You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สหประชาชาติประณามอิสราเอล หลังเตรียมขยายถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงค์
โฆษกของนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่านายกูเตอร์เรสมีความห่วงกังวลอย่างยิ่ง ต่อแผนการใหม่ของอิสราเอลที่จะเดินหน้าสร้างบ้านอีก 2,500 หลัง เพื่อให้ชาวยิวตั้งถิ่นฐานในเขตยึดครองเวสต์แบงค์และเยรูซาเล็มตะวันออกเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและทำลายการเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์
คำแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศอนุมัติแผนสร้างที่พักอาศัยในเขตยึดครองดังกล่าว เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่พักอาศัยของชาวยิวที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยคำสั่งนี้เป็นการอนุมัติครั้งที่สองของทางการอิสราเอลที่มีขึ้นแทบจะในทันทีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งก่อนหน้านี้นายทรัมป์ได้ประกาศจะให้การสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่
โฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติระบุว่า แผนการดังกล่าวเป็นการกระทำเพียงฝ่ายเดียวของอิสราเอลที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาสันติภาพโดยยึดหลักการอยู่ร่วมของสองรัฐ (Two-state solution) ซึ่งหลักการดังกล่าวที่นานาชาติให้การสนับสนุนนั้น ทั้งรัฐอิสราเอลและรัฐปาเลสไตน์จะต้องเคารพและยอมรับในการดำรงอยู่ของทั้งสองฝ่าย
ปัจจุบันมีชาวยิวราว 500,000 คน อาศัยอยู่ในที่ตั้งถิ่นฐาน 140 แห่ง ในเขตเวสต์แบงค์และเยรูซาเล็มตะวันออก ซึ่งอิสราเอลเข้ายึดครองจากพื้นที่จัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ตั้งแต่ปี 1967 และยืนกรานว่าการตั้งถิ่นฐานดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แม้สหประชาชาติจะออกข้อมติประณามการกระทำดังกล่าวมาแล้วก็ตาม
ในการขยายที่ตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในครั้งนี้ จะมีการสร้างที่พักอาศัยราว 100 หลังในเขตเบต-เอล ใกล้เมืองรามัลลาห์ โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากมูลนิธิที่ครอบครัวของนายจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้บริหารด้วย
ด้านองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) กล่าวประณามแผนการขยายที่ตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยชี้ว่าอิสราเอลได้เผยให้เห็นอีกครั้งว่ามุ่งแต่จะขโมยดินแดนและล่าอาณานิคม มากกว่าจะยึดมั่นกับหลักการอยู่ร่วมของสองรัฐและแผนการไปสู่สันติภาพ