You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีคืออะไร?
นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เราได้ยินคำว่าคำสั่งพิเศษบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา การใช้อำนาจออกเอกสารตามคำสั่งพิเศษ จะเกิดขึ้นในกรณีที่จำเป็น แต่ในยุคของนายทรัมป์ เพียงสัปดาห์แรกที่เข้ามารับตำแหน่ง เขาได้ออกเอกสารคำสั่งประธานาธิบดีซึ่งถือเป็นเครื่องมือในการแสดงจุดยืนในรัฐบาลไปแล้ว 4 ฉบับ
คำสั่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาหรือ Executive Order ก็คือหนังสือคำสั่งที่ออกโดยประธานาธิบดีถึงหน่วยงานรัฐบาลกลางโดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส เนื้อหาก็มีตั้งแต่การกลับลำนโยบาย เช่นที่นายทรัมป์ อนุมัติโครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน 2 แห่งซึ่งก่อนหน้านี้นายโอบามาได้ใช้อำนาจยับยั้ง ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระอย่างกรณีที่นายโอบามา สั่งให้หน่วยงานรัฐหยุดงานได้ครึ่งวัน ในวันก่อนวันคริสต์มาสเมื่อปี 2015
อำนาจประธานาธิบดีในการออกเอกสารคำสั่งพิเศษนี้ ระบุอยู่ในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ โดยเขียนไว้ว่า "อำนาจผู้บริหาร เป็นของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา"
แต่การออกคำสั่งนี้ ก็เป็นประเด็นทางการเมืองมาตลอด เช่น สมาชิกพรรครีพับลิกันต่างกล่าวหาอดีตประธานาธิบดีโอบามา ที่ออกคำสั่งประธานาธิบดี กำหนดนโยบายประกันสุขภาพ (โอบามาแคร์) และสิทธิคนรักร่วมเพศ แต่พอนายทรัมป์ เข้ามาก็กลยุทธ์เดียวกันยับยั้งโครงการโอบามาแคร์ ซึ่งเรียกเสียงชื่นชมจากฝ่ายรีพับลิกัน
เหตุผลในการออกคำสั่งพิเศษ
ในประวัติศาสตร์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะลงนามในคำสั่งพิเศษในภาวะสงคราม หรือเพื่อแก้ไขวิกฤตในประเทศ เช่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีพ.ศ.2485 อดีตประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ ลงนามในคำสั่งพิเศษให้สร้างศูนย์กักกันชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นประมาณ 120,000 คน ส่วนในปีพ.ศ.2495 อดีตประธานาธิบดี แฮร์รี่ เอส ทรูแมน ออกคำสั่งพิเศษ ให้รัฐมีอำนาจควบคุมอุตสาหกรรมเหล็กเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการผละงาน และในสมัยอดีตประธานาธิบดีโอบามา ก็มีการออกเอกสารคำสั่งพิเศษ เพื่อผ่าทางตันให้ดำเนินนโยบายที่ถูกฝ่ายรีพับลิกันขัดขวางในสภาคองเกรส นายโอบามาเคยกล่าวต่อหน้าสาธารณชนที่เมืองแคนซัสซิตี้ เมื่อปีพ.ศ.2557 ว่า "เมื่อสภาคองเกรสไม่ทำ นั่นเป็นเวลาที่เราต้องลงมือ'
ใครมีอำนาจล้มคำสั่งประธานาธิบดี?
ศูนย์ข้อมูลรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ให้คำอธิบายว่า คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีนี้จะต้องอยู่ภายในขอบเขตของกฎหมาย ซึ่งในเชิงทฤษฎีแล้ว แต่ละคำสั่ง 'จะต้องผ่านการทบทวนโดยสำนักงานที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามรูปแบบ และความถูกต้องตามกฎหมาย'
แต่นี่ก็ไม่ใช่ขั้นตอนที่เกิดขึ้นเสมอไป และถ้าคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี ถูกพิจารณาว่าอยู่นอกเหนือขอบเขตที่ยอมรับได้ ก็อาจถูกทบทวนตามกระบวนการทางกฎหมายได้อีกครั้งแม้จะประกาศออกมาแล้วก็ตาม นอกจากนี้ สภาคองเกรสยังสามารถผ่านกฎหมายออกมาใช้แทนที่คำสั่งประธานาธิบดีได้ด้วย แต่ประธานาธิบดีก็ยังมีอำนาจคัดค้าน หรือ วีโต้ (veto)
ทำไมคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีถึงอ่อนไหวต่อการเมือง?
คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีมักจะเป็นประเด็นถกเถียง เนื่องจากเป็นอำนาจที่ประธานาธิบดีสามารถใช้ได้คนเดียว โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส เช่น ในปีพ.ศ.2553 สมาชิกพรรครีพับลิกันประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องอดีตประธานาธิบดีโอบามา โดยให้เหตุผลว่า ประธานาธิบดีทำเกินขอบเขตอำนาจที่มีในรัฐธรรมนูญ ในการประกาศเลื่อนกำหนดเส้นตายความคุ้มครองประกัน
นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังสามารถออกคำสั่งได้ในภาวะที่สภาฯ ทำงานล่าช้าเกินไป หรือในกรณีที่ประธานาธิบดีรู้สึกว่าการออกเอกสารคำสั่งจะช่วยให้กฎหมายใหม่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ความถี่ของการประกาศใช้คำสั่งพิเศษ
ตลอดช่วงเวลา 12 ปีในตำแหน่ง อดีตประธานาธิบดีรูสเวลท์ ออกเอกสารคำสั่งพิเศษ 3,721 ฉบับ ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโอบามา ลงนามเพียง 279 ฉบับ และอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ออกคำสั่งพิเศษ 291 ฉบับในช่วง 8 ปีที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบตามมาตรฐานสมัยใหม่แล้วถือว่าอดีตประธานาธิบดีโอบามา ใช้อำนาจนี้น้อย โดยเฉลี่ยคิดเป็น 35 ฉบับต่อปี หรือน้อยที่สุดนับตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งระหว่างปีพ.ศ.2428-2432 และพ.ศ. 2436-2440 โดยออกเอกสารคำสั่งประธานาธิบดีเฉลี่ยปีละ 32 ฉบับ