ทรัมป์: ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น “เป็นพื้นฐานแห่งสันติภาพ”

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหลังจากพบกับนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นว่า ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น เป็น "พื้นฐานแห่งสันติภาพ" ในภูมิภาคแปซิฟิก
หลังจากการหารือที่ทำเนียบขาว นายทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังคงยึดมั่นในพันธกรณีที่มีต่อ "ความมั่นคงของญี่ปุ่น"
ด้านนายอาเบะ ก็กล่าวในทำนองเดียวกัน โดยย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าให้แข็งแกร่ง
ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์เคยพูดถึงประเด็นที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าญี่ปุ่น โดยขู่จะขึ้นภาษีกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โตโยต้า
ส่วนในการแถลงข่าวร่วมเมื่อวันศุกร์ (10 ก.พ.) ประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกญี่ปุ่นว่าเป็น "พันธมิตรที่สำคัญและมั่นคง" และเสริมว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ จะมุ่งมั่นเพื่อนำมาซึ่งความสัมพันธ์แบบทวิภาคีที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ก็กล่าวด้วยว่า ทั้งสองประเทศ จะเสริมขีดความสามารถในการป้องกันตนเองในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน หรือ Freedom of Navigation ในพื้นที่สากล
ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีทหารประจำการอยู่ที่ฐานทัพบนเกาะโอกินาวา และที่อื่นๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นกุญแจสำคัญต่อความมั่นคงในภูมิภาค โดยญี่ปุ่นกำลังต้องการคำยืนยันจากสหรัฐฯ ในแง่ข้อผูกมัดทางการทหาร เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค ในขณะที่จีน กำลังก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางการทหาร และเกาหลีเหนือกำลังพัฒนาโครงการนิวเคลียร์โดยไม่สนใจการคว่ำบาตรจากสหประชาชาติ
แถลงการณ์ร่วมของนายทรัมป์และนายอาเบะ มีข้อความเฉพาะเจาะจงถึงสนธิสัญญาด้านความมั่นคงแบบทวิภาคี ที่มีเนื้อหาครอบคลุมหมู่เกาะเซนคาคุด้วย โดยหมู่เกาะดังกล่าวในทะเลจีนใต้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของญี่ปุ่น แต่จีนก็อ้างกรรมสิทธิ์เช่นกัน โดยเรียกหมู่เกาะนี้ว่าเตี้ยวหยู และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนก็แสดงออกว่าเป็นเจ้าของมากขึ้น
ในเรื่องความร่วมมือด้านการค้า นายทรัมป์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลของเขาต้องการความสัมพันธ์ที่ "เป็นอิสระ" และ "เป็นธรรม" กับญี่ปุ่น ซึ่งนายอาเบะก็เห็นด้วย แต่กล่าวเสริมว่า ยังจะต้องมีการหารือเพื่อปรับความเห็นที่แตกต่างกันในบางประเด็นหลัก
ก่อนหน้านี้ นายอาเบะ กล่าวแสดงความหวังว่าการเยือนสหรัฐฯ จะ "นำมาซึ่งยุคสมัยใหม่ของความสัมพันธ์แบบทวิภาคี" และเรียกความร่วมมือด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นว่าเป็น "ความสัมพันธ์แบบที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย"
ส่วนในช่วงสุดสัปดาห์ คาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือเกี่ยวกับการตัดสินใจของนายทรัมป์ ให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นพยายามล็อบบี้มาอย่างหนักก่อนหน้านี้








