ทรัมป์แหวกแนวนโยบายสหรัฐฯ โทรศัพท์คุยกับผู้นำไต้หวัน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สนทนาโดยตรงกับ น.ส.ไช่ อิง เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน นับเป็นการแหวกแนวนโยบายที่สหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันมาตั้งแต่ปี 2522

ทีมงานของนายทรัมป์เผยว่า ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ นายทรัมป์ และน.ส.ไช่ ได้หารือถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการติดต่อกับไต้หวันของสหรัฐฯ เสี่ยงที่จะทำให้จีนไม่พอใจ เนื่องจากจีนถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน

สื่อทางการจีนรายงานว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสนทนาระหว่างนายทรัมป์ และน.ส.ไช่ โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียง "อุบายตื้น ๆ " ของไต้หวัน ซึ่งเขาเชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ต่อจีน เพราะนโยบายจีนเดียวเป็นเสาหลักของการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และจีนหวังว่าเสาหลักทางการเมืองนี้จะไม่ถูกแทรกแซง

เมื่อวันวานนี้ (3 ธ.ค.) นายทรัมป์ได้ทวีตข้อความว่า น.ส.ไช่ ได้โทรศัพท์หาตน เพื่อแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งทีมงานของนายทรัมป์เผยว่า นายทรัมป์ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ น.ส.ไช่ เช่นกัน ที่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะสนทนากับผู้นำไต้หวันโดยตรง และหลังจากที่สื่อรายงานว่า การติดต่อดังกล่าวเสี่ยงที่จะทำให้จีนโกรธเคือง นายทรัมป์ได้ทวีตข้อความเพิ่มเติมว่า "น่าสนใจ ที่สหรัฐฯ ขายยุทโธปกรณ์มูลค่าหลายพันล้านเหรียญให้ไต้หวัน แต่ผมไม่ควรรับโทรศัทพ์แสดงความยินดี"

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงว่า ในระหว่างการสนทนานายทรัมป์ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายของสหรัฐฯแต่อย่างใด ขณะที่โฆษกของนายทรัมป์บอกว่า นายทรัมป์ตระหนักดีถึงนโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน

ความบาดหมางระหว่างจีนกับไต้หวัน นับย้อนหลังไปถึงเมื่อปี 2492 เมื่อรัฐบาลสาธารณรัฐจีนถอยร่นจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปปักหลักที่เกาะไต้หวัน โดยหลังจากปี 2488 ไต้หวันได้ครองที่นั่งของจีนในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และชาติตะวันตกหลายชาติได้ให้การยอมรับอยู่ระยะหนึ่งว่าไต้หวันคือรัฐบาลจีนเพียงรัฐบาลเดียว แต่พอถึงปี 2514 สหประชาชาติได้ให้การยอมรับสถานะของจีนแผ่นดินใหญ่ และยกเลิกการยอมรับไต้หวัน โดยปัจจุบันมีรัฐบาลเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังให้การยอมรับรัฐบาลไต้หวัน ส่วนสหรัฐฯได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเมื่อปี 2522 และประกาศว่าสหรัฐฯ ยึดในแนวนโยบายจีนเดียว ที่ระบุว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

จีนได้ติดตั้งขีปนาวุธหลายร้อยลูกพุ่งเป้าไปที่ไต้หวัน และเคยขู่ว่าจะใช้กำลังหากไต้หวันแยกตัวเป็นเอกราช

แครี เกรซี บรรณาธิการข่าวจีนของบีบีซี รายงานว่า การที่นายทรัมป์ไม่สนใจธรรมเนียมปฏิบัติร่วม 40 ปี ระหว่างสหรัฐฯกับไต้หวัน และสนทนาโดยตรงกับ น.ส.ไช่ ย่อมทำให้ฝ่ายดูแลนโยบายต่างประเทศของจีนงุนงง โดยนับตั้งแต่ที่นายทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่จีนพยายามติดตามดูว่าใครเป็นผู้ให้คำแนะนำนายทรัมป์เรื่องเอเชียและนโยบายต่อจีน ท่าทีของนายทรัมป์ต่อไต้หวันในครั้งนี้ย่อมทำให้จีนหวั่นไหวและโกรธเคือง เพราะจีนถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน และการป้องกันไม่ให้ไต้หวันแยกตัวเป็นเอกราชถือเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของจีน