ซอสมะเขือเทศ: ต้องแช่ตู้เย็นหรือไม่

ที่มาของภาพ, .
ในความเป็นจริงแล้วอาหารบางอย่างที่เราแช่ไว้ในตู้เย็นนั้น สามารถเก็บในตู้กับข้าวได้ โดยคนสมัยก่อนสามารถเก็บทั้งเนย ไข่ และซอส ไว้ในตู้กับข้าวได้โดยไม่เน่าเสีย จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ทำไมคนจำนวนมาก ถึงยืนยันว่าต้องแช่อาหารไว้ในตู้เย็น
ค่านิยมนี้ ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องเอาใจลูกค้าทั้งสองประเภท ด้วยการวางซอสมะเขือเทศเอาไว้ทั้งบนชั้นทั่วไปและในตู้เย็น โดยจากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,600 คน ของแอสด้า (Asda) พบว่าความเห็นเกี่ยวกับการแช่เย็นเพื่อถนอมอาหารนี้ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันมาก โดย 54% กล่าวว่าควรเก็บซอสมะเขือเทศไว้ในตู้ธรรมดา และ 46% กล่าวว่าควรเก็บไว้ในตู้แช่เย็น

ที่มาของภาพ, Twitter

ที่มาของภาพ, Twitter
ด้าน ดร.โพลลี่ รัสเซล นักประวัติศาสตร์อาหารจากรายการ Further Back In Time For Dinner ทางช่องบีบีซี 2 กล่าวว่า พฤติกรรมการแช่อาหารในสมัยนี้อาจจะดู "แปลกประหลาด" โดยหลายแบรนด์ที่เรารู้จักทุกวันนี้ อย่างเช่น ซอสวูสเตอร์เชอร์ ลีอา แอนด์ เพอร์รินส์ และ ซอสมะเขือเทศ ไฮนส์ มีขายมาก่อนที่ตู้เย็นจะกลายเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งความเป็นกรดบวกกับปริมาณเกลือและน้ำตาล แปลว่าในเชิงจุลชีววิทยาแล้ว ซอสเหล่านี้ยังคงปลอดภัยต่อการเก็บที่อุณหภูมิห้อง และในตอนล่าสุดของรายการซีรีย์ เฟอร์เตอร์ แบ็ค อิน ไทม์ ฟอร์ ดินเนอร์ ครอบครัวร็อบชอว์ ยังถูกส่งไปยังบ้านในยุคปี 1900 เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นห้องครัว ซึ่งใช้ตู้สำหรับเก็บอาหารที่อุณหภูมิปกติ แทนที่จะเป็นตู้เย็นหรือตู้แช่แข็ง

ที่มาของภาพ, .
พฤติกรรมการเก็บอาหาร เปลี่ยนไปตอนไหน
ผลจากการค้นคว้าของ ดร.รัสเซล ชี้ว่า ในปี 1961 มีเพียง 20% ของครัวเรือนในสหราชอาณาจักรเท่านั้นที่มีตู้เย็น แต่มีถึงประมาณครึ่งหนึ่งที่มีโทรทัศน์แล้ว จนกระทั่งปี 1968 เป็นต้นมา ครึ่งหนึ่งของครัวเรือนในสหราชอาณาจักรถึงมีตู้เย็นใช้ และเกือบ 70 ปีต่อมา ตอนนี้กลายเป็นยุคของการต้องแช่อาหารไว้ในตู้เย็น
ดร.รัสเซล กล่าวว่า ปัจจุบันคน "มีความกังวลมากขึ้น" ในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ทำให้เรามักจะนำอาหารไปแช่เย็นทั้งที่ไม่จำเป็น
แต่ก็มีคนอีกกลุ่ม ที่พยายามจะไม่พึ่งพาการแช่อาหาร โดยนางแคโรไลน์ ไอท์เคน ผู้อบรมวิธีถนอมอาหาร กล่าวว่า "ถ้าเราทำให้คนหันมาใช้วิธีถนอมอาหาร ก็จะลดความจำเป็นในการใช้ตู้เย็นลงได้"
นางไอท์เคน เป็นผู้อบรมเกี่ยวกับ permaculture ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เริ่มขึ้นในยุค 1970 เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตแบบพอเพียง การปลูกอาหารด้วยวิธีธรรมชาติ และลดขยะ โดยเธอกล่าวว่าหลายคนอาจจะ "จริงจังเกินไป" กับการเก็บอาหารในตู้เย็น แม้กระทั่งอาหารที่ปรุงสุกแล้ว"ถ้าฉันทำสตูว์หม้อใหญ่ ก็จะตั้งทิ้งไว้ในห้องที่มีพื้นเป็นหิน และวันรุ่งขึ้นก็ยังกินได้"
ตัวเลขจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรชี้ว่า ตู้เย็นที่ซื้อในปี 2013 มีค่าไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน 12.5 ปี อยู่ที่ประมาณ 270 ปอนด์ (12,000 บาท) แต่การไม่ใช้ตู้เย็นเลย ก็อาจจะทำให้ชีวิตลำบากเกินไป เพราะแม้กระทั่งนางไอท์เคน ก็ยังต้องใช้ตู้เย็นเอาไว้เก็บโยเกิร์ตที่เธอทำเอง "ฉันแค่ไม่ได้แช่ทุกอย่างไว้ในตู้เย็น เช่น มะเขือเทศ มะนาว ไข่ ไม่ควรต้องเก็บในตู้เย็น"








