เมี่ยงคำ เขียวหวาน ไตปลา ลาบหมู รสชาติไทยใน เครื่องดื่มค็อกเทล
- Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ & จิราพร คูหากาญจน์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของร้านอาหารและเครื่องดื่มมากมายในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ร้านอาหารแห่งหนึ่งเลือกนำอาหารไทยแต่ละภาคมาสร้างค็อกเทลรสแปลก เพื่อสร้างสีสัน และความอยู่รอด
ใครว่าบาร์เทนเดอร์จะทำหน้าที่เพียงการชงเครื่องดื่มให้ลูกค้าเพียงอย่างเดียว บาร์เทนเดอร์ที่ร้านอาหาร Eat Me ย่านสีลมบอกว่าเขาคือ "เชฟ" ผู้ปรุงเครื่องดื่มจากอาหารไทยที่มีชื่อกลุ่มเครื่องดื่มว่า "Sip Some Thai"
"นี่คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า ไปพร้อมกับการสร้างความแตกต่างของร้านอาหารจากร้านอาหารที่มีอยู่อย่างมากมายในกรุงเทพมหานคร" บุญธเนศ ดิเรกฤทธิกุล หรือ ป๊อบ ผู้จัดการบาร์ ในร้านอาหาร Eat Me บอกกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"ผมไม่ได้ทำเครื่องดื่ม แต่ผมปรุงเครื่องดื่ม" บุญธเนศกล่าวย้ำ
แม้ว่าตั้งอยู่ในย่านธุรกิจที่มีความพลุกพล่านใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ร้านอาหารแห่งนี้สามารถยืนหยัดมาแล้วกว่า 19 ปี เพื่อต่อกรกับการแข่งขันที่รุนแรง จึงมีความจำเป็นที่ร้านอาหารแห่งนี้จะต้องพัฒนาจุดขายใหม่ ๆ
แข่งดุ ดันให้ต้องหาจุดขายใหม่
"เราต้องการมีบางอย่างเพื่อสร้างความแตกต่าง จากการแข่งขันที่รุนแรง ป๊อบ เป็นผู้จัดการบาร์เทนเดอร์ มีความคิดเกี่ยวกับการทำค็อกเทลลาบหมู ซึ่งต้องทำวิจัยเพิ่มเติม" มาเรีย เซอร์จีวา ผู้จัดการทั่วไปของร้านอาหารแห่งนี้เล่าให้ฟัง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
เธอบอกเพิ่มเติมอีกว่า การสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นไทยลงไปในเครื่องดื่มน่าจะเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจ จึงเป็นที่มาของการแสดงแผนที่ประเทศไทยและภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย และค้นพบว่า แต่ละภาคของไทยก็มีความหลากหลายของตำรับอาหาร จึงเลือกตำรับอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินของคนแต่ละภาค แล้วนำมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มค็อกเทล
จากโจทย์ดังกล่าว บุญธเนศ บอกว่า เขาต้องคุยกับเชฟ ว่าจะสามารถทำอะไรบ้าง
"แต่ละภาคก็มีอาหารประจำภาคอยู่แล้ว เช่น ภาคเหนือคือเมี่ยงคำ ภาคอีสานก็คือลาบหมู ภาคใต้ก็ลองพิจารณาว่าอะไรจะทำได้ เราก็มองไปที่แกงไตปลา ส่วนภาคกลาง ก็มองไปที่เมนูอะไรที่คนไทยรู้จักและคนต่างชาติก็รู้จัก ก็เป็นที่มาของแกงเขียวหวาน" บาร์เทนเดอร์คนนี้กล่าว
เอาส่วนผสมทั้งหมดของอาหารมาใช้ในเครื่องดื่มนี้หรือไม่
บุญธเนศ บอกว่า เขาพิจารณาดูก่อนว่า มีส่วนผสมอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ได้ ที่เหลือคือ น้ำเชื่อมปรุงพิเศษ (homemade syrup) เช่น น้ำเชื่อมจากแกงเขียว น้ำเชื่อมจากแกงไตปลาน้ำเชื่อมจากข้าวคั่ว และน้ำเชื่อมจากเมี่ยงคำ ส่วนประกอบนี้เป็นหัวใจสำคัญ ตามมาด้วย สมุนไพรและผักสด ส่วนต่อไปคือเหล้า
น้ำเชื่อมจะเคี่ยวผสมกับวัตถุดิบหลักของเมนูอาหารนั่น ๆ เช่น น้ำเชื่อมที่ใช่ในคอกเทลลาบหมูจะเคี่ยวกับข้าวคั่วเพื่อให้น้ำเชื่อมให้กลิ่นเช่นเดียวกันกับลาบหมูจริง ๆ ส่วนเหล้าที่ใช้มีหลากหลายชนิด เช่น วอดก้า จิน และรัม

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ปัจจุบันมี 8 เมนู นอกจาก 4 เมนูที่เล่ามาให้ฟังแล้วยังมี "แกงอ่อม" "น้ำพริกหนุ่ม" และมีของหวานไทย ๆ ด้วย เช่น "ลอดช่อง" และ "แกงบวดฟักทอง" ส่วนในอนาคตกำลังพัฒนารสส้มตำและกะเพราไข่ดาว

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
บุญธเนศเล่าให้ฟังว่า นอกจากเครื่องดื่มใหม่ ๆ จะคิดค้นเองแล้ว ส่วนใหญ่ยังมีแรงบันดาลใจจากการพูดคุยกับลูกค้า
ราว 80% ของลูกค้าที่นี่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เข้ามาชิมความเป็นไทยผ่านคอกเทลนี้ และสิ่งที่บุญธเนศอยากทราบคือ
ลูกค้าจะรู้สึกอย่างไรกับเครื่องดื่มที่มีรสชาติเหมือนกับอาหารที่เขาคุ้นเคย
บีบีซีไทย พูดคุยกับสามีภรรยานักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางมาไทยครั้งแรก
"นี่เป็นค็อกเทลที่เผ็ดที่สุดเท่าที่เคยชิมมา รสชาติเข้มข้มมาก" เดแวน คีน เล่าให้ฟัง หลังชิมพริกป่นบนขอบแก้ว ขณะที่ริมฝีปากของเขาดูแดงเข้มเพราะความเผ็ดร้อน "ปากผมแสบ... แต่โดยรวมก็ถือว่าโอเค เป็นเครื่องดื่มที่ดีสำหรับเริ่มต้นการดื่มชนิดใหม่"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ส่วน เคซีย์ คนที่ชิมค็อกเทลเมี่ยงคำบอกว่า มีรสชาติที่กลมกล่อม ทำให้รู้สึกสดชื่น
"ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่ได้ลิ้มมลองรสชาติอาหารเหนือก่อนเดินทางไปเชียงใหม่"
ค็อกเทลสี่ภาคหน้าตาเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI









