You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สร้างรถไฟฟ้า 10 ปีย้อนหลัง อุบัติเหตุ 417 ครั้ง วิจัยชี้เหตุหลักโครงการไม่สนการจัดการหน้างาน
อุบัติเหตุรางจ่ายไฟฟ้าของรถไฟฟ้า สายสีชมพู ร่วงหล่นลงบนถนนติวานนท์ หน้าตลาดกรมชลประทาน ย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร ถูกอธิบายผู้บริหารกระทรวงคมนาคมว่า เกิดจากการรื้อถอนงานจราจรใต้ทางรถไฟฟ้าที่ไปกระแทกกับรางจ่ายไฟ ทำให้เกิดการหลุดร่วงลงมา
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลา 4.45 น. ในช่วงเช้ามืดวันที่ 24 ธ.ค. รางจ่ายกระแสไฟฟ้า (Conductor rail) ซึ่งเป็นอะลูมิเนียม ลักษณะเส้นยาว หลุดจากตัวยึดบนคานคอนกรีตสำหรับตัวรถไฟฟ้าใช้วิ่งที่บริเวณใกล้กับสถานีสามัคคี (PK04) หน้าตลาดกรมชลประทาน เป็นเหตุให้รถยนต์ที่จอดใต้สถานีจำนวน 3 คัน ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 1 ต้น
ในวันเดียวกัน ยังเกิดอุบัติเหตุภายในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง หน้าสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ คนงานชายเสียชีวิต 1 ราย จากการถูกเหล็กเส้นขนาดใหญ่ 3 เส้นหล่นทับร่าง ระหว่างที่รถเครนกำลังยกเหล็กเส้นดังกล่าว
10 ปี อุบัติเหตุ 417 ครั้ง เปิด 4 สาเหตุ อุบัติเหตุพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า
อุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าเกิดขึ้นหลายครั้ง นับตั้งแต่ประเทศไทยมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสายในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
งานวิจัยที่ชื่อว่า "การประเมินปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยโดยรูปแบบสภาพการณ์ดัชนี" โดย ฐิติวัฒน์ ตรีวงศ์ และคณะ จากภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเผยแพร่ในการประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 28 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ระหว่างปี 2555-2565 การก่อสร้างรถไฟฟ้า จำนวน 6 สาย ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่แล้วก่อสร้างทั้งสิ้น 417 ครั้ง ปีที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือปี 2559 เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 71 ครั้ง
จากตัวเลขสถิตินี้ นักวิจัยด้านวิศวกรรมชี้ว่าจำนวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ยังคงมีแนวโน้มไม่ลดลง โดยคณะวิจัยชี้ว่า เป็นเพราะยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตเมืองเพิ่มขึ้นและเขตพื้นที่ก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่ในเขตชุมชน จึงมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ตามมา
ผลวิจัยที่ใช้วิธีการคำนวณดัชนี จากการให้ข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในงานก่อสร้างรถไฟฟ้าชี้ว่า ปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยโดยรวม ได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน ตามด้วยปัจจัยเสี่ยงด้านลักษณะงาน สิ่งแวดล้อมในการทำงาน และความประมาทของคนงานก่อสร้าง ตามลำดับ
คณะวิจัยชี้ว่า ปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยอันดับหนึ่ง มีสาเหตุอันเนื่องมาจาก ทั้ง "คน สภาพแวดล้อม เครื่องจักร วัสดุ และการจัดการที่หน้างานในงานก่อสร้างรถไฟฟ้ามีความซับซ้อน และมีหลายภาคส่วนเกี่ยวข้องส่งผลให้ลักษณะการทำงานควบคุมได้ยาก"
คนงานรับรู้เรื่องความปลอดภัยน้อย
ผลวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากลักษณะงานของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าบริเวณพื้นที่ก่อสร้างของ รฟม. พบว่า ความเสี่ยงสูงสุด เกิดจากกรณีที่มีวัสดุตกใส่ และการใช้เครื่องทุนแรงและเครื่องกล ตามมาด้วยการพังของโครงสร้าง และการพลัดตกจากที่สูง
"โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าไม่ค่อยให้ความสำคัญกับลักษณะงานที่ซับซ้อนที่มีความเกี่ยวข้องมากมายในพื้นที่หน้างานก่อสร้างจึงส่งผลให้เกิดอุบัติการณ์หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้"
คุณภาพชีวิตและค่าแรงของแรงงานก่อสร้าง ยังเป็นปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตระหนักเรื่องความปลอดภัยของตัวแรงงานเอง
งานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของคนงานก่อสร้าง มีสาเหตุมาจากเรื่องการแต่งกาย และการเจ็บป่วยแต่ยังฝืนมาทำงาน ทั้งสองกรณีเป็นปัจจัยเสี่ยงในอันดับต้น ๆ ขณะที่สาเหตุรองลงมา ได้แก่ การใส่รองเท้าแตะขณะทำงานทำให้เกิดการลื่นล้ม การทิ้งตะปูเรี่ยราด ทำให้คนงานคนอื่นเหยียบโดนจนบาดเจ็บ
"คนงานมักไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตตนเอง เพราะต้องการหาเงินในการดำรงชีวิตและครอบครัวมากกว่า" คณะวิจัยระบุ พร้อมบอกว่า การวิเคราะห์นี้สอดคล้องกับงานวิจัยเรื่องการก่อสร้างรถไฟใต้ดินในจีน ที่พบว่า การรับรู้ด้านความปลอดภัยที่หน้างานก่อสร้างมีน้อยมาก
ปัจจัยที่มากจาก "คน" ยังเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ในงานศึกษาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและแนวทางในการป้องกันของงานก่อสร้าง กรณีศึกษาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สำรวจจากวิศวกรโครงการ วิศวรสนาม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยการทำงาน สถาปนิก โฟร์แมนก่อสร้าง คนงานก่อสร้าง รวม 261 คน ชี้ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้าง ในส่วนที่มาจากคน เกิดขึ้นเพราะไม่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยของโครงการ ทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมาก
นอกจากนี้ ในด้านที่เกิดจากความบกพร่องของเครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในกรณีโครงการไม่มีการฝึกอบรมในการใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ให้แก่คนงานทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุที่มากเช่นกัน รวมทั้ง การไม่ได้รับการส่งเสริมจิตสำนึกในระหว่างการปฏิบัติงานของด้านความปลอดภัยก็ส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วย
อุบัติเหตุที่มีปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
งานวิจัยที่ชื่อว่า "การประเมินปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าฯ” ยังแจกแจงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งพบว่ากรณีทำงานในที่อับอากาศถือเป็นความเสี่ยงสูงสุด
ผลการวิเคราะห์เรื่องสภาพแวดล้อมการทำงานที่เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุ เรียงตามลำดับเสี่ยงสูง-น้อย ได้แก่
- ทำงานในที่อับอากาศ 92%
- การสั่นสะเทือนของเครื่องทุ่นแรงและเครื่องกล 88%
- ทำงานในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอหรือมากเกิน 84%
- มีฝุ่นละออง 80%
- มีเสียงรบกวนตลอดเวลา 76%
สาเหตุเบื้องต้นรถไฟฟ้าสายสีชมพู
นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นระหว่างที่บวนรถตรวจสอบความพร้อมเส้นทางก่อนเปิดให้บริการ กำลังเคลื่อนที่เพื่อตรวจสอบเส้นทางเดินรถไฟฟ้าก่อนเวลาเปิดให้บริการ ซึ่งในขณะนั้นอยู่ระหว่างสถานีสนามบินน้ำ กับสถานีแคราย ระหว่างนั้น รางจ่ายกระแสไฟฟ้าที่อยู่ด้านข้างคานทางวิ่งฝั่งด้านนอกหลุดร่วง ทำให้รถไฟฟ้าเบรกฉุกเฉิน และระบบตัดกระแสไฟอัตโนมัติ
รมช.คมนาคม กล่าวว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าเป็นผลจากการที่งานรื้อถอนเพื่อคืนผิวจราจรในช่วงกลางคืน จากการมีรถเครนได้ดึงแผ่นชีตไพล์ของโครงการระบบสาธารณูปโภคบริเวณใกล้เคียงออกตามขั้นตอนก่อสร้างเมื่องานแล้วเสร็จ สันนิษฐานว่า ระหว่างดำเนินการแผ่นชีตไฟล์อาจเกิดการกระแทกเข้าไปกับรางนำจ่ายไฟฟ้า ทำให้ระดับของรางจ่ายไฟฟ้าไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เมื่อมีตัวรับกระแสไฟฟ้าที่ติดกับตัวรถไปกระแทกส่งผลให้ตัวรางขยับ และมีชิ้นส่วนที่หลุดติดกับล้อตัวขบวนรถไป ทำให้ไปเกี่ยวรางนำไฟฟ้าจนเคลื่อนที่แล้วร่วงลงมาด้านล่าง และลากเอารางจ่ายกระแสไฟฟ้าหลุดออกทั้งแนว
นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ตอนที่รื้อถอนไม่มีการจ่ายไฟ และเมื่อเกิดเหตุ ไม่ได้แจ้งกับผู้ประกอบการเดินรถไฟฟ้า จึงทำให้เมื่อมีการเดินขบวนรถตรวจสอบจึงพบปัญหาดังกล่าว
รถไฟฟ้าสายสีชมพู เพิ่งเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยให้บริการตลอดสาย 30 สถานี ตั้งช่วงสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ถึงสถานีมีนบุรี จากการเปิดให้บริการใน 2 วันแรก กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า มีผู้ใช้บริการถึง 149,172 เที่ยวคน และสถิติผู้โดยสารตั้งแต่เปิดทดลองใช้จนถึงวันที่ 24 ธ.ค. อยู่ที่กว่า 2.9 ล้านเที่ยวคน
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีผู้รับสัมปทานให้บริการเดินรถ ได้แก่ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด บริษัทในเครือบีทีเอส กรุ๊ปฯ ส่วนผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)