ศาลสูงชี้รัฐบาลอังกฤษไม่สามารถเริ่มใช้มาตรา 50 เพื่อดำเนินขั้นตอนถอนตัวจากอียูได้ ระบุเป็นอำนาจของสภา

ธงอียูและหอนาฬิกา

ที่มาของภาพ, PA

คำบรรยายภาพ, ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวการเมืองของบีบีซี บอกว่า หากศาลไม่กลับคำพิพากษา รัฐสภาก็คงต้องใช้เวลานานหลายเดือนในการพิจารณาเรื่องนี้ แต่คาดว่ารัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์โดยศาลฎีกาเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดอีกครั้ง

ศาลสูงมีคำพิพากษาว่ารัฐสภาอังกฤษจะต้องเป็นผู้ลงมติว่าสหราชอาณาจักรจะเริ่มกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปหรืออียูได้หรือไม่ ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลอังกฤษไม่สามารถเริ่มใช้มาตรา 50 ตามสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มการเจรจากับอียูได้เพียงลำพัง

ก่อนหน้านี้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่ ส.ส.ในสภาจะต้องลงมติในเรื่องนี้ เพราะประชาชนได้ลงประชามติว่าต้องการถอนตัวออกจากอียู และรัฐบาลมีอำนาจจะดำเนินการเรื่องนี้เองได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มรณรงค์ได้แสดงความเห็นคัดค้านและยื่นเรื่องต่อศาลโดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เป็นที่คาดหมายว่ารัฐบาลอังกฤษจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาล

นางเทเรซา เมย์

ที่มาของภาพ, PA

คำบรรยายภาพ, ก่อนหน้านี้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่ ส.ส.ในสภาจะต้องลงมติในเรื่องนี้ เพราะประชาชนได้ลงประชามติว่าต้องการถอนตัวออกจากอียู

นางเมย์ ยังกล่าวก่อนหน้านี้ด้วยว่า จะเริ่มดำเนินตามมาตรา 50 ในปลายเดือนมกราคมปีหน้า ขณะที่สมาชิกอียูอื่น ๆ อีก 27 ชาติ ระบุว่าจะต้องใช้เวลาสองปีเจรจาต่อรองเงื่อนไขกับสหราชอาณาจักร แต่สิ่งนี้ไม่อาจเริ่มต้นขึ้นได้หากสหราชอาณาจักรยังไม่เริ่มดำเนินตามมาตรา 50

ด้านนอร์แมน สมิทธ ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวการเมืองของบีบีซี บอกว่า หากศาลไม่กลับคำพิพากษา รัฐสภาก็คงต้องใช้เวลานานหลายเดือนในการพิจารณาเรื่องนี้ แต่คาดว่ารัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์โดยศาลฎีกาเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดอีกครั้ง

เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ประชาชนในสหราชอาณาจักร 51.9 %ได้ลงมติว่าต้องการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียู