รอยแยกผืนน้ำแข็งลาร์เซ่นขยายตัวต่อเนื่อง

รอยแยกผืนน้ำแข็งลาร์เซ่น

ที่มาของภาพ, NASA/John Sonntag

ข้อมูลของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวอนซี ร่วมกับมหาวิทยาลัยอาเบอรีสวิทธ์ และคณะนักสำรวจทวีปอาร์กติคชาวอังกฤษ ชี้ว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา รอยแยกบนผืนน้ำแข็งลาร์เซ่น ซี ได้ขยายตัวกว้างขึ้นอีก 10 กิโลเมตรแล้ว และถ้ารอยแยกนี้เลื่อนออกอีก 20 กิโลเมตร ก็จะทำให้เกิดภูเขาน้ำแข็งขนาด 1 ใน 4 ของแคว้นเวลส์ หรือหนึ่งในภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยถูกบันทึกมา

ผืนน้ำแข็งลาร์เซ่น ซี ซึ่งหนา 350 เมตรนี้ ลอยอยู่บริเวณทิศตะวันออกของคาบสมุทรอาร์ติก โดยมีระบบดาวเทียมเซนทิเนียล-1 ของสหภาพยุโรปคอยติดตามรอยแยกอยู่ตลอดในทุกสภาพอากาศ ซึ่งจากข้อมูลพบว่ารอยแยกนี้ยาวประมาณ 175 กิโลเมตร แต่ศ.เอเดรียน ลัคแมน จากมหาวิทยาลัยสวอนซี บอกกับบีบีซีว่า กระบวนการของรอยร้าวที่เกิดขึ้นซับซ้อนมาก ทำให้ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผืนน้ำแข็งขนาด 5,000 ตารางกิโลเมตรนี้จะแตกออกจากกันเมื่อใด ซึ่งรอยแยกตรงปลายเพิ่งเข้าสู่ช่วงที่น้ำแข็งนิ่มลงและชะลอการแตกออก "ความรู้สึกของผมจากพัฒนาการที่เกิดขึ้นใหม่นี้ คืออาจจะเกิดอะไรขึ้นตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ หรือเป็นเดือน แต่ก็ยังมีโอกาสที่ผืนน้ำแข็งจะแยกตัวช้าลงกว่านั้น โดยรอยแตกที่กว้างขึ้น เป็นผลมาจากคลื่นที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นของมหาสมุทร ซึ่งยากที่จะคาดเดา"

รอยแยกผืนน้ำแข็งลาร์เซ่น

ที่มาของภาพ, AFP

อย่างไรก็ตาม เมื่อผืนน้ำแข็งแตกออกจากกัน นักวิทยาศาสตร์จะมุ่งความสนใจไปที่ผลกระทบกับโครงสร้างของผืนน้ำแข็งที่เหลืออยู่ เช่นเดียวกับตอนที่ผืนน้ำแข็งลาร์เซ่น บี แตกออกทางตอนเหนือเมื่อปีพ.ศ.2545 เนื่องจากผืนน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในมหาสมุทร มีหน้าที่ค้ำยันธารน้ำแข็งที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินที่อยู่ด้านหลัง และน้ำแข็งจากแผ่นดินนี้เองที่จะส่งผลกระทบทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นได้

ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แตกออกกว่า 10 ชิ้น ทำให้ขนาดเล็กลง รวมถึง พรินซ์ กุสตาฟ แชนแนล, ลาร์เซ่น อินเล็ต, ลาร์เซ่น เอ, ลาร์เซ่น บี, เวอร์ดี้, มุลเล่อร์, โจนส์ แชนแนล, และวิลกิ้นส์

ภูเขาน้ำแข็งหลายก้อนถูกกระแสน้ำพัดไปยังดินแดนเซาท์ จอร์เจีย

ที่มาของภาพ, Thinkstock

คำบรรยายภาพ, ภูเขาน้ำแข็งหลายก้อนถูกกระแสน้ำพัดไปยังดินแดนเซาท์ จอร์เจีย

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังสนใจพัฒนาการของภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่อย่างอิสระ และค่อยๆ เคลื่อนออกจากทวีปแอนตาร์ติกด้วย โดยปกติแล้วภูเขาน้ำแข็งในภูมิภาคนี้จะเคลื่อนไปตามเข็มนาฬิกา พร้อมๆ กับกระแสน้ำวนเวดเดล ซึ่งก็อาจทำให้ลอยไปถึงมหาสมุทรในซีกโลกใต้ได้ แต่เท่าที่ผ่านมา มีภูเขาน้ำแข็งแบบทาบูล่าร์ หลายก้อนที่ถูกกระแสน้ำพัดไปยังดินแดนเซาท์ จอร์เจียของสหราชอาณาจักร และหลังจากเกยตื้นก็จะค่อยๆ ละลายไปเอง ซึ่งระบบกระแสน้ำวนในมหาสมุทรดังกล่าว คืออันเดียวกับที่ เออร์เนสท์ แช็คเคิลตั้นและลูกเรือใช้พาเรือเล็กกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย หลังเรือเอ็นดูร์แรนซ์ได้รับความเสียหายระหว่างติดผืนน้ำแข็งฤดูหนาว และจมลงในทะเลเวดเดลเมื่อปีพ.ศ.2459