แก้ม กุลกรณ์พัชร์: นักแสดงหญิงไทยหนึ่งเดียวในละครเพลง "เดอะ คิง แอนด์ ไอ" ฉบับเวสต์เอ็นด์
- Author, วิชุตา ครุธเหิน ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Role, สุชีรา มาไกวร์ ผู้สื่อข่าววิดีโอ
"แก้มเป็นผู้หญิงคนไทยคนแรกที่ได้มาเล่นที่เวสต์เอ็นด์...มันไม่อยากจะเชื่อค่ะ แก้มรู้สึกดีใจและภูมิใจมาก"
นี่คือความรู้สึกที่ แก้ม กุลกรณ์พัชร์ โพธิ์ทองนาค ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงวัย 29 ปี ทายาทของนักร้องชื่อดัง ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล เล่าให้บีบีซีไทยฟังถึงเส้นทางสู่การเป็นนักแสดงอาชีพในละครเวทีระดับโลกที่เปิดการแสดงในย่านเวสต์เอ็นด์ของกรุงลอนดอน

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak
ปัจจุบัน แก้ม เป็นหนึ่งในทีมนักแสดงเรื่อง เดอะ คิง แอนด์ ไอ (The King and I) ละครเพลงสุดคลาสสิคที่เปิดการแสดงครั้งแรกในย่านบรอดเวย์ของนครนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ เมื่อปี 1951 หรือเมื่อ 67 ปีก่อน

ที่มาของภาพ, MATTHEW MURPHY
ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้เป็นการหยิบมาทำเป็นละครเพลงครั้งที่ 4 กำกับโดย บาร์ทเล็ตต์ แชร์ ผู้กำกับชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลโทนี เริ่มเปิดม่านแสดงในย่านบรอดเวย์ นครนิวยอร์ก เมื่อปี 2015 ก่อนที่จะย้ายมาเปิดการแสดงในย่านเวสต์เอ็นด์ของอังกฤษ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นำแสดงโดย เคลลี โอฮารา นางเอกเจ้าของรางวัลโทนี ผู้รับบท นางแอนนา ลีโอโนเวนส์ สตรีอังกฤษที่เข้ามาถวายสอนภาษาอังกฤษแด่พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งรับบทโดย เคน วาตานาเบะ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai


ที่มาของภาพ, MATTHEW MURPHY
บทนำในโปรดักชั่นระดับโลก
ใน เดอะ คิง แอนด์ ไอ ที่เปิดการแสดงที่โรงละคร London Palladium แก้มได้รับเลือกให้ทำ 2 หน้าที่ คือ เป็น understudy หรือนักแสดงสำรองของหนึ่งในตัวละครหลักในเรื่องอย่าง "ทับทิม" ซึ่งเธอได้มีโอกาสได้ขึ้นแสดงบทดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนักแสดงหลักไม่สามารถขึ้นแสดงได้ ทำให้แก้มได้มีโอกาสแสดงความสามารถต่อสายตาผู้ชมถึง 2 รอบในวันนั้น
"แก้มไม่ได้คิดเลยว่าวันนี้มันจะมาถึง...คือตัวจริงป่วย แล้วผู้จัดการบริษัทส่งข้อความมาบอกทันที แก้มรู้ตอน 10 โมงเช้า แล้ววันนั้นเป็นวันที่ต้องแสดง 2 รอบด้วย ก็ต้องเตรียมตัวเดี๋ยวนั้นค่ะ ต้องพยายามรวบรวมสติแล้วก็ต้องทวนบทของทับทิม เพราะเราไม่ได้ทวนทุกวัน" แก้มเล่าถึงตอนที่ทราบว่าตัวเองจะต้องขึ้นแสดงบทตัวเอกของเรื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น
"บททับทิมต้องร้อง 3 เพลง เพลงหลักคือเพลงโซโลเป็นเพลงใหญ่ที่ต้องโชว์เสียงจริง ๆ จะออกแบบโอเปร่า ด้วยความที่แก้มเป็น (นักร้องเสียง) โซปราโน ก็รู้สึกว่ามันเหมาะค่ะ แต่ถือเป็นเพลงยากเพลงหนึ่ง และอีก 2 เพลงก็เป็นเพลงที่ร้องคู่กับลุนตา" แก้มพูดถึง "ลุนตา" ซึ่งเป็นตัวละครชายที่เป็นคู่รักกับทับทิมในเรื่อง
ส่วนอีกหนึ่งบทบาทก็คือการเป็น "อองซอมเบิล" (ensemble) หรือนักแสดงสมทบหมู่มวล ซึ่งแก้มรับบทหนึ่งในข้าราชบริพารของพระเจ้ากรุงสยาม มีหน้าที่ร้องเพลงประสานเสียงบนเวทีเป็นหลักและขึ้นแสดงในทุกรอบ ยกเว้นในวันที่ต้องขึ้นแสดงบททับทิม

ที่มาของภาพ, kingandimusical.co.uk
เลือดศิลปิน
แม้อาชีพนักแสดงละครเวทีจะไม่ใช่สิ่งที่แก้มใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก แต่การมีคุณแม่เป็นนักร้องดังทำให้แก้มได้ซึมซับศิลปะด้านนี้มาโดยไม่รู้ตัว และคุณแม่ก็คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เธอมาถึงจุดนี้
"แก้มชอบนักแสดงหญิงหลาย ๆ คน จูลี แอนดรูว์ส, ลีอา ซาลองกา แต่ท้ายที่สุดใครจะเป็นแรงบันดาลใจให้แก้มได้ดีที่สุดเท่าคุณแม่ แก้มเห็นแม่ร้องเพลงมาตั้งแก้มตัวเล็ก ๆ เลย เสียงเพลงของแม่มันเป็นแรงบันดาลใจ ได้ยินเสียงแม่แล้วมันรู้สึกอบอุ่นจังเลย มันเป็นสิ่งที่ทำให้แก้มเป็นแก้มในวันนี้...เสียงของแม่มันอบอุ่น" แก้มเล่าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak
"แม่เป็นคนที่ส่งให้เราเรียนทั้งเต้นเรียนทั้งร้อง แล้วก็สนับสนุนเราไม่ว่าจะอะไร ลูกจะท้อแค่ไหนแม่อยู่ข้าง ๆ เสมอ" แก้มเล่าย้อนถึงความทรงจำที่ประทับใจ
"ตอนเล็ก ๆ แบบ 10 กว่าขวบไม่คิดว่าอยากเป็นนักร้อง...และก็เคยอายมาก ถ้าใครให้ร้องเพลงจะรู้สึกปวดท้องไม่อยากร้อง" แต่ความรู้สึกดังกล่าวได้เปลี่ยนไปสมัยที่แก้มเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นเธอได้ทำกิจกรรมร้องเพลงประสานเสียงกับเพื่อน ๆ เริ่มประกวด เป็นตัวตั้งตัวตีในการสร้างคณะร้องเพลงประสานเสียง และได้ชิมลางการแสดงละครเวทีบ้าง จนในที่สุดเธอตัดสินใจสอบเข้าเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาเอกดุริยางคศิลป์ตะวันตก ซึ่งเป็นช่วงที่แก้มได้ศึกษาเรื่องการร้องเพลงอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการร้องเพลงโอเปร่า ก่อนที่จะจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง
หลังสำเร็จการศึกษาในปี 2011 แก้มได้มีโอกาสเล่นละครเวทีเรื่อง "สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล" ที่กำกับการแสดงโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ โดยเริ่มจากการเป็นนักแสดงสมทบ ก่อนที่ในปีถัดมาจะได้รับเลือกให้เล่นบท "คิม" ในละครเพลงเรื่อง "มิสไซง่อน เดอะมิวสิคัล" ฉบับภาษาไทย ซึ่งถือเป็นการรับบทนางเอกเต็มตัวของเธอ

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak
เส้นทางฝันสู่เวสต์เอ็นด์
หลังจากมิสไซง่อน แก้มก็มีผลงานการแสดงละครเวที เช่น เลือดขัตติยา เดอะมิวสิคัล รวมทั้งมีผลงานเพลงที่เป็นซิงเกิลอีกหลายเพลง แต่ความต้องการพัฒนาทักษะของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลักดันให้แก้มตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้านการแสดงละครเพลงที่ Guildford School of Acting ของมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ ซึ่งเป็นสถาบันสอนการแสดงชั้นนำของสหราชอาณาจักร ในปี 2015
"มันเป็นความฝันมากกว่าค่ะ อยากไปให้ใกล้ที่สุด...อยากมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มันเข้มข้นขึ้น อยากท้าทายตัวเองว่าเราจะทำได้แค่ไหน ได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่เวสต์เอ็นด์เป็นความฝัน อยู่ตรงนี้ตั้งเป้าเอาไว้" แก้มเล่าอย่างกระตือรือร้นถึงศาสตร์การแสดงละครเวทีที่เธอบอกว่ามีเสน่ห์ตรงที่เป็นการแสดงสด หากเกิดความผิดพลาดขึ้นทีมงานทั้งหมดตั้งแต่นักแสดงไปถึงทีมงานไฟและเสียงจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ที่มาของภาพ, BBC Thai
2 ปีสู่เวสต์เอ็นด์
การเรียนปริญญาโทที่อังกฤษถือเป็นประสบการณ์สำคัญที่ชักนำแก้มไปสู่อาชีพนักแสดงละครเวทีเวสต์เอ็นด์ ซึ่งถือเป็นความใฝ่ฝันของนักแสดงละครเวทีทั้งหลายที่อยากจะได้ขึ้นแสดงบนเวทีโรงละครย่านเวสต์เอ็นด์ของอังกฤษ หรือไม่ก็โรงละครในย่านบรอดเวย์ในสหรัฐ ฯ
แก้มเล่าว่าการจะเข้าสู่แวดวงละครเวทีเวสต์เอ็นด์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเพียงแค่การจะเข้าไปทดสอบบทหรือที่เรียกว่า "ออดิชั่น" นั้น ก็มักเป็นข่าวปิดที่รู้กันเฉพาะคนวงในหรือกลุ่มเอเจนซี (ตัวแทนจัดหานักแสดง) ซึ่งหลังจบปริญญาโทในปี 2016 ทางเอเจนซีได้จัดการให้แก้มเข้าออดิชั่นบทในละครเพลงเรื่องมิสไซง่อน ของเซอร์แคเมอรอน แมคอินทอช โปรดิวเซอร์ระดับโลกที่ผลิตละครเวทีชื่อดังทั้งในเวสต์เอ็นด์และบรอดเวย์ และเธอก็ได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงสมทบที่เรียกว่า อองซอมเบิล ออกแสดงทั่วสหราชอาณาจักร ซึ่งสัญญาการแสดงของเธอเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak
ในช่วงเดียวกันแก้มได้เข้าออดิชั่นละครเพลงเรื่องเดอะ คิง แอนด์ ไอ ไปด้วย และได้รับคัดเลือกให้ร่วมแสดงในละครเพลงอมตะเรื่องนี้ที่เปิดการแสดงเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่ 29 ก.ย.นี้ ซึ่งการได้งานแสดงละครเวทีระดับอาชีพในอังกฤษ 2 เรื่องภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีนั้น แก้มบอกว่าไม่ใช่เพราะความสามารถของเธอเพียงอย่างเดียว ทว่ามาจากจังหวะและโอกาสที่ดีที่ได้รับการหยิบยื่นมาให้ด้วย เพราะเธอเข้ามาในช่วงที่ละครเพลงทั้ง 2 เรื่องเปิดรับสมัครนักแสดงที่เป็นคนเอเชียพอดี
คนไทยหนึ่งเดียวในทีมนักแสดง
ในเดอะ คิง แอนด์ ไอ เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ แก้ม ถือเป็นนักแสดงไทยคนเดียวในทีมนักแสดงชุดปัจจุบัน และถือเป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกที่ได้ไปเล่นละครเวทีเวสต์เอ็นด์ อย่างไรก็ตาม เดอะ คิง แอนด์ ไอ ฉบับก่อนหน้านี้ที่เปิดการแสดงในเวสต์เอ็นด์เมื่อปี 2000 มีนักแสดงชายชาวไทยคนหนึ่งที่ใช้ชื่อในการแสดงว่า Samart Santhaveesuk ร่วมแสดงอยู่ด้วย และจากการสืบค้นข้อมูลของบีบีซีไทยก็พบว่า ยังมีนักแสดงชาวไทยอีกอย่างน้อยหนึ่งคน คือ กิตติพันธุ์ กิตติผกาพรหม ที่ได้มีโอกาสมาแสดงละครเพลงเรื่องมิสไซง่อน ฉบับเวสต์เอ็นด์ ในปี 2015 ด้วย

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak
การเป็นนักแสดงไทยคนเดียวในละครเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศไทย ทำให้แก้มมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือเพื่อนนักแสดงคนอื่น ๆ ที่ต้องสวมบทเป็นคนไทย
"แก้มได้เป็นส่วนช่วยเยอะมากเลยในเรื่องนี้ บางทีเขาหันมาถามเลยว่าอากัปกิริยาของคนไทยทำแบบนี้ถูกไหม เรื่องการไหว้ ควรจะไหว้แบบไหน แล้วจะมีบทภาษาไทยด้วยค่ะ...แก้มต้องช่วยเรื่องสำเนียงของทุก ๆ คนที่จะต้องพูดบทนั้น...แก้มก็ได้สอนภาษาไทยเพื่อน ๆ เยอะเหมือนกัน"
ละครเพลง เดอะ คิง แอนด์ ไอ เริ่มเปิดการแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 1951 ที่โรงละครเซนต์เจมส์ ย่านบรอดเวย์ ของนครนิวยอร์ก แต่งบทร้องโดย ออสการ์ แฮมเมอร์สไตน์ที่ 2 (Oscar Hammerstein II) และประพันธ์ดนตรีโดย ริชาร์ด ร็อดเจอร์ ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง Anna and the King of Siam (แอนนากับพระเจ้ากรุงสยาม) ของมาร์กาเร็ต แลนดอน ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังสืออัตชีวประวัติของนางแอนนา ลีโอโนเวนส์ 2 เล่ม

ที่มาของภาพ, Getty Images
ละครเพลงเรื่องนี้ได้รับความนิยมและถูกนำมาแสดงซ้ำหลายครั้งทั้งในนิวยอร์ก และลอนดอน รวมทั้งในรูปแบบของซีรีส์ทางโทรทัศน์, ภาพยนตร์แอนิเมชั่น และภาพยนตร์เรื่อง Anna and the King ในปี 1999 ซึ่งนำแสดงโดย โจว เหวินฟะ (รับบทพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) โจดี ฟอสเตอร์ (รับบท แอนนา) และ ไป่ หลิง (รับบท ทับทิม) ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 2 รางวัล (สาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และสาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม) แต่ถูกห้ามฉายในประเทศไทยด้วยเหตุผลที่ว่ามีเนื้อหาบางส่วนที่บิดเบือนประวัติศาสตร์
ประสบการณ์ล้ำค่า
ตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ได้ทำงานกับทีมงานระดับโลกทั้ง 2 เรื่องถือเป็นช่วงเวลาอันล้ำค่าที่แก้มได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่
"มันเป็นแรงบันดาลใจให้แก้มไม่หยุดที่จะพัฒนาทักษะในทุก ๆ ด้านของเรา ได้เห็นการรับส่งอารมณ์ความรู้สึกและการตีความ คือเขาไม่ได้ทำเดี๋ยวนั้น เขาทำการบ้านมาหนัก คือเห็นเลยตอนที่เราได้ร่วมซ้อมกับเขาบนเวที...นี่แหละนักแสดงที่ใส่ใจรายละเอียด"
นอกจากนี้การได้ร่วมงานกับเพื่อนนักแสดงคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักแสดงสมทบหรือนักแสดงสำรองล้วนเป็นแรงกระตุ้นให้แก้มในเรื่องของการทำงาน และการรักษามาตรฐาน ฝึกเทคนิคการร้องการเต้นอยู่เสมอ เพราะเพื่อนร่วมงานแต่ละคนต่างมีความสามารถครบครัน แม้จะเป็นนักแสดงสำรองก็มีมาตรฐานสูงมาก มีวินัย ทำการบ้านเยอะ และสามารถขึ้นเล่นได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่งให้ทำ

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak
ความรักในละครเวที ไม่มีวันจะจางหาย
เมื่อถามถึงอนาคตการแสดงละครเวทีเวสต์เอ็นด์ แก้มบอกว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน เพราะมีอุปสรรคในเรื่องของวีซ่าทำงานในสหราชอาณาจักรหลังจากสัญญาทำงานในปัจจุบันสิ้นสุดลง
แก้มบอกว่าแม้การแสดงละครเวทีที่นี่จะเป็นสิ่งที่เธอรักและมันจะไม่มีทางหายไป แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ไม่ใช่งานประจำ ไม่อาจทำไปได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง เพราะสัญญาการแสดงแต่ละเรื่องมีระยะเวลาการจ้างงานไม่เท่ากัน
นอกจากนี้เรื่องครอบครัวก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เธอคิดถึงเรื่องกลับบ้านไปสร้างรากฐานที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียนรู้เรื่องธุรกิจสื่อบันเทิงที่คุณแม่ทำอยู่ ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มคิดเรื่องการสร้างครอบครัวของตัวเองด้วยหลังจากเพิ่งแต่งงานไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
"ตอนนี้แก้มเริ่มคิดเรื่องครอบครัวมากขึ้น เพราะถ้าจะมาคิดแต่ความฝันของตัวเองอย่างเดียวมันไม่มีจุดจบ แล้วคนที่บ้านเราจะต้องรอเราต่อไปเรื่อย ๆ รอแบบไม่มีจุดหมาย แก้มรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับคนที่เรารักกับครอบครัว"

ที่มาของภาพ, Kulkornpat Potongnak
สุดท้ายแก้มฝากถึงคนที่อยากเป็นนักแสดงละครเวทีแบบเธอว่า
"แก้มรู้สึกว่าเด็กไทยเก่ง ๆ เยอะมาก และเขาก็เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย ความสามารถก็มีพร้อม แต่แก้มก็รู้สึกว่ามันอยู่ที่จังหวะและโอกาสมากกว่า...ในอนาคตแก้มก็อยากเห็นเด็กไทยที่ทำตามความฝัน อยากให้เขารู้ว่าความฝันของเขาคืออะไรก่อนแล้วก็ได้ทำในสิ่งนั้น...สำหรับใครที่รู้สึกท้อต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่านี่คือสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า เราหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า ฟังคนอื่นมากไปไหม...มันไม่ใช่เรื่องแย่ที่ถามตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ เพราะถ้าใช่ก็ลงมือทำเลย..."
แก้มบอกว่า สิ่งสำคัญคือต้องรู้จุดแข็งของตัวเองว่ามีความสามารถด้านใดแล้วทำตรงนั้นให้ดี และอย่าลืมลองฝึกการร้อง การเต้น ในสไตล์อื่นด้วยเพื่อฝึกทักษะของตนเองอยู่เสมอ และอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง "ถ้าคุณมี passion แรงขนาดนี้ไม่มีอะไรที่จะหยุดให้คุณมาถึงฝันของตัวเองได้" แก้มกล่าว












