You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เวียนนาทึ่ง "ซินเดอเรลล่า" โอเปร่าภาษาเยอรมัน โดย ดญ.อังกฤษ 11 ขวบ
บทละคร "ซินเดอเรลล่า" ภาษาเยอรมัน ที่ไม่มีเกือกแก้ว และฟักทองยักษ์ โดย เด็กหญิงอังกฤษวัย 11 ขวบ สร้างความประทับใจให้ผู้ชมรอบปฐมทัศน์ที่เวียนนา จนเธอได้รับการยกย่องจากสื่อเยอรมันว่าเป็น โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท คนใหม่
ผู้ชมในเวียนนาลุกขึ้นยืนปรบมือนานถึง 10 นาที ให้อัลม่า ดอยท์เช่อร์ คีตกวีน้อยชาวอังกฤษ หลังจบการแสดงโอเปร่ารอบปฐมทัศน์เรื่องซินเดอเรลล่าที่เธอดัดแปลงบท และแต่งดนตรีใหม่ ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและปลื้มใจ" ให้แก่เด็กหญิงวัย 11 ปี
ดอยท์เช่อร์ ซึ่งเลือกบ้านที่ดอร์กคิ่ง ทางใต้ของลอนดอน เป็นสถานที่ศึกษาประวัตินักวิทยาศาสตร์และนักแต่งเพลงชั้นนำของโลก และการฝึกปรือฝีมือทางดนตรี แทนการไปโรงเรียน กล่าวว่าเธอมักได้ความคิดใหม่ ๆ หรือ ท่อนดนตรีเพราะ ๆ ขณะกระโดดเชือก
เธอจินตนาการซินเดอเรลล่าขึ้นมาใหม่ ให้เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในโรงละครโอเปร่าที่มีแม่เลี้ยงใจร้ายเป็นผู้ดำเนินกิจการ ไม่มีฟักทองยักษ์ ไม่มีเจ้าชายที่ตามหารองเท้าอีกข้างของซินเดอเรลล่าพบ ตามเรื่องเดิมที่เรารู้จักกันดี แต่กลายเป็นตามหาหญิงที่สามารถขับขานเพลงที่ซินเดอเรลล่าร้องไว้ในงานราตรีสโมสรไม่จบเพราะรีบออกจากงานมาให้จบเพลงได้
เด็กหญิงอัลม่าเล่นเปียโนในหลายเพลงประกอบ และ เล่นไวโอลินคลอการขับร้องของซินเดอเรลล่า 1 เพลงด้วย โดยโอเปร่านี้แสดงที่โรงละครคาสิโน เบาม์การ์เท็น ในเวียนนา
เด็กหญิงอัลม่าบอกรายการ "ทูเดย์" ของสถานีวิทยุบีบีซีช่อง 4 ว่า "ทำนองเพลงและเนื้อหาหลักบางท่อนของโอเปร่าเรื่องนี้ หนูคิดได้ตอนกระโดดเชือกค่ะ... หนูเอาเชือกติดตัวไปด้วยเวลาไปซ้อม พอพักซ้อมหนูก็เอามากระโดดเล่น"
"หนูน้อยมหัศจรรย์"
บางคนเปรียบหนูน้อยอัลม่าว่ามีพรสวรรค์ทางดนตรีเหมือน เด็กอัจฉริยะผู้โด่งดังที่สุดของเวียนนาคนหนึ่งนั่นคือ โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท ผู้ทำให้ยุโรปตื่นตะลึงกับงานประพันธ์ดนตรีโอเปร่าและดนตรีบรรเลงอื่น ๆ ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18
สื่อมวลชนของเยอรมันยกย่องอัลมาว่าเป็น "หนูน้อยมหัศจรรย์"
จูดี้ แกรห์ม ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของหนูน้อยอัฉริยะ กล่าวว่า ตั๋วรอบปฐมทัศน์ และรอบวันศุกร์ที่ผ่านมาในกรุงเวียนนา ขายหมดเกลี้ยง แต่ยังมีการแสดงอีกสองรอบคือในวันที่ 4 และ 5 มกราคม ณ โรงละครที่อยู่ชานนครหลวงของออสเตรีย แห่งนี้ ซึ่งรองรับผู้ชมได้ 300 ที่นั่ง
แกรห์มอธิบายรูปแบบการจัดเวทีว่า จัดคล้ายกับการแสดงโอเปร่าขนาดเล็ก มีฉากประกอบน้อย ใช้การฉายวิดีโอไปที่ฉากหลัง อย่างเช่นตอนฉากพระราชวัง และฉากที่เจ้าชายวิ่งฝ่าหิมะเพื่อหาตัวซินเดอเรลล่า ความยาวของละครอยู่ที่ สองชั่วโมงครึ่ง ใช้โน้ตดนตรีถึง 237 หน้า ถือว่า มีเนื้อหายาวกว่า ภาคแรกที่เคยแสดงไปในอิสราเอลเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558
แกรห์มอธิบายเรื่องเครื่องแต่งกายว่า "เรียบง่ายมาก ซินเดอเรลล่าสวมชุดผ้าต่วนสีฟ้าสวยไปงานราตรีสโมสร ส่วนพี่สาวทั้งสองที่เป็นลูกติดแม่เลี้ยงสวมชุดกระโปรงราตรีฉูดฉาด" โดยมี สุบิน เมห์ธา วาทยากรเอกก้องโลก เป็นผู้อุปถัมภ์การแสดงครั้งนี้ มีเทอรีซ่า ครูเกิ้ลแสดงเป็นซินเดอเรลล่า และกลุ่มนักแสดงชื่อว่ากลุ่ม Oh!pera ร่วมแสดงประกอบ
"ผู้ชมแสดงการตอบรับอย่างอบอุ่นจากใจ ยืนปรบมือนานสัก 10 นาทีได้เลยค่ะ" แกรห์มกล่าว
โครงการต่อไปของหนูน้อยอัลม่า คือแต่งเพลงคอนแชร์โตสำหรับเปียโนสักเพลง จากนั้นก็วางแผนจะเขียนหนังสือสักเล่มให้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยเธอจะแต่งดนตรีประกอบเอง