You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"ไนเจล ฟาราจ" พบ โดนัลด์ ทร้มป์"
นายไนเจล ฟาราจ รักษาการหัวหน้าพรรคเอกราชสหราชอาณาจักร (ยูคิพ) ที่มีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพและเป็นแกนนำรณรงค์ให้สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) กลายเป็นนักการเมืองสหราชอาณาจักรคนแรกที่ได้เข้าพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ นับแต่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
โฆษกพรรคยูคิพ ระบุว่า นายฟาราจ เดินทางไปพบนายทรัมป์ที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ ในนครนิวยอร์ก เพื่อหารือเรื่องเสรีภาพ รวมทั้งชัยชนะของนายทรัมป์ ขณะที่โฆษกของนายทรัมป์ กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้เป็นไปด้วยดี และมีประโยชน์อย่างยิ่ง
นายฟาราจ กล่าวหลังการเข้าพบนายทรัมป์ว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่านายทรัมป์จะเป็นประธานาธิบดีที่ดี ทั้งยังสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯอย่างเต็มที่
เอียน วัตสัน ผู้สื่อข่าวสายการเมืองของบีบีซี กล่าวว่า แหล่งข่าวในพรรคยูคิพ ชี้ว่า การที่นายฟาราจเดินทางไปพบนายทรัมป์ครั้งนี้ทำให้นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ กลายเป็น "ตัวตลก" และขายหน้า เพราะนางเมย์ ยังไม่มีกำหนดจะเข้าพบนายทรัมป์จนถึงปีหน้า แต่นายฟาราจกลับตัดหน้าเข้าพบเสียก่อน ทางด้านทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงว่า ก่อนหน้านี้นางเมย์ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายทรัมป์แล้ว และนายฟาราจจะไม่มีบทบาทใด ๆ ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ
ด้านนางมารีน เลอ แปง ผู้นำพรรคแนวหน้าแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาจัดของฝรั่งเศส ก็ร่วมยินดีกับนายทรัมป์ โดยระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซี นางเลอ แปง กล่าวว่า ชัยชนะของนายทรัมป์จะช่วยให้เธอมีโอกาสได้ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีหน้า เพราะนายทรัมป์ได้ทำสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พร้อมทั้งชื่นชมการบริหารประเทศรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ว่าเป็นนโยบายปกป้องประเทศที่สมเหตุสมผล
ทางฟากของ นางฮิลลารี คลินตัน กล่าวโทษนายเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ว่าเป็นต้นเหตุให้เธอพ่ายแพ้การเลือกตั้ง โดยอ้างว่าการรื้อการสอบสวนคดีอีเมลของเธอมีส่วนสกัดแนวโน้มการชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยนางคลินตัน ชี้ว่า บันทึกสองเรื่องที่นายโคมีย์ ส่งให้สภาคองเกรสมีส่วนทำให้คะแนนเสียงในรัฐสำคัญเอนเอียงไปทางนายทรัมป์