You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โครงการปลูก "นครแมกไม้"ที่แมนเชสเตอร์
โครงการ "นครแมกไม้" (City of Trees) เป็นโครงการปลูกต้นไม้ในนครแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ ตั้งเป้า 25 ปีถัดจากนี้ จะปลูกให้ได้ถึง 3 ล้านต้น หรือเท่ากับ 1 ต้นต่อผู้อาศัยแต่ละคน โดยกำหนดแผนร่วมกับผู้เป็นหุ้นส่วนและเจ้าของที่ดิน
ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ "นครแมกไม้" หวังว่าความพยายามนี้จะไม่เพียงทำให้นครแมนเชสเตอร์มีต้นไม้มากขึ้น แต่ยังหวังจะสร้างความตระหนักว่าต้นไม้มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียด ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และทำให้ผู้จับจ่ายใช้สอยใช้เวลาเตร็ดเตร่อยู่ในย่านช็อปปิ้งนานยิ่งขึ้น
นายโทนี ฮอเทอร์ซัลล์ ผู้อำนวยการโครงการ "นครแมกไม้" กล่าวว่าวัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งของโครงการนี้คือ ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของตนเองให้มากขึ้น เพิ่มความตระหนักแก่สาธารณชนและผู้วางนโยบายว่า ต้นไม้มีบทบาทช่วยเกื้อกูลและปรับปรุงพื้นที่ชุมชนเมืองได้อย่างไร
สำหรับการวางแผนการปลูกต้นไม้ทั่วเมืองแมนเชสเตอร์นั้น นายฮอเทอร์ซัลล์ อธิบายว่าจะร่วมมือกับผู้เป็นหุ้นส่วนและเจ้าของที่ดิน กำหนดพื้นที่ปลูกต้นไม้ร่วมกัน รวมทั้งอาจจะขยายพื้นที่ป่าที่มีอยู่แล้วและหรือเชื่อมป่าผืนต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งอาจปลูกป่าขึ้นในพื้นที่ใหม่ ๆ เลยก็ได้
ผู้อำนวยการโครงการ "นครแมกไม้" ของแมนเชสเตอร์ กล่าวด้วย จะมุ่งปลูกต้นไม้ข้างถนน ในสวนเอกชนและสวนสาธารณะ
"จริง ๆ เป็นเรื่องการปลูกต้นไม้ตรงไหนก็ได้ที่เหมาะจะปลูกน่ะครับ" นายฮอเทอร์ซัลล์อธิบาย "ที่สำคัญมากคือต้องปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมในสถานที่อันเหมาะสม"
นอกจากนี้โครงการนครแมกไม้และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ได้ร่วมมือกันศึกษาว่าต้นไม้สามารถช่วยบรรเทาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนและดูดซับน้ำจากพายุฝนได้อย่างไร รวมทั้งยังได้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมืองและสุขภาพของมนุษย์ กับวิจัยถึงผลดีของต้นไม้ต่อพื้นที่การค้าปลีกในชุมชนเมืองด้วย
"มีงานวิจัยที่ดีซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้คนจับจ่ายมากขึ้นและอ้อยอิ่งอยู่นานขึ้นในพื้นที่ค้าปลีกที่มีต้นไม้เขียวขจี"
นายฮอเทอร์ซัล ยกตัวอย่างโครงการของเขาในเขตสตีเวนสัน สแควร์ ในแมนเชนเตอร์ ที่มีการปลูกต้นไม้ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ร่มรื่น ทำให้มีผู้มาลงทุนเปิดร้านกาแฟจนเกิดวัฒนธรรมร้านกาแฟขึ้นมาในพื้นที่ที่เคยเป็นย่านแห้งแล้งแห่งหนึ่งของแมนเชสเตอร์