ฝรั่งเศสสกัดแผนโจมตีทางไซเบอร์ได้ 24,000 ครั้ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสเผยว่าเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสามารถสกัดแผนโจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปที่หน่วยงานด้านความมั่นคงในประเทศได้ถึง 24,000 ครั้ง
นายฌอง อีฟ เล ดริยอง รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส บอกว่าแผนโจมตีดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกปี และการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศในปีนี้อาจตกเป็นเป้าการโจมตี และจะเป็นการ "ซื่อเกินไป" หากคิดว่าฝรั่งเศสมีเกราะคุ้มกันจากการโจมตีทางไซเบอร์เช่นเดียวกับที่พุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นฝีมือของรัสเซีย
นายเล ดริยอง ซึ่งรับผิดชอบการปรับปรุงระบบปฏิบัติการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ของฝรั่งเศสบอกว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการโจมตีทางไซเบอร์ในฝรั่งเศสพุ่งสูงมาก และได้กลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศสยังเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่สามารถสกัดการโจมตีที่มาจากภายนอกประเทศได้หลายพันครั้ง ซึ่งรวมถึงความพยายามทำลายระบบโดรนของประเทศด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำเตือนของรัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสออกมาไล่เลี่ยกับช่วงที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ออกรายงานกล่าวหารัสเซียว่าแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามรัสเซียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลายฝ่ายกำลังจับตาดูการเลือกตั้งทั่วไปในฝรั่งเศสในเดือนเม.ย.และพ.ค.นี้ หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งในสหรัฐฯ แบบพลิกความคาดหมาย และเมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) นายทรัมป์กล่าวว่าใครก็ตามที่คัดค้านการมีความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซียเป็น "พวกโง่เขลา"
นายฟรองซัวส์ ฟิยง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสจากพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมบอกว่า เขาต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซีย ทั้งได้กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินด้วย ด้านนางมารีน เลอ แปง ผู้สมัครจากพรรคขวาจัดก็ต้องการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียเช่นกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซียเย็นชาลง หลังจากที่ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ ผู้นำฝรั่งเศสคนปัจจุบัน มีบทบาทสำคัญในการคว่ำบาตรรัสเซียกรณีรัสเซียผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตนเมื่อปี 2557 นายโอลลองด์ยังกล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า ควรตั้งข้อหาอาชญากรรมสงครามต่อรัสเซีย กรณีทิ้งระเบิดในเมืองอเลปโปของซีเรีย
เมื่อเดือนเมษายน 2558 สถานีโทรทัศน์เตเวแซงก์มงด์ของฝรั่งเศสต้องระงับการออกอากาศเนื่องจากถูกโจมตีทางไซเบอร์ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ไซเบอร์กาหลิบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกมาอ้างว่าเป็นฝีมือของตน แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนักเจาะระบบและล้วงข้อมูลชาวรัสเซีย








