคำสั่งห้ามชั่วคราว ก็จะไม่ถูกปฏิเสธการเข้าเมืองด้วย เพียงแต่คำพิพากษานี้ไม่มีผลกับตอนหนึ่งในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี ที่ปรับลดเพดานรับผู้ลี้ภัยให้เหลือ 50,000 คนต่อปี จากเดิมที่ 110,000 คน ตามที่กำหนดเอาไว้ในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา








