"ราชันแห่งคริปโต" ทำผมสูญเงินถึง 77 ล้านบาท

Sunil Kavuri
คำบรรยายภาพ, สุนิล คาวุรี

คดีฉ้อโกงของผู้ที่ถูกเรียกขานว่า "ราชันแห่งคริปโต" กำลังจะเริ่มการพิจารณาคดี หนึ่งในเหยื่อที่ต้องสูญเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐไปกับการล่มสลายของ แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ เปิดเผยกับบีบีซีฟังถึงต้นเหตุแห่งชะตากรรมที่โหดร้าย รวมทั้งความหวังที่มีอยู่ เพื่อทวงคืนเงินกลับมาให้ทั้งตัวเขาและเหยื่อคนอื่น ๆ หลายร้อยคนทั่วโลก

ตราบใดที่การล่มสลายของอาณาจักรธุรกิจของแซม แบงค์แมน-ฟรายด์ หรือ ที่รู้จักกันว่าคือ "ราชันแห่งคริปโต" ยังไม่สิ้นสุด สุนิล คาวุรี ชายชาวอังกฤษก็ยังมีความหวังว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะพลิกฟื้นคืนมา

ในช่วงแรกเริ่มของดรามา แม้ว่านักลงทุนรายอื่น ๆ ดูเหมือนจะตื่นตระหนกกับเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น แต่สำหรับสุนิล เขายังครองสติอยู่ได้ จากประสบการณ์ในการลงทุนกับสกุลเงินดิจิทัล ทำให้เรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้นไม่ได้รบกวนความรู้สึกของเขามากนัก

ไม่เพียงเท่านั้น แบงค์แมน-ฟรายด์ ที่แต่งตั้งตัวเองเป็น "ผู้กอบกู้แห่งคริปโต" ก็ยังพร่ำบอกคนทั่วโลกว่า ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น

แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีข้อความโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ระบุว่า "บริการถอนเงินถูกระงับ"

สรุปคือ บริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก ได้ยื่นขอล้มละลายในสหรัฐฯ

สำหรับ คาวุรี แล้ว ประสบการณ์การเทรดที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปี มาถึงวันนี้นับได้ว่าสูญเปล่า ด้วยเขาเพราะต้องสูญเงินไปกว่า 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 77 ล้านบาท

"ปกติแล้ว ผมต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรีเฟรสหน้าเว็บและพยายามส่งอีเมล์ไปยังแผนกสนับสนันลูกค้าของบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ เพื่อขอถอนเงินออกมา จนผมรู้สึกป่วย ผมก็ได้คิดเพียงว่า โอ้พระเจ้า มันจบแล้ว ผมสูญเสียทุกอย่างแล้ว" เขาบรรยายความรู้สึก

นายคาวุรี ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านเดอร์บีเชอร์ในสหราชอาณาจักร กำลังเก็บเงินเพื่อที่จะซื้อบ้านหลังใหม่ รวมทั้งส่งลูกชายเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบปีแล้ว ที่ทุกอย่างที่กล่าวมายังเป็นเพียงแผนการบนกระดาษเท่านั้น

FTX logo

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, บริษัท เอฟทีเอ็กซ์ เคยเป็นผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ปลอดภัยสำหรับนักค้าสินทรัพย์ดิจิทัล

บีบีซีเชื่อว่า เขาเป็นเหยื่อที่ได้รับผลกระทบอย่างเลวร้ายที่สุดในสหราชอาณษจักร จากการล้มละลายของบริษัท เอฟทีเอ็กซ์

แต่ก็ยังมีเหยื่อในลักษณะเดียวกันอย่างคาวุรีอยู่ทั่วโลก เขาจึงลุกขึ้นมาเป็นผู้ทวงหนี้จากบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ เพื่อช่วยเหยื่อรายอื่นให้มาร่วมดำเนินคดี และต่อสู้เพื่อทวงเงินคืน

"มีเหยื่อคนหนึ่งในตุรกี เหลือเงินในบัญชีธนาคารเพียง 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 22,000 บาท) หลังเขาสูญเสียทุกอย่าง (จากการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล) ส่วนเหยื่ออีกคนที่เกาหลีใต้ ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" เขาเล่าย้อนให้ฟัง

ในปัจจุบัน นายคาวุรีกำลังช่วยเหลือนักลงทุนที่เป็นเหยื่อของบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ในหลายพื้นที่ทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อาร์เจนตินา, นครดูไบ, ตุรกี, ฮ่องกง, จีน และสิงคโปร์ ส่วนใหญ่จะสูญเงินไปไม่กี่ร้อยดอลลาร์สหรัฐ หลายหมื่นดอลลาร์ และมีหนึ่งรายที่เสียเงินไปหลายล้านดอลลาร์อย่างที่เขาเป็น

อย่างไรก็ตาม บรรดาเหยื่อทั้งหมดต่างจับตาการพิจารณาคดีนี้ในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด

Sam Bankman-Fried
คำบรรยายภาพ, แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ที่ตอนนี้ยื่นล้มละลายทางธุรกิจ

ผู้พิพากษาในสหรัฐฯ ตั้งข้อหาต่อนายแซม แบงค์แมน-ฟรายด์ ทั้งหมด 7 ข้อหา เกี่ยวกับการฉ้อโกง, สมคบคิดและฟอกเงิน

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ในวัย 31 ปี และจำเลยอีกรายคือกองทุนบริหารความเสี่ยงชื่อ บริษัท อะลาเมดา รีเสิร์จ (Alameda Research) ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและกำลังเดินทางจากเรือนจำไปยังศาลนครนิวยอร์กเพื่อต่อสู้คดีนี้

ส่วนผู้บริหารรายอื่นของบริษัทกลับรับสารภาพ และคาดว่าจะมอบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า อาณาจักรธุรกิจของนายแบงค์แมน-ฟรายด์ ที่ครั้งหนึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.46 ล้านล้านบาท) พังทลายลงได้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ บริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ถือว่าเป็นตลาดการซื้อขายและแลกเปลี่ยนเงินสกุลคริปโตแห่งหนึ่งที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนเงินสกุลดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ จนสามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาร่วมเทรดได้ถึง 9 ล้านราย จาก 100 ประเทศ

แต่เมื่อบริษัทล้มละลาย ทำให้ผู้ใช้งานในระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนของบริษัทมากกว่าหนึ่งล้านรายต้องหมดเงินในกระเป๋า เพราะพวกเขาถอนเงินออกมาไม่ทัน

ข้อกล่าวหาที่หนักหน่วงต่อนายแบงค์แมน-ฟรายด์ คือ การที่เขาฉ้อโกงลูกค้า ด้วยการที่เขาใช้สินทรัพย์ของลูกค้ามาเพื่อประคองความเสี่ยงในการลงทุนในบริษัท อะลาเมดา ของเขาเอง และยังใช้เงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐไปกับการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์หรูหรา และการบริจาคเงินเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง

ทว่า ก่อนหน้านี้เขาอธิบายว่า "ผมไม่ได้ขโมยกองทุนเหล่านั้น และไม่แอบซ่อนเงินจำนวนหลายพันล้านเหล่านั้นไว้"

หายนะของเขาเริ่มขึ้นจากสำนักข่าวคอยน์เดสค์ ตีแผ่บทความเกี่ยวกับความเปราะบางทางการเงินของบริษัท อะลาเมดา รีเสิร์จ และ บริษัท เอฟทีเอ็กซ์

ต่อมาลูกค้าต่างตื่นตระหนกและพากันแห่ถอนเงินเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากแพลตฟอร์มการเทรดของเอฟทีเอ็กซ์ จนล้มละลาย

นายแบงค์แมน-ฟรายด์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน รวมทั้ง บีบีซี ในเวลาสั้น ๆ ก่อนที่เขาจะถูกจับกุมตัวที่บาฮามาส ว่า เขาขอโทษสำหรับความผิดพลาดทางการเงินที่เขาทำลงไป อย่างไรก็ตาม เขายังคงยืนกรานว่า ทั้งหมดไม่ได้เป็นความจงใจของเขา หรือ ความต้องการก่ออาชญากรรมใด ๆ

"จริง ๆ แล้ว แซม แบงค์แมน-ฟรายด์ ได้ทำลายชีวิตผู้คนไปจำนวนมากแล้ว" นายคาวุรี กล่าว

นายคาวุรีเองก็ไม่ต่างจากจากนักลงทุนจำนวนมากที่เป็นลูกค้าของบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ที่กล่าวโทษบรรดาบุคคลที่อยู่เบื้องหลังนายแบงค์แมน-ฟรายด์ ที่ทำให้เขาสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีชื่อเสียง ที่เข้ามาช่วยโปรโมตบริษัทของเขาให้มีภาพลักษณ์ว่า การลงทุนกับบริษัทของเขาปลอดภัยและเชื่อถือได้

จุดสูงสุดของบริษัทนี้ปรากฏในปี 2022 เมื่อบริษัทนี้ ซื้อโฆษณาในช่วงการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ในสหรัฐฯ โดยภาพยนตร์โฆษณาที่ออกอากาศไปมีดาราตลกชื่อดังอย่าง แลร์รี เดวิด ออกมาเชิญชวนให้ลงทุนภายใต้สโลแกน "ห้ามพลาด"

Larry David FTX advert
คำบรรยายภาพ, แลร์รี เดวิด ดาราตลกชื่อดังร่วมแสดงในภาพยนตร์โฆษณาของบริษัท เอฟทีเอ็กซ์

จนถึงตอนนี้ นายคาวุรีได้ฟ้องร้องคดีแพ่งต่อกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และผู้มีชื่อเสียงเหล่านั้นไปแล้ว 2 คดี จากจำนวนคดีอื่น ๆ ที่คาดว่าจะตามมา ขณะที่เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเงินของบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ อาจจะต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะคลี่คลาย ขณะเดียวกันทนายความก็คงใช้ความพยายามในหลายช่องทางเพื่อให้สามารถทวงเงินคืนกลับมาได้

สัปดาห์ที่ผ่านมา พ่อและแม่ของนายแบงค์แมน-ฟรายด์ ก็ถูกดำเนินคดีเช่นกัน ฐานที่พวกเขาได้รับทรัพย์สินจากลูกชาย ท้ังในรูปแบบเงินสดและอสังหาริมทรัพย์หรูในบาฮามาส

นายคาวุรียอมรับว่า เขายังมีความเชื่อมั่นต่อบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ อยู่ ขณะที่บริษัทร่วมทุน Sequoia Capital ยังคงให้กับการสนับสนุนเงินทุนอยู่ด้วยการลงทุนมูลค่า 213 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ตอนนี้เงินทุนดังกล่าวกลับลงบัญชีเป็น "ส่วนที่ขาดทุน"

"ในตอนนั้น ผมเห็นมีกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ต่างเข้ามาการันตีให้กับบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ จึงทำให้ผมเชื่อว่า โอเค นี่คงเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมาย" เขาระบุ

Sunil Kavuri
คำบรรยายภาพ, สุนิล คาวุรี ต้องเผชิญกับการรอคอยอันแสนยาวนานและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนที่จะได้เงินลงทุนกลับคืนมา

ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ครอบครัวของเขาได้ต้อนรับสมาชิกใหม่คือ ลูกคนที่สอง ซึ่งจะกลายเป็นแรงผลักดันอีกแรงที่จะทำให้เขาลุกขึ้นมาฮึดสู้ เพื่อทวงเงินที่เขาสูญเสียมาให้ได้

สิ่งที่เขาทำได้ในขณะนี้คือ จับตามอง รอคอย และมีความหวัง

อีกด้านหนึ่งคือ ฝ่ายทนายความของนายแซม แบงค์แมน-ฟรายด์ ยังคงไม่ปริปากและไม่ให้ความเห็นใด ๆ ต่อเรื่องนี้