“ราชันแห่งคริปโต” แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ มีความผิดฐานฉ้อโกงและฟอกเงิน

ที่มาของภาพ, Reuters
ศาลนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ตัดสินให้ แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ ผู้เคยเป็นเจ้าของบริษัทซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีความผิดฐานฉ้อโกงและฟอกเงิน ในการพิจารณาคดีที่ยาวนาน 1 เดือน
คณะลูกขุนได้ลงมติว่า แบงค์แมน-ฟรายด์ มีความผิดจริง หลังพิจารณาไตร่ตรองนานไม่กี่ชั่วโมง
นี่ถือบทสรุปปิดฉากการร่วงหล่นจากบัลลังก์ของอดีตอภิมหาเศรษฐีพันล้านวัย 31 ปี และบุคคลสาธารณะที่เป็นหน้าเป็นตาของวงการสกุลเงินดิจิทัล
แบงค์แมน-ฟรายด์ ถูกจับกุมเมื่อปีที่แล้ว ภายหลังบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ (FTX) ของเขาล้มละลาย มาวันนี้ เขาต้องเผชิญการต้องโทษจำคุกนานหลายสิบปี
“แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ กระทำการฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา มันเป็นแผนการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้เขาขึ้นสู่บัลลังก์ ‘ราชันแห่งคริปโต’” เดเมียน วิลเลียมส์ อัยการสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์หลังคำตัดสิน
“คดีนี้มันเป็นเรื่องการโกหก หลอกลวง โจกรรม และเราจะไม่ทนต่อสิ่งเหล่านี้” เขาเสริม
อัยการกล่าวหา แบงค์แมน-ฟรายด์ ว่า โกหกนักลงทุนและผู้ปล่อยสินเชื่อ รวมถึงขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากบริษัทซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี FTX จนนำมาสู่การล่มสลายของบริษัท โดยฝ่ายอัยการส่งฟ้องข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน รวม 7 ข้อหา
ด้าน แบงค์แมน-ฟรายด์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเขาทำผิดพลาด และทำทุกอย่างด้วยเจตนาที่ดี
ภายหลังคำพิพากษาของศาล ทนายความของแบงค์แมน-ฟราย คือ มาร์ค โคเฮน ระบุว่า “เราเคารพคำตัดสินของคณะลูกขุน แต่เราผิดหวังมากกับผลลัพธ์ของการพิจารณาคดี”
“นายแบงค์แมน-ฟรายด์ ยืนกรานความบริสุทธิ์ของตนมาตลอด และจะเดินหน้าต่อสู้คดีต่าง ๆ ที่เขาถูกฟ้องต่อไป” เขาเสริม
ต้องยอมรับว่า แบงค์แมน-ฟรายด์ อยู่ในจุดยืนที่เลวร้ายในคดีนี้ตั้งแต่เริ่ม เพราะอดีตเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานใกล้ชิด 3 ราย รวมถึงอดีตแฟนสาว แคโรไลน์ เอลลิสัน ได้สารภาพยอมรับผิด และตกลงจะขึ้นให้การถึงความผิดของแบงค์แมน-ฟรายด์ แลกกับการลดโทษ
พวกเขาทั้ง 3 มีกำหนดรับฟังความผิดของตนในอนาคตอันใกล้

ที่มาของภาพ, Reuters
ในการพิจารณาคดี มีการให้หลักฐานต่อศาลว่า บริษัทซื้อขายเงินคริปโตชื่อ อะลาเมดา รีเสิร์ช ของแบงค์แมน-ฟรายด์ ได้รับฝากเงินจากลูกค้าของ FTX ไว้ในช่วงเริ่มแรกของการเปิดซื้อขาย เพราะในเวลานั้น ธนาคารทั่วไปยังไม่ประสงค์จะอนุญาตให้ทางบริษัทเปิดบัญชีธนาคาร
แต่แทนที่จะคุ้มครองเงินทุนเหล่านี้ตามที่ แบงค์แมน-ฟรายด์ ให้คำมั่นต่อสาธารณชน เขากลับนำเงินไปชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ของบริษัท อะลาเมดา รวมถึงซื้ออสังหาริมทรัพย์ นำไปลงทุน และบริจาคทางการเมือง
ตอนที่ FTX ล้มละลายเมื่อเดือน พ.ย. 2022 บริษัท อะลาเมดา ค้างชำระหนี้ต่อทางบริษัทมากถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
“เขาเอาเงินไป เขาก็รู้ว่ามันผิด แต่เขาก็ยังทำ เพราะเขาคิดว่าตัวเองฉลาดกว่า เก่งกว่า และคงหาวิธีจัดการมันได้” นิโคลัส รูส์ ผู้ช่วยอัยการ กล่าวต่อศาล
ด้านแบงค์แมน-ฟรายด์ ได้ขึ้นให้การตอบโต้การกระทำผิดด้วยตนเอง แม้ว่าจะเป็นการกระทำที่เสี่ยงในชั้นศาล ด้วยความหวังว่าจะจูงใจคณะลูกขุนว่า ฝ่ายอัยการพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขามีเจตนาจะกระทำผิด
“มันมีการตัดสินใจที่ผิดพลาดเกิดขึ้น” มาร์ค โคเฮน ทนายของแบงค์แมน-ฟรายด์ กล่าว พร้อมเล่าว่า ลูกความของเขาเป็นนักคณิตศาสตร์ที่แบกรับแรงกดดันมหาศาล เพราะบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เขาจะก่ออาชญากรรม”

ที่มาของภาพ, Reuters
แบงค์แมน-ฟรายด์ ชี้แจงว่า การโอนเงินระหว่างบริษัทในเครือของเขา เป็นเรื่องที่ “อนุญาตให้กระทำได้” และระบุว่า เขาแทบไม่รู้ถึงข้อผิดพลาดทางการเงินที่อดีตเพื่อนร่วมงานของเขากล่าวถึงเลย จนกระทั่งสัปดาห์ท้าย ๆ ก่อนที่ FTX จะล่มสลาย
การล้มละลายของบริษัท FTX ทำให้ลูกค้าหลายคนเข้าไม่ถึง และไม่สามารถถอนเงินทุนออกมาได้ ขณะที่ทนายความที่ดำเนินงานเกี่ยวกับคดีล้มละลายระบุว่า นับแต่นั้นมาก็สามารถรวบรวมเงินมหาศาลที่หายไปมาได้แล้ว
การพิจารณาคดีของแบงค์แมน-ฟรายด์ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงเท่านั้น แบงค์แมน-ฟรายด์ ถูกมองเป็นตัวอย่างของปัญหาที่อยู่ในวงการเงินดิจิทัล ซึ่งทางการสหรัฐฯ ชี้ว่า เต็มไปด้วยเรื่องผิดกฎหมาย
ก่อนการล่มสลายของบริษัทต่าง ๆ ของแบงค์แมน-ฟรายด์ เขาเป็นที่รู้จักจากภาพการร่วมวงกับเหล่าคนดัง ปรากฏตัวบ่อยครั้งในกรุงวอชิงตัน ดีซี และบนหน้าสื่อ รวมถึงท่าทีแบบคนรุ่นใหม่ ทรงผมแหวกแนว ที่มาแสดงความเห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรม
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ FTX และการบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจต่าง ๆ ได้สำเร็จเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงที่ตลาดขาลงกำลังกระทบบริษัทอื่น ๆ อย่างหนัก ทำให้เขาได้สมญานามว่า “ราชันแห่งคริปโต”
การล่มสลายของ “ราชันแห่งคริปโต”

ที่มาของภาพ, FTX
ย้อนไปเมื่อปลายปีก่อน ในเวลาไม่ถึง 8 วัน แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ กลายสภาพจากอภิมหาเศรษฐีฉายา “ราชันแห่งคริปโต” สู่การยื่นขอล้มละลายและก้าวลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเผชิญกับการสอบสวนจากสำนักสอบสวนกลางของสหรัฐฯ ถึงการบริหารการเงินของบริษัทที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
วันที่ 1 ธ.ค. 2022 แบงค์แมน-ฟรายด์ ออกมาขออภัยออกสื่อ ต่อ “ความผิดพลาดมากมาย” ที่นำไปสู่การล่มสลายของบริษัทแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยอ้างว่า เขาไม่รู้ตัวว่าได้กระทำการฉ้อฉล
“ผมไม่เคยโกงใครเลย” แบงค์แมน-ฟรายด์ กล่ายในการประชุม “ดีลบุ๊ก” ที่จัดขึ้นโดย ซีเอ็นบีซี และนิวยอร์กไทมส์
“ผมเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น... ชัดเจนว่าผมได้ทำผิดพลาดมากมาย ผมยอมแลกทุกอย่างให้ได้กลับไปแก้ไข”
แบงค์แมน-ฟรายด์ ปรากฏตัวในการสัมมนาดังกล่าวผ่านวิดีโอคอลล์ จากบาฮามาส โดยเขาเปิดใจว่า รู้สึกตกตะลึงกับข้อมูลที่ปรากฏขึ้น ภายหลังเขาลาออกจากการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FTX เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2022 พร้อมกับยื่นขอล้มละลาย
เรื่องราวของ แซม แบงค์แมน-ฟรายด์
แบงค์แมน-ฟรายด์ ศึกษาจบปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ โดยเขาศึกษาในสาขาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์
แต่ แบงค์แมน-ฟรายด์ เปิดเผยว่า การศึกษาในเอ็มไอทีไม่ใช่ปัจจัยสู่ความสำเร็จ แต่เป็นบทเรียนที่เขาได้เรียนรู้ในหอพักนักศึกษา ที่ทำให้เขาร่ำรวยถึงขนาดนี้ (ก่อนจะล้มละลาย)
เขาเคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเรดิโอ (สถานีวิทยุของบีบีซี) ว่า เขาได้เข้าร่วมในการขับเคลื่อน “การเสียสละที่เปี่ยมศักยภาพ” ผ่านการเข้าร่วมในชุมชนของเหล่าบุคคลที่ “พยายามหาแนวทางที่เป็นรูปธรรม ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเราสร้างประโยชน์เชิงบวกต่อโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
ยกตัวอย่างเช่น แบงค์แมน-ฟรายด์ ตัดสินใจเข้าสู่วงการธนาคาร เพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อนำเงินเหล่านี้คืนกลับให้สังคม
เขาเล่าว่า ได้เรียนการเทรดหุ้นจากการเข้าไปทำงานที่บริษัท เจน สตรีท ในนครนิวยอร์กอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเบื่อ แล้วหันไปลองทดลองเทรดบิตคอยน์
เขาสังเกตเห็นมูลค่าที่แตกต่างกันของบิตคอยน์ในแต่ละแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล จึงเริ่มการซื้อบิตคอยน์จากที่หนึ่งที่ราคาต่ำกว่า แล้วนำไปขายที่อื่น เพื่อผลกำไรจากส่วนต่างของมูลค่า

ที่มาของภาพ, FTX
แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีหลายพันล้านอย่างเต็มตัวในปี 2021 ซึ่งเป็นผลจากบริษัทแห่งที่ 2 ของเขา ที่มีชื่อเสียงในโลกคริปโต คือ FTX ซึ่งต่อมากลายเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในโลก ถือเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการที่มีการเทรดเป็นมูลค่า 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทุกวัน เป็นรองเพียงไบแนนซ์
ช่วงต้นปี 2022 บริษัท FTX มีมูลค่ามากถึง 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทรงอิทธิพลถึงขั้น มีการตั้งชื่อสนามบาสเก็ตบอลตามชื่อบริษัท และมีผู้มีชื่อเสียงมากมายให้การยอมรับ รวมถึงนักกีฬาเอ็นเอฟแอล ทอม เบรดี
ในห้วงเวลาของความสำเร็จอันหอมหวาน แบงค์แมน-ฟรายด์ ก็คอยบอกเล่าถึงไลฟ์สไตล์ของเขาผ่านทวิตเตอร์อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการชอบนอนบนถุงผ้า (bean bag) ข้างโต๊ะทำงานในออฟฟิศเป็นหลัก พร้อมโพสต์ภาพตัวเขาเอง นอนข้าง ๆ พนักงาน
อีกทวิตหนึ่ง เขาโพสต์ในช่วงเช้าตรู่ว่า “เขานอนไม่หลับ เลยเข้าไปทำงาน”










