ย้อนข้อต่อสู้-ลำดับความเป็นมา "คดีคลิปเสียง" วัน แพทองธาร ขึ้นไต่สวนกลางศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา 1 ชม. 35 นาที ในการซักถาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ระหว่างเปิดไต่สวน "คดีคลิปเสียง" 21 ส.ค.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา 1 ชม. 35 นาที ในการซักถาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ระหว่างเปิดไต่สวน "คดีคลิปเสียง" 21 ส.ค.
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

การเปิดศาลไต่สวน "คดีคลิปเสียง" ใช้เวลาราว 2 ชม. 30 นาที โดยไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดภาพและเสียง โดยให้เหตุผลว่า "คดีเป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ และห้ามไม่ให้ผู้เข้าฟังนำข้อมูลไปเผยแพร่ ห้ามนำไปบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน"

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ปรากฏตัวที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ.แจ้งวัฒนะ ก่อนถึงเวลานัดหมายราว 1 ชม. โดยมีนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ร่วมเดินทางมากำลังใจด้วย

วันนี้ (21 ส.ค.) องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งเพื่อไต่สวนพยานบุคคล ในคดีที่ประธานวุฒิสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

คณะ สว. 36 คน เจ้าของคำร้อง กล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีปรากฏคลิปสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หรือที่ถูกเรียกขานว่า "คดีคลิปเสียง"

พยานบุคคลที่ศาลเรียกมาไต่สวนมี 2 ปากคือ น.ส.แพทองธาร ในฐานะผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า "ให้ไต่สวนเลขาธิการ สมช. ก่อน และขอให้นายกฯ ออกไปรอข้างนอกก่อน"

องค์คณะมอบหมายให้นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ดำเนินการพิจารณา พร้อมตุลาการคนอื่น ๆ ร่วมซักถาม

ศาลไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดภาพและเสียง "เนื่องจากพยานบุคคลที่มาเป็นพยานคู่ และคดีเป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ และห้ามไม่ให้ผู้เข้าฟังนำข้อมูลไปเผยแพร่ ห้ามนำไปบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน"

ปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ร่วมเดินทางมาที่ศาลเพื่อให้กำลังใจนายกฯ ด้วย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ร่วมเดินทางมาที่ศาลเพื่อให้กำลังใจนายกฯ ด้วย

น.ส.แพทองธารต้อง "เว้นวรรค" การทำหน้าที่ตั้งแต่ 1 ก.ค. นับจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องเอาไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีมติ 7 ต่อ 2 ให้เธอหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ศาลเลื่อนกำหนดวันให้คู่กรณียื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเร็วขึ้นเป็น 25 ส.ค. จากเดิม 27 ส.ค. เพื่อให้เวลาตุลาการแต่ละคนได้จัดทำความเห็นส่วนตน เพื่อให้การวินิจฉัยคดีเป็นไปอย่างรอบคอบและครบถ้วน แต่ยังคงกำหนดวันนัดอ่านคำวินิจฉัยตามเดิม 29 ส.ค.

ผู้นำรัฐบาลไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนราว 3 สัปดาห์แล้ว และลาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2 นัด

ภายหลังการขึ้นไต่สวนในวันนี้ ซึ่ง น.ส.แพทองธารต้องตอบข้อซักถามขององค์คณะนาน 1 ชม. 35 นาที เธอไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าที่ถามว่า นายกฯ มีกำลังใจดีหรือไม่ น.ส.แพทองธารเพียงแต่ยิ้มและพยักหน้ารับ

ข้อต่อสู้ของแพทองธาร

ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ได้ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาล ยืนยันว่า การกระทำของตน ไม่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการการเมือง พ.ศ. 2564 และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในความสุจริตและเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง

สำนักข่าวอิศราเผยแพร่รายละเอียดคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ น.ส.แพทองธาร ฉบับเต็ม โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

  • ในการสนทนากับประธานวุฒิสภากัมพูชา "ไม่มีข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าจะนําผลประโยชน์ของประเทศไทยไปแลกเปลี่ยนกับต่างชาติ" มีเพียงการพยายามเจรจาต่อรองเงื่อนไขเพื่อให้สถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาคลี่คลายลง โดยใช้คําพูดเชิงจิตวิทยาระหว่างการสนทนา เพื่อโน้มน้าวหวังให้สมเด็จฮุน เซน ช่วยแนะนําหรือเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์และลดความขัดแย้งผ่านไปยังผู้นํารัฐบาลกัมพูชา
  • หลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการเจรจาทางการทูตตามหลักการและมาตรฐาน กระทรวงการต่างประเทศมีการกําหนดขั้นตอนเฉพาะกระบวนการที่เป็นทางการเท่านั้น แต่ไม่ได้กําหนดสําหรับวิธีการที่ไม่เป็นทางการ
  • การเจรจาในลักษณะสายตรงระหว่างผู้นํา หรือสายด่วนผู้นํา (Leader to Leader Hotline) เป็นวิธีการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการที่มีประสิทธิภาพและใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก และมักใช้เพื่อหารือเรื่องเร่งด่วน หรือประเด็นที่มีความอ่อนไหวเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด หรือสร้างความไว้ใจกัน โดยปกติวิธีการเช่นนี้จะไม่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ และมักไม่มีการบันทึกอย่างเป็นทางการ กรณีนี้ "แม้การเจรจาจะเป็นไปแบบส่วนตัว แต่ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน"
  • สมเด็จฮุน เซน "ผิดมารยาททางการเมืองระหว่างประเทศ โดยการแอบบันทึกเสียงการสนทนาแล้วนํามาเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนแต่ฝ่ายเดียว และเป็นที่คาดการณ์ว่าการกระทําดังกล่าวเป็นการเล็งผลที่จะก่อให้เกิดความเสียหายทางการเมืองในประเทศไทย ทําให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศไทยได้ แล้วฉวยโอกาสดังกล่าวใช้กําลังทหารเข้าปะทะดังที่เคยทํามาโดยตลอดตามประวัติศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมา" การร้องเรียนของผู้ร้องถึงคุณสมบัติของนายกฯ จึงอาจสอดคล้องกับเจตนาของสมเด็จฮุน เซน
นายกฯ พบหน้า แม่ทัพภาคที่ 2 ครั้งแรก ระหว่างพบปะกำลังพลกองกำลังสุรนารี ที่ฐานปฏิบัติการมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อ 20 มิ.ย. หลังพาดพิงนายพลรายนี้ว่า "เป็นคนของฝั่งตรงข้าม"

ที่มาของภาพ, THAI GOVERNMENT

คำบรรยายภาพ, นายกฯ พบหน้า แม่ทัพภาคที่ 2 ครั้งแรก ระหว่างพบปะกำลังพลกองกำลังสุรนารี ที่ฐานปฏิบัติการมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อ 20 มิ.ย. หลังพาดพิงนายพลรายนี้ว่า "เป็นคนของฝั่งตรงข้าม"

คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ น.ส.แพทองธาร ยังอธิบายถึงข้อความในบทสนทนาที่คณะ สว. ผู้ร้องเห็นว่าไม่เหมาะสม

การเรียกสมเด็จฮุน เซน ว่า "uncle" (อา): เป็นการแสดงความเคารพในวัยวุฒิแก่คู่เจรจา และเป็นมารยาทที่รักษาปฏิบัติเรื่อยมาเป็นปกติวิสัยในการเจรจากับคู่สนทนาอย่างไม่เป็นทางการ อาทิ การเรียกอดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ว่า "อาหนู" หรือเรียกรองนายกรัฐมนตรี (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ว่า "อาสุริยะ" หรือเรียกเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช) ว่า "อาหมอ" จึงเห็นได้ว่าการใช้สรรพนามดังกล่าวสอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคมไทย "ดังนั้นการเรียกสมเด็จฮุน เซน ว่า 'uncle' จึงไม่ได้เจตนาแอบแฝงอื่นนอกจากมารยาททางสังคมและความพยายามในการสร้างความไว้วางใจเพื่อนําไปสู่ประเด็นการสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น"

ถ้อยคําว่า "อยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้": มีเจตนาที่ต้องการให้คู่เจรจาเสนอเงื่อนไขหรือความต้องการออกมาก่อนซึ่งเป็นหลักการสําคัญของการเจรจาเชิงผลประโยชน์ (Principled Negotiation) โดยการใช้เทคนิคสําคัญคือการตั้งคําถามเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริง (Interest-Based) ในลักษณะไม่โจมตีจุดยืนของคู่เจรจา แต่มุ่งทําความเข้าใจความต้องการที่อยู่เบื้องหลังมากขึ้น เพื่อจะได้นํามาพิจารณาเจรจาต่อรองเงื่อนไขที่จะนําไปสู่การยุติความตึงเครียดที่เกิดขึ้น

กล่าวถึงแม่ทัพภาคที่ 2 (พล.ท.บุญสิน พาดกลาง) ว่าเป็น "ฝั่งตรงข้าม": นายฮวด คนสนิทของสมเด็จฮุน เซน พยายามอธิบายมูลเหตุของการที่สมเด็จ ฮุน เซน สั่งการให้ปิดด่านชายแดนของฝ่ายกัมพูชา เนื่องมาจากความไม่พอใจที่มีต่อแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นการเฉพาะเจาะจง "จึงจําต้องใช้เทคนิคการเจรจาที่แบ่งแยกปัญหาออกจากตัวบุคคล ไม่ได้เป็นการตําหนิติเตียนในทางลบหรือแสดงให้เห็นว่าแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลไทยแต่อย่างใด" อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดความเข้าใจผิดขึ้น ก็ได้ชี้แจงและกล่าวคําขอโทษต่อแม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ท.บุญสินยืนยันต่อสาธารณชนว่าไม่ติดใจคลิปเสียงและไม่ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างนายกฯ กับแม่ทัพภาคที่ 2

พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา เจ้าของคำร้อง ร่วมฟังการไต่สวนที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา เจ้าของคำร้อง ร่วมฟังการไต่สวนที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วย

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ยังมุ่งหักล้างความน่าเชื่อถือของ "พยานหลักฐาน" และ "ตัวผู้ร้อง" ด้วย โดยระบุว่า ข้อความตามคลิปเสียงที่อ้างเป็นพยานหลักฐานยังไม่ได้ผ่านการแปลหรือรับรองความถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งพยานหลักฐานที่นําเสนอในคําร้อง เป็นบทสนทนาที่ได้จากการบันทึกเสียงหรือการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยปราศจากความยินยอมจากคู่สนทนา ซึ่งเป็นการได้มาซึ่งข้อมูลโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและหลักนิติธรรม

ส่วนผู้ร้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในส่วนของการเลือก สว. และในส่วนของคดีอาญาโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ผ่านมามีข้อกังขาแก่สังคมในวงกว้างถึงการทําหน้าที่และการใช้สิทธิลงมติต่าง ๆ ของ สว. กลุ่มดังกล่าวว่าอาจถูกครอบงําทางการเมืองหรือถูกชี้นําโดยพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดหรือไม่ "เมื่อมีพรรคการเมืองหนึ่งประกาศถอนตัวจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการ สว. กลุ่มดังกล่าวก็ได้เสนอคําร้องต่อประธานวุฒิสภาในทันที" จึงเห็นว่าการใช้สิทธิยื่นคําร้องในเรื่องนี้ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตเพียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มตน

คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของนายกฯ แพทองธารที่ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ ระบุถึงมูลเหตุความเป็นมาของเรื่อง, เหตุการณ์หลังการพูดคุยและการเผยแพร่คลิปเสียง, คําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของนายกฯ แพทองธารที่ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ ระบุถึงมูลเหตุความเป็นมาของเรื่อง, เหตุการณ์หลังการพูดคุยและการเผยแพร่คลิปเสียง, คําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ลำดับความเป็นมา "คดีคลิปเสียง"

นายกฯ หญิงซึ่งมีอายุครบ 39 ปีเต็มในวันนี้ ต้องเผชิญกับวิบากกรรมทางการเมือง หลังรับสายโทรศัพท์ข้ามแดนจากผู้นำตัวจริงของกัมพูชา ผู้ที่เธอเคยนับถือและเรียกว่า "uncle"

บีบีซีไทยขอลำดับความเป็นมาของคดี ดังนี้

18 มิ.ย. สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงสนทนากับนายกฯ แพทองธาร คลิปแรกความยาว 9 นาที และคลิปเต็มความยาว 17 นาที ซึ่งทราบในภายหลังว่าเป็นเสียงสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อ 15 มิ.ย. ทั้งนี้เนื้อหาที่ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวางคือการเรียกแม่ทัพภาคที่ 2 ว่า "คนที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับเรา" และการบอกกับสมเด็จฮุน เซนว่า "ถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้"

18 มิ.ย. พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี สส. 69 เสียง อ้างเหตุคลิปเสียงดังกล่าวออกแถลงการณ์ถอนตัวจากรัฐบาล แม้ส่อเค้าจะถูกปรับพ้น ครม. อยูแล้ว เนื่องจากเจรจาโควต้ารัฐมนตรีไม่ลงตัว

19 มิ.ย. สว. 36 คน นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคง ซึ่งถูกเรียนขานว่าเป็นแกนนำ สว. "สีน้ำเงิน" ยื่นคำร้องผ่านประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร

พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา นำ สว. 36 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ถูกเรียกว่า "สว. สีน้ำเงิน" ยื่นคำร้องส่งศาลตีความคุณสมบัตินายกฯ

ที่มาของภาพ, PR SENATE

คำบรรยายภาพ, พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา นำ สว. 36 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ถูกเรียกว่า "สว. สีน้ำเงิน" ยื่นคำร้องส่งศาลตีความคุณสมบัตินายกฯ

20 พ.ค. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ "รับคำร้องในทางธุรการ" ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

1 ก.ค. มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม. "แพทองธาร 1/1" โดยนายกฯ ควบเก้าอี้ รมว.วัฒนธรรม อีกตำแหน่ง

1 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9:0 รับคำร้องของ สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีมติ 7:2 ให้ผู้ถูกร้อง (น.ส.แพทองธาร) หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตั้งแต่ 1 ก.ค. จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย (ตุลาการเสียงข้างน้อยคือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม โดยเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่ยุติชัดเจน แต่เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง ให้ใช้มาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ห้ามมิให้ผู้ถูกร้องใช้หน้าที่และอำนาจด้านความมั่นคง ด้านต่างประเทศ และด้านการคลัง จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย)

3 ก.ค. ครม. ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ น.ส.แพทองธารยังสามารถร่วมประชุม ครม. และปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ โดยอาศัยตำแหน่งใหม่

15 ก.ค. นายกฯ ส่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 15 วัน จากกำหนดเดิมตั้งส่งคำชี้แจงภายใน 16 ก.ค. ก่อนที่เลขาธิการนายกฯ จะออกมาเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงให้ถึงวันที่ 31 ก.ค.

29 ก.ค. นายกฯ ส่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาครั้งที่ 2 โดยขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 15 วันนับถัดจากวันครบกำหนดเดิม โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้เรียบเรียงทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาซึ่งยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์

30 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5:4 มีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปจนถึง 4 ส.ค. เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

13 ส.ค. ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือคดี ก่อนเปิดเผยกำหนดวันนัดไต่สวนพยานบุคคล, วันยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีของคู่กรณี, วันตัดสินคดี

21 ส.ค. นัดไต่สวนพยานบุคคล 2 ปากคือ ผู้ถูกร้อง (น.ส.แพทองธาร) และเลขาธิการ สมช. (นายฉัตรชัย บางชวด)

ศาลเรียก ฉัตรชัย บางชวด ขึ้นเบิกความเป็นปากแรก

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ศาลเรียก ฉัตรชัย บางชวด ขึ้นเบิกความเป็นปากแรก

25 ส.ค. คู่กรณียื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลรัฐธรรมนูญได้วันสุดท้าย

29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ และลงมติในเวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น.

ที่มา: บีบีซีไทยสรุปจากเอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญและข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ