You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ทหาร ชาวนา ซีพี ในศึกพิพาทที่ดินในเมียนมา
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ศาลในรัฐฉาน พิพากษาให้ชาวนา 72 คน มีความผิดในข้อหาบุกรุกที่ดินและทำลายทรัพย์สินของกองทัพ ต้องโทษจำคุก 1 เดือน ทว่า มอ มอ อู สตรีชาวเมียนมา 1 ใน 72 ชาวนาผู้ต้องโทษ ประกาศหลังคำตัดสินว่าชาวบ้านจะเดินหน้าทำกินในที่ดินที่มีข้อพิพาทกับกองทัพเมียนมาต่อไป แม้กองทัพได้นำที่ดินเหล่านี้ไปให้บริษัทเอกชนทั้งในและต่างประเทศเช่า ซึ่งรวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี บรรษัทด้านการเกษตรไทยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
รอยเตอร์ อ้างคำบอกเล่าของ นามาติ องค์กรเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านด้านข้อพิพาทที่ดินว่า กรณีพิพาทดังกล่าวเกิดที่หมู่บ้านเยบู ในรัฐฉาน ตั้งแต่ปี 2552 เมื่อกองทัพเมียนมาเข้าครอบครองที่ดิน 10,000 ไร่ในหมู่บ้าน จากนั้นได้เสนอให้ชาวบ้านทำกินในที่ดินบางแห่งได้ตามกำหนดของกองทัพ รวมทั้งจัดสรรให้บริษัทเอกชนเข้าทำประโยชน์ พัฒนาพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเยบู ให้เป็นเขตอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร เช่น ทำไร่อ้อย ไร่ข้าวโพดและตั้งโรงงานเอทานอล และได้เชิญให้สาขาของซีพีในเมียนมาเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่ในปี 2555
อย่างไรก็ตามบรรดาชาวบ้านและชาวนายืนกรานว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของพวกเขา และพวกเขาจะไม่ล้มเลิกการอ้างสิทธิ์และจะทำกินในที่ดินดังกล่าวตลอดไปโดยไม่มีกำหนด ทางกองทัพได้เสนอให้พวกเขาใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามที่กองทัพกำหนด แต่พวกเขาไม่เห็นด้วยและเดินหน้าทำการเกษตรในที่ดิน ทำให้ทางกองทัพยื่นฟ้องพวกเขาในที่สุด
รอยเตอร์รายงานว่า ไม่มีหลักฐานว่าซีพีมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทดังกล่าว แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนถึงความเสี่ยงของนักลงทุนต่างชาติในการทำธุรกิจในเมียนมาที่กำลังกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเปิด โฆษกไม่ระบุชื่อคนหนึ่งของซีพีบอกกับรอยเตอร์ว่าขณะนี้ซีพีไม่ได้ทำธุรกิจในโครงการใกล้กับหมู่บ้านเยบูที่ซีพีเคยทำ แต่ไม่ได้บอกปัดถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับไปทำอีก
โซ ลวิน โฆษกธุรกิจปศุสัตว์ของซีพีในเมียนมาบอกสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โครงการในหมู่บ้านถูกกองทัพระงับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และขณะนี้ซีพีไม่มีโครงการร่วมกับกองทัพเมียนมา
รอยเตอร์รายงานด้วยว่าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้วของนางออง ซาน ซู จี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) นั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกษตกรตามชนบทไม่พอใจที่ที่ดินทำกินของพวกเขาถูกกองทัพยึดไปตลอดช่วงที่รัฐบาลทหารครองอำนาจในประเทศ โดยการยึดที่ดินกลับเป็นของรัฐส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างช่วงปี 2533 -2543 และเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมากล่าวว่ากองทัพจะคืนที่ดินบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน แต่ในความเป็นจริงมีการส่งคืนที่ดินไม่กี่แห่งเท่านั้น
เรื่องที่ดินทำกินเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของการหาเสียงเลือกตั้ง โดยนางซู จี รับปากว่าจะหาทางคลี่คลายปัญหา ล่าสุดมอ มอ อู พยายามเรียกร้องให้พรรคเอ็นแอลดีซึ่งขณะนี้เป็นรัฐบาล เร่งหารือกับกองทัพเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจังตามที่รับปากไว้ในระหว่างการหาเสียง เมื่อปีที่แล้วลุงของมอ มอ อูจุดไฟเผาตัวเองเพื่อประท้วงเรื่องดังกล่าว เธอบอกว่าจะไม่ยอมเสียที่ดินไปอีก เพราะได้เสียลุงไปแล้ว ที่ดินนี้เป็นของคนรุ่นลูกรุ่นหลานของเธอ
รอยเตอร์ระบุว่า คำพิพากษาของศาลในรัฐฉานไม่ได้ทำให้เรื่องยุติลง แต่คดีนี้เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนถึงปัญหาที่ดินทำกินสำหรับเกษตรกรในเมียนมา และความสามารถของพรรคเอ็นแอลดีในการแก้ปัญหา