ดาวที่มีมหาสมุทรอาจไม่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต

ที่มาของภาพ, OTHER
แม้น้ำจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต แต่ดวงดาวที่เต็มไปด้วยน้ำบนพื้นผิวจนเกิดเป็นมหาสมุทรขนาดใหญ่ อาจมีสภาพไม่เหมาะสมต่อการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตก็เป็นได้ เพราะการที่มีผืนน้ำกว้างและมีแผ่นดินโผล่พ้นน้ำน้อย จะทำให้มหาสมุทรนั้นขาดธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ
ข้อสันนิษฐานข้างต้นเป็นของ น.ส. เทสซา ฟิเชอร์ นักศึกษาระดับปริญญาเอกด้านชีวดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตทของสหรัฐฯ ผู้นำเสนอแนวคิดนี้ต่อที่ประชุมวิชาการว่าด้วยดวงดาวที่สิ่งมีชีวิตอาจอาศัยอยู่ได้ ซึ่งจัดขึ้นในเมืองแลรามีของรัฐไวโอมิงเมื่อไม่นานมานี้
น.ส. ฟิเชอร์ชี้ว่า ธาตุฟอสฟอรัสนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตไม่น้อยไปกว่าน้ำ โดยเป็นส่วนประกอบของดีเอ็นเอและโมเลกุลของสารอินทรีย์อื่น ๆ แต่ฟอสฟอรัสนั้นหาได้ยาก โดยส่วนใหญ่มักอยู่ในหินแข็ง และจะถูกปลดปล่อยลงสู่แหล่งน้ำและมหาสมุทรให้จุลชีพต่าง ๆ นำไปใช้ได้ ก็ต่อเมื่อฟอสฟอรัสในหินถูกชะด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาเท่านั้น ส่วนน้ำเค็มในมหาสมุทรไม่สามารถละลายฟอสฟอรัสได้
ด้วยเหตุนี้ ดาวเคราะห์ที่พื้นผิวปกคลุมด้วยมหาสมุทรทั้งหมด หรือมีผืนน้ำปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ จะมีฟอสฟอรัสในปริมาณน้อยกว่าบนโลก 3-4 เท่า ซึ่งลดโอกาสที่จะเกิดสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรให้น้อยลงไปอย่างมาก และถึงแม้จะเกิดสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นพวกแพลงก์ตอนพืช (phytoplankton) ขึ้น นักวิทยาศาสตร์ก็มีโอกาสน้อยมากที่จะหาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้พบ เพราะพวกมันจะสามารถผลิตออกซิเจนได้เพียง 1 ใน 10 ของบรรยากาศโลก ซึ่งนับว่าต่ำเกินกว่าที่จะตรวจพบได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ข้อเสนอของน.ส. ฟิเชอร์ สร้างความฮือฮาให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่มุ่งค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น หรือค้นหาดวงดาวที่มีสภาพเอื้อต่อการอยู่อาศัยเหมือนกับโลกเป็นอย่างมาก โดยมองกันว่าในอนาคตการศึกษาวิจัยในด้านนี้จะไม่มุ่งไปที่การค้นหาร่องรอยของน้ำบนดวงดาวต่าง ๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจหันมาศึกษาองค์ประกอบของบรรยากาศดวงดาวให้มากขึ้น และใช้ข้อมูลนี้จินตนาการถึงความเป็นไปได้ในการเกิดสิ่งมีชีวิตในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น
นอกจากนี้ นักดาราศาสตร์บางคนยังชี้ถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับนักสมุทรศาสตร์ และนักวิจัยด้านนิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ให้มากขึ้นในการค้นหาสิ่งมีชีวิตต่างดาว เนื่องจากคนกลุ่มนี้ทราบถึงปรากฏการณ์ที่น้ำฝนชะฟอสฟอรัสลงมหาสมุทรเป็นอย่างดีมานานแล้ว แต่นักดาราศาสตร์ไม่ทราบและไม่เคยนำเรื่องนี้มาร่วมพิจารณาในงานวิจัยของตนมาก่อน





