ต้นอ่อนจากเมล็ดฝ้ายที่งอกบนดวงจันทร์ตายแล้ว

ที่มาของภาพ, CLEP
หลังจากที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อไม่กี่วันก่อน ต้นอ่อนของเมล็ดฝ้ายที่งอกบนยานสำรวจ "ฉางเอ๋อ-4" ซึ่งถือเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่เติบโตบนดาวเคราะห์บริวารของโลก กลับมีอันต้องตายลงเสียแล้ว เนื่องจากดวงจันทร์ด้านไกลเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานและหนาวเหน็บจนมีอุณหภูมิติดลบถึง - 170 องศาเซลเซียส
เหตุการณ์นี้ดับความฝันของบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ที่ต่างก็หวังว่าในอนาคตมนุษย์จะสามารถผลิตอาหารเลี้ยงประชากรที่อาศัยในนิคมอวกาศได้สำเร็จ ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องเสบียงอาหารเมื่อมีการเดินทางไกลไปในห้วงอวกาศเช่นการสำรวจดาวอังคาร
ศาสตราจารย์เซี่ย เกิงซิน หัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์จีน ผู้ออกแบบการทดลองสร้างระบบนิเวศขนาดจิ๋วบนดวงจันทร์ระบุว่า การที่ต้นอ่อนของเมล็ดพืชซึ่งยานฉางเอ๋อ-4 นำไปด้วยมีอายุสั้นนั้น เป็นสิ่งที่คาดหมายเอาไว้อยู่แล้ว เนื่องจากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในภาชนะทรงกระบอกซึ่งใช้ทดลองเพาะปลูกนั้น ย่อมไม่อาจจะทนทานต่อสภาพอากาศที่โหดร้ายของค่ำคืนบนดวงจันทร์ได้
ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (13 ม.ค.) ยานฉางเอ๋อ-4 ได้เข้าสู่ภาวะหลับใหล (Sleep mode) ซึ่งจะทำให้ยานหยุดการทำงานเอาไว้ชั่วคราว หลังจากพื้นที่ด้านไกลของดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนซึ่งจะกินเวลานานถึงราว 2 สัปดาห์
นอกจากยานฉางเอ๋อ-4 แล้ว หุ่นยนต์ตระเวนสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ "อี้ทู่-2" (Yutu-2) ซึ่งมีความหมายว่า "กระต่ายหยก" ยังได้รับคำสั่งให้หยุดการทำงานในช่วงเที่ยงวันของดวงจันทร์ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึงกว่า 120 องศาเซลเซียสด้วย ซึ่งการ"นอนกลางวัน" นี้จะช่วยไม่ให้อุปกรณ์สำรวจเกิดความร้อนพุ่งสูงจนได้รับความเสียหาย
ก่อนหน้านี้ คณะนักวิทยาศาสตร์จีนผู้ควบคุมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ด้านไกลได้กล่าวเอาไว้ว่า ปัญหาเรื่องอุณหภูมิบนดวงจันทร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างสุดขั้ว จะเป็นความท้าทายสำคัญในการทดลองเพาะปลูกพืชและสร้างชีวมณฑลขนาดเล็กในครั้งนี้ เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศปกคลุมไว้ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุณหภูมิเหมือนกับโลก

ที่มาของภาพ, CLEP
"เราไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาก่อน และไม่สามารถจะจำลองสภาพแวดล้อมของดวงจันทร์บนโลกเพื่อเตรียมศึกษาไว้ล่วงหน้าได้ ตัวอย่างเช่นภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำและการได้รับรังสีคอสมิกจากอวกาศ" ศาสตราจารย์เซี่ยกล่าว
อย่างไรก็ตาม องค์การบริหารกิจการอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) แถลงว่าต้นอ่อนของเมล็ดฝ้ายและเมล็ดพืชอื่น ๆ ที่เหลืออยู่จะค่อย ๆ สลายไปในภาชนะที่ใช้ทำการทดลองซึ่งปิดสนิท จึงไม่ปนเปื้อนหรือก่อผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมดั้งเดิมบนดวงจันทร์แต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้จีนคาดหวังว่าจะทดลองสร้างระบบนิเวศขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองบนยานฉางเอ๋อ-4 โดยได้นำเมล็ดฝ้าย เมล็ดมันฝรั่ง และเมล็ดเรป (Rapeseed) ที่บรรจุลงดินแล้วไปยังดวงจันทร์ พร้อมกับไข่ของแมลงหวี่หรือแมลงวันผลไม้ (Fruit fly) จำนวนหนึ่ง โดยหวังว่าต้นพืชที่งอกขึ้นมาจะสามารถให้ออกซิเจนกับแมลงหวี่ที่ฟักออกจากไข่ ซึ่งจะเป็นอาหารให้เชื้อยีสต์อีกต่อหนึ่ง ทำให้เกิดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
มีรายงานว่านอกจากต้นอ่อนของฝ้ายที่ตายลงแล้ว ไม่มีวี่แววว่าเมล็ดพืชชนิดอื่น ๆ จะงอกติดตามมา ส่วนไข่ของแมลงหวี่นั้นไม่มีรายงานยืนยันว่าได้ฟักเป็นตัวแมลงหรือไม่ "แมลงหวี่เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะมีนิสัยขี้เกียจ มันอาจไม่ออกมาจากไข่เลยก็ได้" ศาสตราจารย์เซี่ยกล่าว










