You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
องค์กรสิทธิฯ เผยสวนปาล์มอินโดนีเซียใช้แรงงานเด็ก
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (เอไอ) เผยรายงานสำรวจสถานการณ์ด้านแรงงานในอินโดนีเซีย เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) พบว่ามีการใช้แรงงานเด็กในสวนปาล์มน้ำมันเป็นจำนวนมาก
เมฆนา อับราฮัม ผู้วิจัยและเก็บข้อมูลสถานการณ์แรงงานในสวนปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย เปิดเผยว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในรายงานของเอไอจะทำให้ผู้คนตระหนักว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น และไม่น่าเชื่อว่าบริษัทระดับโลกที่มีรายได้รวมกันมากกว่า 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2558 จะไม่อาจทำอะไรได้มากนักเพื่อป้องกันการใช้แรงงานเด็ก
รายงานของเอไอระบุว่าสวนปาล์มที่ใช้แรงงานเด็กอยู่ในเกาะกาลิมันตันและเกาะสุมาตรา และเกี่ยวพันกับบริษัทวิลมาร์ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบให้แก่บริษัทอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของโลกหลายแห่ง ขณะที่เด็กอายุประมาณ 8-14 ปี ตามผู้ปกครองไปใช้แรงงานในสวนปาล์มน้ำมันหลายแห่ง และเจ้าของสวนปาล์มปล่อยให้แรงงานเด็กทำงานในสวนของตน โดยให้ค่าแรงราว 2 ดอลลาร์เท่านั้น (ราว 87 บาท) ทั้งยังไม่มีอุปกรณ์ป้องกันแก่เด็กที่ต้องทำงานกับยาฆ่าแมลงและสารเคมีอื่นๆ รวมถึงต้องทำงานแม้แต่ในวันหยุด
บริษัทวิลมาร์ระบุว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นการภายใน และหากพบว่ามีปัญหาการใช้แรงงานเด็กเกิดขึ้นจริงจะดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยทันที ส่วนบริษัทผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่รับซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มจาก บ.วิลมาร์ มีปฏิกิริยาต่อรายงานของเอไอแตกต่างกันไป
บริษัทยูนิลีเวอร์ ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปตราคนอร์ ผลิตภัณฑ์รักษาความสะอาดโดฟ และอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ซึ่งรับซื้อผลิตภัณฑ์จาก บ.วิลมาร์ ระบุว่าจะแจ้งต่อสำนักงานใหญ่และจะทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้แรงงานเด็ก
ส่วนบริษัทเคลล็อกส์ระบุว่าจะเจรจากับผู้ผลิตรายย่อยที่ปิดบังว่าขั้นตอนการผลิตสินค้ามีการละเมิดสิทธิเด็ก ขณะที่บริษัทคอลเกตและบริษัทเนสท์เล่ระบุว่าสินค้าของบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานเด็ก