แก้ม กุลกรณ์พัชร์: นักแสดงหญิงไทยหนึ่งเดียวในละครเพลง "เดอะ คิง แอนด์ ไอ" ฉบับเวสต์เอ็นด์

คำบรรยายวิดีโอ, กุลกรณ์พัชร์ โพธิ์ทองนาค : นักแสดงละครเวทีหญิงไทยคนแรกในเวสต์เอ็นด์
    • Author, วิชุตา ครุธเหิน ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Role, สุชีรา มาไกวร์ ผู้สื่อข่าววิดีโอ

"แก้มเป็นผู้หญิงคนไทยคนแรกที่ได้มาเล่นที่เวสต์เอ็นด์...มันไม่อยากจะเชื่อค่ะ แก้มรู้สึกดีใจและภูมิใจมาก"

นี่คือความรู้สึกที่ แก้ม กุลกรณ์พัชร์ โพธิ์ทองนาค ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงวัย 29 ปี ทายาทของนักร้องชื่อดัง ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล เล่าให้บีบีซีไทยฟังถึงเส้นทางสู่การเป็นนักแสดงอาชีพในละครเวทีระดับโลกที่เปิดการแสดงในย่านเวสต์เอ็นด์ของกรุงลอนดอน

Kulkornpat Potongnak

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak

ปัจจุบัน แก้ม เป็นหนึ่งในทีมนักแสดงเรื่อง เดอะ คิง แอนด์ ไอ (The King and I) ละครเพลงสุดคลาสสิคที่เปิดการแสดงครั้งแรกในย่านบรอดเวย์ของนครนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ เมื่อปี 1951 หรือเมื่อ 67 ปีก่อน

ละครเพลง เดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับล่าสุดเปิดการแสดงที่โรงละคร London Palladium ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงละครที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านเวสต์เอ็นด์

ที่มาของภาพ, MATTHEW MURPHY

คำบรรยายภาพ, ละครเพลง เดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับล่าสุดเปิดการแสดงในกรุงลอนดอนไปถึงวันที่ 29 ก.ย.นี้

ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้เป็นการหยิบมาทำเป็นละครเพลงครั้งที่ 4 กำกับโดย บาร์ทเล็ตต์ แชร์ ผู้กำกับชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลโทนี เริ่มเปิดม่านแสดงในย่านบรอดเวย์ นครนิวยอร์ก เมื่อปี 2015 ก่อนที่จะย้ายมาเปิดการแสดงในย่านเวสต์เอ็นด์ของอังกฤษ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นำแสดงโดย เคลลี โอฮารา นางเอกเจ้าของรางวัลโทนี ผู้รับบท นางแอนนา ลีโอโนเวนส์ สตรีอังกฤษที่เข้ามาถวายสอนภาษาอังกฤษแด่พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งรับบทโดย เคน วาตานาเบะ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai

Short presentational grey line
เดอะ คิง แอนด์ ไอ เวอร์ชั่นล่าสุด นำแสดงโดย เคลลี โอฮารา และ เคน วาตานาเบะ

ที่มาของภาพ, MATTHEW MURPHY

คำบรรยายภาพ, เดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับล่าสุด นำแสดงโดย เคลลี โอฮารา และ เคน วาตานาเบะ

บทนำในโปรดักชั่นระดับโลก

ใน เดอะ คิง แอนด์ ไอ ที่เปิดการแสดงที่โรงละคร London Palladium แก้มได้รับเลือกให้ทำ 2 หน้าที่ คือ เป็น understudy หรือนักแสดงสำรองของหนึ่งในตัวละครหลักในเรื่องอย่าง "ทับทิม" ซึ่งเธอได้มีโอกาสได้ขึ้นแสดงบทดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนักแสดงหลักไม่สามารถขึ้นแสดงได้ ทำให้แก้มได้มีโอกาสแสดงความสามารถต่อสายตาผู้ชมถึง 2 รอบในวันนั้น

"แก้มไม่ได้คิดเลยว่าวันนี้มันจะมาถึง...คือตัวจริงป่วย แล้วผู้จัดการบริษัทส่งข้อความมาบอกทันที แก้มรู้ตอน 10 โมงเช้า แล้ววันนั้นเป็นวันที่ต้องแสดง 2 รอบด้วย ก็ต้องเตรียมตัวเดี๋ยวนั้นค่ะ ต้องพยายามรวบรวมสติแล้วก็ต้องทวนบทของทับทิม เพราะเราไม่ได้ทวนทุกวัน" แก้มเล่าถึงตอนที่ทราบว่าตัวเองจะต้องขึ้นแสดงบทตัวเอกของเรื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น

"บททับทิมต้องร้อง 3 เพลง เพลงหลักคือเพลงโซโลเป็นเพลงใหญ่ที่ต้องโชว์เสียงจริง ๆ จะออกแบบโอเปร่า ด้วยความที่แก้มเป็น (นักร้องเสียง) โซปราโน ก็รู้สึกว่ามันเหมาะค่ะ แต่ถือเป็นเพลงยากเพลงหนึ่ง และอีก 2 เพลงก็เป็นเพลงที่ร้องคู่กับลุนตา" แก้มพูดถึง "ลุนตา" ซึ่งเป็นตัวละครชายที่เป็นคู่รักกับทับทิมในเรื่อง

ส่วนอีกหนึ่งบทบาทก็คือการเป็น "อองซอมเบิล" (ensemble) หรือนักแสดงสมทบหมู่มวล ซึ่งแก้มรับบทหนึ่งในข้าราชบริพารของพระเจ้ากรุงสยาม มีหน้าที่ร้องเพลงประสานเสียงบนเวทีเป็นหลักและขึ้นแสดงในทุกรอบ ยกเว้นในวันที่ต้องขึ้นแสดงบททับทิม

แก้มใช้ชื่อ Kamm Kunaree ในการแสดงที่เวสต์เอ็นด์เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียงสำหรับชาวต่างชาติ

ที่มาของภาพ, kingandimusical.co.uk

คำบรรยายภาพ, แก้มใช้ชื่อ Kamm Kunaree ในการแสดงที่เวสต์เอ็นด์เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียงสำหรับชาวต่างชาติ

เลือดศิลปิน

แม้อาชีพนักแสดงละครเวทีจะไม่ใช่สิ่งที่แก้มใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก แต่การมีคุณแม่เป็นนักร้องดังทำให้แก้มได้ซึมซับศิลปะด้านนี้มาโดยไม่รู้ตัว และคุณแม่ก็คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เธอมาถึงจุดนี้

"แก้มชอบนักแสดงหญิงหลาย ๆ คน จูลี แอนดรูว์ส, ลีอา ซาลองกา แต่ท้ายที่สุดใครจะเป็นแรงบันดาลใจให้แก้มได้ดีที่สุดเท่าคุณแม่ แก้มเห็นแม่ร้องเพลงมาตั้งแก้มตัวเล็ก ๆ เลย เสียงเพลงของแม่มันเป็นแรงบันดาลใจ ได้ยินเสียงแม่แล้วมันรู้สึกอบอุ่นจังเลย มันเป็นสิ่งที่ทำให้แก้มเป็นแก้มในวันนี้...เสียงของแม่มันอบอุ่น" แก้มเล่าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ

Kulkornpat Potongnak

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak

คำบรรยายภาพ, คุณแม่คือผู้คอยสนับสนุนแก้มมาโดยตลอด

"แม่เป็นคนที่ส่งให้เราเรียนทั้งเต้นเรียนทั้งร้อง แล้วก็สนับสนุนเราไม่ว่าจะอะไร ลูกจะท้อแค่ไหนแม่อยู่ข้าง ๆ เสมอ" แก้มเล่าย้อนถึงความทรงจำที่ประทับใจ

"ตอนเล็ก ๆ แบบ 10 กว่าขวบไม่คิดว่าอยากเป็นนักร้อง...และก็เคยอายมาก ถ้าใครให้ร้องเพลงจะรู้สึกปวดท้องไม่อยากร้อง" แต่ความรู้สึกดังกล่าวได้เปลี่ยนไปสมัยที่แก้มเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นเธอได้ทำกิจกรรมร้องเพลงประสานเสียงกับเพื่อน ๆ เริ่มประกวด เป็นตัวตั้งตัวตีในการสร้างคณะร้องเพลงประสานเสียง และได้ชิมลางการแสดงละครเวทีบ้าง จนในที่สุดเธอตัดสินใจสอบเข้าเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาเอกดุริยางคศิลป์ตะวันตก ซึ่งเป็นช่วงที่แก้มได้ศึกษาเรื่องการร้องเพลงอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการร้องเพลงโอเปร่า ก่อนที่จะจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง

หลังสำเร็จการศึกษาในปี 2011 แก้มได้มีโอกาสเล่นละครเวทีเรื่อง "สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล" ที่กำกับการแสดงโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ โดยเริ่มจากการเป็นนักแสดงสมทบ ก่อนที่ในปีถัดมาจะได้รับเลือกให้เล่นบท "คิม" ในละครเพลงเรื่อง "มิสไซง่อน เดอะมิวสิคัล" ฉบับภาษาไทย ซึ่งถือเป็นการรับบทนางเอกเต็มตัวของเธอ

แก้มกับทีมนักแสดง เดอะ คิง แอนด์ ไอ

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak

คำบรรยายภาพ, แก้มกับทีมนักแสดง เดอะ คิง แอนด์ ไอ

เส้นทางฝันสู่เวสต์เอ็นด์

หลังจากมิสไซง่อน แก้มก็มีผลงานการแสดงละครเวที เช่น เลือดขัตติยา เดอะมิวสิคัล รวมทั้งมีผลงานเพลงที่เป็นซิงเกิลอีกหลายเพลง แต่ความต้องการพัฒนาทักษะของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลักดันให้แก้มตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้านการแสดงละครเพลงที่ Guildford School of Acting ของมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ ซึ่งเป็นสถาบันสอนการแสดงชั้นนำของสหราชอาณาจักร ในปี 2015

"มันเป็นความฝันมากกว่าค่ะ อยากไปให้ใกล้ที่สุด...อยากมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มันเข้มข้นขึ้น อยากท้าทายตัวเองว่าเราจะทำได้แค่ไหน ได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่เวสต์เอ็นด์เป็นความฝัน อยู่ตรงนี้ตั้งเป้าเอาไว้" แก้มเล่าอย่างกระตือรือร้นถึงศาสตร์การแสดงละครเวทีที่เธอบอกว่ามีเสน่ห์ตรงที่เป็นการแสดงสด หากเกิดความผิดพลาดขึ้นทีมงานทั้งหมดตั้งแต่นักแสดงไปถึงทีมงานไฟและเสียงจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

แก้มหน้าโรงละคร

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, London Palladium ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงละครที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านเวสต์เอ็นด์

2 ปีสู่เวสต์เอ็นด์

การเรียนปริญญาโทที่อังกฤษถือเป็นประสบการณ์สำคัญที่ชักนำแก้มไปสู่อาชีพนักแสดงละครเวทีเวสต์เอ็นด์ ซึ่งถือเป็นความใฝ่ฝันของนักแสดงละครเวทีทั้งหลายที่อยากจะได้ขึ้นแสดงบนเวทีโรงละครย่านเวสต์เอ็นด์ของอังกฤษ หรือไม่ก็โรงละครในย่านบรอดเวย์ในสหรัฐ ฯ

แก้มเล่าว่าการจะเข้าสู่แวดวงละครเวทีเวสต์เอ็นด์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเพียงแค่การจะเข้าไปทดสอบบทหรือที่เรียกว่า "ออดิชั่น" นั้น ก็มักเป็นข่าวปิดที่รู้กันเฉพาะคนวงในหรือกลุ่มเอเจนซี (ตัวแทนจัดหานักแสดง) ซึ่งหลังจบปริญญาโทในปี 2016 ทางเอเจนซีได้จัดการให้แก้มเข้าออดิชั่นบทในละครเพลงเรื่องมิสไซง่อน ของเซอร์แคเมอรอน แมคอินทอช โปรดิวเซอร์ระดับโลกที่ผลิตละครเวทีชื่อดังทั้งในเวสต์เอ็นด์และบรอดเวย์ และเธอก็ได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงสมทบที่เรียกว่า อองซอมเบิล ออกแสดงทั่วสหราชอาณาจักร ซึ่งสัญญาการแสดงของเธอเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา

Kulkornpat Potongnak

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak

ในช่วงเดียวกันแก้มได้เข้าออดิชั่นละครเพลงเรื่องเดอะ คิง แอนด์ ไอ ไปด้วย และได้รับคัดเลือกให้ร่วมแสดงในละครเพลงอมตะเรื่องนี้ที่เปิดการแสดงเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่ 29 ก.ย.นี้ ซึ่งการได้งานแสดงละครเวทีระดับอาชีพในอังกฤษ 2 เรื่องภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีนั้น แก้มบอกว่าไม่ใช่เพราะความสามารถของเธอเพียงอย่างเดียว ทว่ามาจากจังหวะและโอกาสที่ดีที่ได้รับการหยิบยื่นมาให้ด้วย เพราะเธอเข้ามาในช่วงที่ละครเพลงทั้ง 2 เรื่องเปิดรับสมัครนักแสดงที่เป็นคนเอเชียพอดี

คนไทยหนึ่งเดียวในทีมนักแสดง

ในเดอะ คิง แอนด์ ไอ เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ แก้ม ถือเป็นนักแสดงไทยคนเดียวในทีมนักแสดงชุดปัจจุบัน และถือเป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกที่ได้ไปเล่นละครเวทีเวสต์เอ็นด์ อย่างไรก็ตาม เดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับก่อนหน้านี้ที่เปิดการแสดงในเวสต์เอ็นด์เมื่อปี 2000 มีนักแสดงชายชาวไทยคนหนึ่งที่ใช้ชื่อในการแสดงว่า Samart Santhaveesuk ร่วมแสดงอยู่ด้วย และจากการสืบค้นข้อมูลของบีบีซีไทยก็พบว่า ยังมีนักแสดงชาวไทยอีกอย่างน้อยหนึ่งคน คือ กิตติพันธุ์ กิตติผกาพรหม ที่ได้มีโอกาสมาแสดงละครเพลงเรื่องมิสไซง่อน ฉบับเวสต์เอ็นด์ ในปี 2015 ด้วย

Kulkornpat Potongnak

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak

คำบรรยายภาพ, แก้มกับคุณ Samart Santhaveesuk นักแสดงชาวไทยที่ร่วมแสดงในเดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับปี 2000

การเป็นนักแสดงไทยคนเดียวในละครเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศไทย ทำให้แก้มมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือเพื่อนนักแสดงคนอื่น ๆ ที่ต้องสวมบทเป็นคนไทย

"แก้มได้เป็นส่วนช่วยเยอะมากเลยในเรื่องนี้ บางทีเขาหันมาถามเลยว่าอากัปกิริยาของคนไทยทำแบบนี้ถูกไหม เรื่องการไหว้ ควรจะไหว้แบบไหน แล้วจะมีบทภาษาไทยด้วยค่ะ...แก้มต้องช่วยเรื่องสำเนียงของทุก ๆ คนที่จะต้องพูดบทนั้น...แก้มก็ได้สอนภาษาไทยเพื่อน ๆ เยอะเหมือนกัน"

ละครเพลง เดอะ คิง แอนด์ ไอ เริ่มเปิดการแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 1951 ที่โรงละครเซนต์เจมส์ ย่านบรอดเวย์ ของนครนิวยอร์ก แต่งบทร้องโดย ออสการ์ แฮมเมอร์สไตน์ที่ 2 (Oscar Hammerstein II) และประพันธ์ดนตรีโดย ริชาร์ด ร็อดเจอร์ ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง Anna and the King of Siam (แอนนากับพระเจ้ากรุงสยาม) ของมาร์กาเร็ต แลนดอน ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังสืออัตชีวประวัติของนางแอนนา ลีโอโนเวนส์ 2 เล่ม

เดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี 1999 นำแสดงโดย โจว เหวินฟะ และโจดี ฟอสเตอร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี 1999 แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฉายในไทย นำแสดงโดย โจว เหวินฟะ และโจดี ฟอสเตอร์

ละครเพลงเรื่องนี้ได้รับความนิยมและถูกนำมาแสดงซ้ำหลายครั้งทั้งในนิวยอร์ก และลอนดอน รวมทั้งในรูปแบบของซีรีส์ทางโทรทัศน์, ภาพยนตร์แอนิเมชั่น และภาพยนตร์เรื่อง Anna and the King ในปี 1999 ซึ่งนำแสดงโดย โจว เหวินฟะ (รับบทพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) โจดี ฟอสเตอร์ (รับบท แอนนา) และ ไป่ หลิง (รับบท ทับทิม) ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 2 รางวัล (สาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และสาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม) แต่ถูกห้ามฉายในประเทศไทยด้วยเหตุผลที่ว่ามีเนื้อหาบางส่วนที่บิดเบือนประวัติศาสตร์

ประสบการณ์ล้ำค่า

ตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ได้ทำงานกับทีมงานระดับโลกทั้ง 2 เรื่องถือเป็นช่วงเวลาอันล้ำค่าที่แก้มได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่

"มันเป็นแรงบันดาลใจให้แก้มไม่หยุดที่จะพัฒนาทักษะในทุก ๆ ด้านของเรา ได้เห็นการรับส่งอารมณ์ความรู้สึกและการตีความ คือเขาไม่ได้ทำเดี๋ยวนั้น เขาทำการบ้านมาหนัก คือเห็นเลยตอนที่เราได้ร่วมซ้อมกับเขาบนเวที...นี่แหละนักแสดงที่ใส่ใจรายละเอียด"

นอกจากนี้การได้ร่วมงานกับเพื่อนนักแสดงคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักแสดงสมทบหรือนักแสดงสำรองล้วนเป็นแรงกระตุ้นให้แก้มในเรื่องของการทำงาน และการรักษามาตรฐาน ฝึกเทคนิคการร้องการเต้นอยู่เสมอ เพราะเพื่อนร่วมงานแต่ละคนต่างมีความสามารถครบครัน แม้จะเป็นนักแสดงสำรองก็มีมาตรฐานสูงมาก มีวินัย ทำการบ้านเยอะ และสามารถขึ้นเล่นได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่งให้ทำ

เดอะวันโชว์ของบีบีซี

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak

คำบรรยายภาพ, แก้มและทีมนักแสดง เดอะ คิง แอนด์ ไอ ที่มาออกรายการเดอะวันโชว์ของบีบีซีเพื่อประชาสัมพันธ์ละครเพลงเรื่องนี้

ความรักในละครเวที ไม่มีวันจะจางหาย

เมื่อถามถึงอนาคตการแสดงละครเวทีเวสต์เอ็นด์ แก้มบอกว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน เพราะมีอุปสรรคในเรื่องของวีซ่าทำงานในสหราชอาณาจักรหลังจากสัญญาทำงานในปัจจุบันสิ้นสุดลง

แก้มบอกว่าแม้การแสดงละครเวทีที่นี่จะเป็นสิ่งที่เธอรักและมันจะไม่มีทางหายไป แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ไม่ใช่งานประจำ ไม่อาจทำไปได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง เพราะสัญญาการแสดงแต่ละเรื่องมีระยะเวลาการจ้างงานไม่เท่ากัน

นอกจากนี้เรื่องครอบครัวก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เธอคิดถึงเรื่องกลับบ้านไปสร้างรากฐานที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียนรู้เรื่องธุรกิจสื่อบันเทิงที่คุณแม่ทำอยู่ ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มคิดเรื่องการสร้างครอบครัวของตัวเองด้วยหลังจากเพิ่งแต่งงานไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

"ตอนนี้แก้มเริ่มคิดเรื่องครอบครัวมากขึ้น เพราะถ้าจะมาคิดแต่ความฝันของตัวเองอย่างเดียวมันไม่มีจุดจบ แล้วคนที่บ้านเราจะต้องรอเราต่อไปเรื่อย ๆ รอแบบไม่มีจุดหมาย แก้มรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับคนที่เรารักกับครอบครัว"

แก้มกับเคลลี โอฮารา นางเอกเจ้าของรางวัลโทนี และ เคน วาตานาเบะ นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak

คำบรรยายภาพ, แก้มกับเคลลี โอฮารา นางเอกเจ้าของรางวัลโทนี และ เคน วาตานาเบะ นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์

สุดท้ายแก้มฝากถึงคนที่อยากเป็นนักแสดงละครเวทีแบบเธอว่า

"แก้มรู้สึกว่าเด็กไทยเก่ง ๆ เยอะมาก และเขาก็เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย ความสามารถก็มีพร้อม แต่แก้มก็รู้สึกว่ามันอยู่ที่จังหวะและโอกาสมากกว่า...ในอนาคตแก้มก็อยากเห็นเด็กไทยที่ทำตามความฝัน อยากให้เขารู้ว่าความฝันของเขาคืออะไรก่อนแล้วก็ได้ทำในสิ่งนั้น...สำหรับใครที่รู้สึกท้อต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่านี่คือสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า เราหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า ฟังคนอื่นมากไปไหม...มันไม่ใช่เรื่องแย่ที่ถามตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ เพราะถ้าใช่ก็ลงมือทำเลย..."

แก้มบอกว่า สิ่งสำคัญคือต้องรู้จุดแข็งของตัวเองว่ามีความสามารถด้านใดแล้วทำตรงนั้นให้ดี และอย่าลืมลองฝึกการร้อง การเต้น ในสไตล์อื่นด้วยเพื่อฝึกทักษะของตนเองอยู่เสมอ และอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง "ถ้าคุณมี passion แรงขนาดนี้ไม่มีอะไรที่จะหยุดให้คุณมาถึงฝันของตัวเองได้" แก้มกล่าว