You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ไททานิค : อาจพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ในซากเรือดำน้ำไททันแล้ว
หน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ เชื่อว่า อาจมีการพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ภายในซากเรือดำน้ำไททันที่เก็บกู้ขึ้นมาจากใต้มหาสมุทรแอตแลนติกแล้ว
เศษซากของเรือดำน้ำขนาดเล็กที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ระหว่างเดินทางลงใต้ทะเลลึกเพื่อสำรวจซากเรือไททานิคที่ความลึก 3,800 เมตร นำมาสู่ปฏิบัติการค้นหาระดับโลก ที่จบลงด้วยการยืนยันว่า เรือดำน้ำได้ถูกบีบอัดอย่างรุนแรงเฉียบพลัน และผู้โดยสารทั้ง 5 คนเสียชีวิต
ตอนนี้ ทางการได้เก็บกู้ซากเรือดำน้ำขึ้นมายังเมืองเซนต์จอห์น ของแคนาดาแล้ว เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. โดยเป็นชิ้นส่วนฐานลงจอด และตัวถังด้านข้างเรือดำน้ำ
ต่อจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะดำเนินการตรวจสอบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ที่เชื่อว่าค้นพบอยู่ภายในเรือดำน้ำ
ทางการสหรัฐฯ ยังได้เริ่มกระบวนการสืบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยคณะกรรมการสืบสวนทางทะเลของหน่วยยามชายฝั่งจะดำเนินการขนส่งหลักฐานต่าง ๆ ไปยังท่าเรือสหรัฐฯ เพื่อดำน้ำการวิเคราะห์และทดสอบอย่างละเอียด
ย้อนการค้นพบซากเรือดำน้ำ
ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. หน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ พบชิ้นส่วนของเรือดำน้ำไททันซึ่งพาชมซากเรือไททานิคแล้ว ส่วนผู้โดยสารทั้งหมด 5 คน เสียชีวิต
ยานใต้น้ำแบบอาร์โอวี (ROV) พบชิ้นส่วนของเรือดำน้ำไททันชิ้นแรก บริเวณพื้นท้องมหาสมุทรห่างจากบริเวณหัวเรือไททานิค 487 เมตร เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ตามเวลาในไทย
ก่อนพบชิ้นส่วนอื่น ๆ ของเรือไททันทั้งสิ้น 5 ชิ้น โดยชิ้นส่วนหลัก ๆ ได้แก่ กรวยหางเรือดำน้ำ แท่นลงจอด และส่วนของช่องหน้าต่างด้านหน้า
ยามชายฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่า ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของลำเรือที่พบนั้นเป็นผลจาก “การถูกบีบอัดอย่างรุนแรงเฉียบพลัน” (implosion) และผู้โดยสารทั้ง 5 คน เสียชีวิตทั้งหมด แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตพบหรือไม่ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเป็นอุปสรรค
ส่วนเสียงที่ตรวจพบก่อนหน้านี้ระหว่างปฏิบัติการค้นหานั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเสียงที่มีการคาดการณ์ว่ามาจากเรือไททัน
ในเวลาต่อมา กองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดเผยกับสถานีข่าวซีบีเอสว่า ก่อนหน้านี้สามารถตรวจจับ "เสียงที่ผิดปกติพร้อมกับเสียงระเบิด" ภายหลังจากที่เรือไททันขาดการติดต่อจากเรือหลักบนผิวน้ำ ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ได้ส่งให้กับหน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ เพื่อจำกัดพื้นที่การค้นหา
ด้านบริษัทโอเชียนเกต ซึ่งเป็นเจ้าของเรือดำน้ำไททัน ออกแถลงการณ์ ระบุว่าทางบริษัท เชื่อว่าผู้โดยสารบนเรือดำน้ำไททัน 5 คน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ สต็อกทัน รัช ซีอีโอของบริษัท ได้เสียชีวิตลงแล้ว
"เราทราบซึ้งในคำมั่นสัญญาที่จะหาตัวนักสำรวจทั้ง 5 คน และทราบซึ้งในการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งวันทั้งคืนของทีมค้นหาและครอบครัวของพวกเขา"
สำหรับผู้โดยสารทั้ง 5 คน ประกอบไปด้วย
- สต็อกตัน รัช อายุ 61 ปี ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท บริษัท โอเชียนเกต เอ็กส์เพดิชัน เจ้าของเรือดำน้ำ และเป็นผู้ให้บริการนำเที่ยวชมซากไททานิค
- ฮามิช ฮาร์ดิง อายุ 58 ปี นักธุรกิจพันล้านและนักสำรวจชาวอังกฤษ และประธานบริษัทด้านอากาศยาน แอคชัน เอวิเอชัน
- ชาห์ซาดา ดาวุด อายุ 48 ปี นักธุรกิจชาวปากีสถาน
- บุตรชายของดาวุด ชื่อ สุเลมาน อายุ 19 ปี
- พอล อองรี นาร์จีโอเลต นักสำรวจชาวฝรั่งเศสวัย 77 ปี
การถูกบีบอัดอย่างรุนแรงเฉียบพลัน คืออะไร
"การถูกบีบอัดอย่างรุนแรงเฉียบพลัน" หรือ อิมโพลชัน (implosion) เป็นสิ่งตรงข้ามของ "การระเบิด" (explosion) ที่เกิดจากภายในสู่ภายนอก
ทอม แม๊ดด็อกส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อันเดอร์วอเตอร์ ฟอเรนสิก อินเวสติเกเตอร์ (Underwater Forensic Investigators) ที่เข้าร่วมในการสำรวจซากเรือไททานิค เมื่อปี 2005 อธิบายว่า ยิ่งเรือดำน้ำไททันลงไปใต้ทะเลลึกเท่าไหร่ แรงดันก็ยิ่งมหาศาล แม้แต่ข้อชำรุดเชิงโครงสร้างของเรือดำน้ำเพียงเล็กน้อย ก็ถือเป็นอันตรายได้
"แรงดันในระดับนั้น (3,000 เมตร) จะอยู่ที่ราว 4,000-5,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (272-340 atm) หรือมากกว่าแรงดันบนโลกมนุษย์กว่า 350 เท่า รอยรั่วเพียงเล็กน้อยจะก่อให้เกิดการบีบอัดอย่างรุนแรงในทันที"
ศ.แบลร์ ธอร์นตัน แห่งมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน ระบุว่า "ในกรณีนี้ความล้มเหลวหลัก ๆ เกิดจากตัวถังหลักของเรือ ซึ่งจะต้องสามารถทนต่อแรงกดอัดระดับสูงที่อยู่ใต้น้ำ โดยน้ำหนักของแรงดันนั้นเทียบเท่ากับน้ำหนักของหอไอเฟลหลายหมื่นตันบีบอัดตัวเรือ"
"ผมรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น"
เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "ไททานิค" (1997) ที่ดำลงไปสำรวจซากเรือไททานิคมาแล้ว 33 ครั้ง บอกกับบีบีซีว่า เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่า สถานการณ์จะจบลงเช่นนี้
"ผมรู้สึกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของเรือดำน้ำล้มเหลว ระบบสื่อสารล้มเหลว ระบบตรวจจับสัญญาณล้มเหลวพร้อม ๆ กัน แล้วเรือดำน้ำก็หายไป" เจมส์ คาเมรอน กล่าว
ท่ามกลางสถานการร์ที่มีการรายงานถึงเสียงเคาะดัง และออกซิเจนที่กำลังหมดลงเรื่อย แต่สำหรับเขารู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
"ผมทราบดีว่า เรือดำน้ำนอนจมอยู่ตรงจุดที่ตั้งและความลึกที่ติดต่อได้ครั้งท้ายสุด ซึ่งเป็นจุดที่มีการพบเรือดำน้ำนั่นเอง" เขากล่าวต่อ
เมื่อการใช้ยานสำรวจใต้น้ำแบบบังคับทางไกลที่ถูกส่งลงไปใต้ทะเลเมื่อวันพฤหัสบดี (22 มิ.ย.) ได้พบ เศษชิ้นส่วนเรือดำน้ำ "ภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ"