สำรวจค่ายพักพิงผู้ลี้ภัยสงครามชาวเมียนมา ณ ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก

นับตั้งแต่ปี 2021 มีชาวเมียนมาหลายหมื่นคนอพยพข้ามชายแดนมาฝั่งไทย

ที่มาของภาพ, BBC/Jonathan Head

คำบรรยายภาพ, นับตั้งแต่ปี 2021 มีชาวเมียนมาหลายหมื่นคนได้อพยพข้ามชายแดนมาฝั่งไทย
    • Author, โจนาธาน เฮด
    • Role, รายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก

ที่พักกลางไร่อ้อยซึ่งสร้างขึ้นจากไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยใบจาก ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนที่หลบภัยหรือเซฟเฮาส์

แต่ที่นี่เป็นที่หลบซ่อนตัวของ ซานเจย์ (นามสมมติ) และคนอื่น ๆ อีกแปดคน นับตั้งแต่หลบหนีมาจากเมียนมาเพื่อให้ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร

ตอนนี้พวกเขาลี้ภัยอยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยอาศัยอยู่ในบ้านพักที่ดูเรียบง่าย ท่ามกลางเสียงร้องของเป็ด ไก่ และแพะจำนวนหนึ่ง

"ผมเคยรู้สึกกลัวทุกวันตอนอยู่ที่บ้านว่า เขาจะนำตัวผมไปเข้ากองทหาร" ซานเจย์เล่าให้ฟังและอธิบายต่อว่า "แม้ว่าพวกเราจะมีอาหารจำนวนเพียงเล็กน้อย แค่ข้าวและผัก แต่ไม่มีใครเข้ามาทำอันตรายเราได้ ผมรู้สึกเป็นอิสระที่นี่ในประเทศไทย"

แม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยโคลน ซึ่งในฤดูแล้งจะยิ่งแห้งและสายน้ำแคบลง เป็นเพียงสิ่งเดียวที่แบ่งแยกพื้นที่เมียนมาออกจากไทย

นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2021 มีผู้คนหลายหมื่นคนใช้เส้นทางนี้ในการลี้ภัยเข้ามายังเขตชายแดนไทยใน อ.แม่สอด จ.ตาก กลุ่มผู้ลี้ภัยชุดล่าสุดคือกลุ่มคนหนุ่มที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมาได้ประกาศใช้กฎหมายบังคับเกณฑ์ทหารแก่พลเรือนชายและหญิงในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา สำหรับผู้ชาย คือผู้ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 18-35 ปี กลุ่มคนรุ่นใหม่ล้วนคัดค้านการบังคับใช้กฎหมายใหม่นี้ที่กลายเป็นชนวนให้คนหนุ่มอพยพออกจากประเทศ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อ.แม่สอด ได้กลายเป็นที่หลบภัยที่ไม่สะดวกสบายนักสำหรับชาวเมียนมาที่หนีออกมา มันให้ความรู้สึกคล้ายกับสถานการณ์ในสงครามเย็นในกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี หรือความรู้สึกในเมืองคาซาบลังกาซึ่งปรากฏในภาพยนตร์ชื่อดัง แม่สอดเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยถูกเนรเทศ ซึ่งกำลังรอคอยข้อเสนอให้เป็นผู้ลี้ภัย พวกเขาหวาดกลัวสายลับและผู้คอยแจ้งเบาะแสอยู่เสมอ และมีชีวิตอยู่ในภาวะที่เกือบจะวิตกกังวลตลอดเวลา

"ผมเคยเป็นคนเกเรคนหนึ่ง ผมเคยทำตามใจตัวเองทุกอย่าง ไม่เคยฟังคำพูดจากแม่และไม่มีความสนใจใด ๆ ในทางการเมืองเลย" ซานเจย์เล่า

ชีวิตและความคิดของซานเจย์เปลี่ยนไปหลังการรัฐประหาร ในตอนนั้นพ่อของเขาถูกสั่งจำคุกโดยกองทัพเนื่องจากให้การช่วยเหลือฝ่ายต่อต้าน เขาไม่เคยมีความคิดว่าจะต้องละทิ้งบ้านเกิดเลย จนกระทั่งเขาได้รับหมายเรียกเขาให้รับการเกณฑ์ทหาร

"ไม่มีทางที่ผมจะเข้าไปต่อสู้เพื่อพวกเขาเพื่อต่อต้านชาวพม่าคนอื่น ๆ" ซานเจย์ กล่าว

ซานเจย์และเพื่อนอีกแปดคนซ่อนตัวอยู่ในที่พักพิงแห่งนี้

ที่มาของภาพ, BBC/Lulu Luo

คำบรรยายภาพ, ซานเจย์และคนอื่น ๆ อีกแปดคน ซ่อนตัวอยู่ในที่พักพิงแห่งนี้

ในเมืองเมียวดี ซึ่งอยู่อีกฝากหนึ่งของแม่น้ำตรงข้าม อ.แม่สอด ของไทย กองทัพเมียนมาก็เพิ่งจะพ่ายแพ้อีกครั้งจากการสู้รบกับฝ่ายต่อต้าน

ความพ่ายแพ้ในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับกองทัพเมียนมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งในรัฐฉานและคะฉิ่นทางตอนเหนือ และในรัฐยะไข่ในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ ทำให้กองทัพเมียนอยู่ในสภาวะขาดแคลนทหารใหม่อย่างหนัก ขณะที่ทหารหลายพันนายก็เสียชีวิตในการทำสงคราม บางส่วนได้รับบาดเจ็บ ถูกควบคุมตัว หรือไม่ก็ละทิ้งหน้าที่ไป

ซานเจย์บอกว่าเขาไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในกองทัพเมียนมา ดังนั้น แม่ของเขาจึงช่วยให้เขาหนีออกมา โดยเดินทางร่วมกับเขาบนรถบัสโดยสารบนเส้นทางอันยาวนานและเต็มไปด้วยอันตรายเพื่อให้มาถึงชายแดนไทย

เขาสามารถเข้ามาพำนักในไทยได้เป็นระยะเวลาสองสัปดาห์เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของเมียนมา ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านพ้นระยะเวลานั้นไปแล้ว แต่เขายังโชคดีที่มีลุงผู้ซึ่งอาศัยอยู่ใน อ.แม่สอด คอยช่วยเหลือเขาไว้

อย่างไรก็ตาม เขาจำต้องนอนราบต่ำ ๆ อยู่ในไร่แห่งนี้เพื่อความปลอดภัย เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมและส่งตัวกลับประเทศได้ทุกเมื่อหากเขาเดินทางเข้ามาใน อ.แม่สอด แต่เขาเองก็ไม่เคยคิดเสียใจกับการตัดสินใจหนีมาไทยครั้งนี้

มีกลุ่มผู้ที่ต้องการปฏิวัติที่ลี้ภัยนอกประเทศที่ยังให้การสนับสนุนนางออง ซาน ซู จี ผู้นำผ่านการเลือกตั้งที่ถูกรัฐประหารยึดอำนาจ

ที่มาของภาพ, BBC/ Lulu Luo

คำบรรยายภาพ, มีกลุ่มผู้ที่ต้องการปฏิวัติที่ลี้ภัยอยู่นอกประเทศที่ยังให้การสนับสนุนนางออง ซาน ซู จี

ในพื้นที่ของ อ.แม่สอด ในขณะนี้เต็มไปด้วยที่พักของผู้ลี้ภัยจำนวนมาก ตามท้องถนนกลายเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ลี้ภัยที่ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตให้อยู่ในไทยอย่างถูกต้อง บางคนอาศัยอยู่ในหอพักที่จัดแจงไว้เป็นอย่างดีด้วยเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรความช่วยเหลือนานาชาติ ในขณะที่อีกหลายคนต้องไปอาศัยอยู่ตามอาคารพาณิชย์ร้างในตลาด หรือใช้แผ่นไม้อัดหรือผ้าใบพลาสติกกั้นเป็นห้องเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัวสามารถเอนกายพักผ่อนได้

ที่พักซึ่งสภาพค่อนข้างดีอันหนึ่งเป็นที่อยู่ของครอบครัวที่มีสมาชิกห้าคน พวกเขาเพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีเสื้อผ้าติดมาบางส่วน พร้อมกับผ้าห่มอีกไม่กี่ผืน นอกจากนี้ก็ไม่มีสัมภาระอะไรอีกแล้ว ยกเว้นรถของเล่นสุดโปรดของลูกชายวัยห้าขวบเท่านั้น

ครอบครัวนี้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่อยู่ใกล้นครย่างกุ้ง หลังจากลูกชายคนโตที่มีอายุ 19 ปี ได้รับหมายเรียกเพื่อเกณฑ์ทหาร

"ผมยอมรับไม่ได้ที่จะเห็นลูกชายต้องถูกบีบบังคับให้ไปต่อสู้กับชายหนุ่มคนอื่น ๆ" พ่อของเขาเล่าให้ฟัง

พวกเขายังบรรยายถึงการเดินทางที่สุดแสนทรหดจากนครย่างกุ้งที่ใช้เวลาทั้งหมด 15 วัน ผ่านเนินเขาจำนวนมากในรัฐกะเหรี่ยงและข้ามแม่น้ำมายังไทยในช่วงกลางดึก ขณะที่เงินออมทั้งหมดของพวกเขาต้องสูญไปกับการจ่ายสินบนและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ในเช้าวันนั้น ผู้เป็นพ่อซึ่งเคยทำงานการรถไฟของเมียนมา พยายามที่หางานทำใน อ.แม่สอด แม้ค่าจ้างในอำเภอนี้จะน้อยนิด แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังหางานไม่ได้

ในพื้นที่ อ.แม่สอด มีประชากรชาวเมียนมากลุ่มใหญ่พักอาศัยอยู่

ที่มาของภาพ, BBC/ Lulu Luo

คำบรรยายภาพ, ในพื้นที่ อ.แม่สอด มีประชากรชาวเมียนมากลุ่มใหญ่พักอาศัยอยู่

พื้นที่ของ อ.แม่สอด กลายเป็นทั้งที่หลบภัยและที่กักขังสำหรับผู้ที่หลบหนีมาจากเมียนมาไปในเวลาเดียวกัน

ประเทศไทยมิได้เป็นภาคีในอนุสัญญาผู้ลี้ภัยปี ค.ศ. 1951 ขององค์การสหประชาชาติ และไม่มีมาตรการปกป้องอย่างเป็นทางการให้แก่ผู้ที่ลี้ภัยสงครามในเมียนมา ทั้งนี้ ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่มีเพียงเอกสารไม่กี่ชิ้นหรือบางคนก็ไม่มีเลย

เจ้าหน้าที่ทางการของไทยโดยมากแล้วใช้ความอดทนต่อการหลั่งไหลเข้ามาของชาวเมียนมา ซึ่งลี้ภัยเข้ามาเป็นระยะเวลาหลายทศวรรษแล้ว และตอนนี้แม่สอดก็กลายสภาพเกือบเป็นเมืองของชาวเมียนมาไปแล้ว ทว่าเมื่อไม่มีเอกสารสำคัญ พวกเขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกไปนอกเมือง นอกจากนี้เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก เช่น ตำรวจจะเรียกเก็บเงินราว 300 บาท ทุก ๆ เดือน สำหรับการออกบัตรผ่านจุดตรวจให้กับพวกเขาเพื่อแลกกับการไม่ถูกจับที่จุดตรวจ อย่างไรก็ตาม ชาวเมียนมาหลายคนยังคงถูกจับและบังคับใหัจ่ายเงินจำนวนมากกว่านั้นเพื่อแลกกับการปล่อยตัว

"(ที่นี่) มีความท้าทายด้านสุขภาพจิตอย่างมาก" เนย์ ชี วิน ผู้ประสานงานของจอยเฮาส์ (Joy House) ซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชนเชิงนวัตกรรมที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้วเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ลี้ภัยที่ต้องเผชิญกับความเครียดและภาวะซึมเศร้าอยู่บ่อยครั้ง

"พวกเราได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับกรณีการฆ่าตัวตายจำนวนมาก รวมถึงกรณีที่ผู้คนกำลังพูดถึงการฆ่าตัวตาย พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ หากย้อนกลับไปในเมียนมา พวกเขาอาจจะเคยมีอาชีพเป็นวิศวกรหรือนายแพทย์ แต่ที่นี่พวกเขากลายเป็นคนไร้รัฐ ไม่สามารถเรียนต่อได้ ไม่สามารถสนับสนุนครอบครัวของพวกเขาได้ บางครั้งพวกเขาก็เลิกห่วงใยชีวิตตัวเอง ด้วยการพึ่งพายาเสพติดหรือไม่ก็เครื่องดื่มแอลกอฮอล์"

ซานเจย์ตัดสินใจตามแบบอย่างที่เด็กหนุ่มหลายคนเคยทำมาแล้ว นั่นคือการข้ามชายแดนกลับไปเพื่อต่อสู้ เขาบอกว่า อย่างน้อยเขาก็จะได้รู้สึกว่าตัวเองมีเป็นประโยชน์ ทว่าการต่อสู้ที่โหดร้ายก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน การได้เข้าไปเป็นหนึ่งในอาสาสมัครของหน่วยในกองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือ พีดีเอฟ (People's Defence Force-PDF) ต้องใช้เวลาสี่เดือนในการฝึกฝนอย่างหนักโดยกลุ่มนักสู้มากประสบการณ์จากสหภาพกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union-KNU) ซึ่งหลายคนก็ไม่ผ่านการทดสอบนี้

การปรากฏตัวของทหารของไทยถือเป็นเรื่องชินตาของคนที่แม่สอด

ที่มาของภาพ, BBC/Jonathan Head

คำบรรยายภาพ, การปรากฏตัวของทหารของไทยถือเป็นเรื่องชินตาของคนที่แม่สอด

ขณะที่ชายหนุ่มคนอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีตอนนี้เข้ามาร่วมงานกับหน่วยโดรน เพื่อช่วยสร้าง ดัดแปลง และบังคับโดรน ซึ่งกำลังจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการทำสงคราม นั่นคือการทิ้งระเบิดขนาดเล็กในจุดที่แม่นยำ เพื่อทำลายขวัญกำลังใจของทหารคู่ต่อสู้

"ฉันคิดถึงขาของฉัน" อดีตนักรบจากกองกำลังพีดีเอฟในวัย 27 ปี บอกกับบีบีซีที่ถนนแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่ใน อ.แม่สอด

ชายผู้นี้เป็นอดีตเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านสารสนเทศที่เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านหลังจากเกิดรัฐประหารขึ้น แต่เคราะห์ร้ายที่เขาต้องสูญเสียขาข้างขวาไปเพราะเหยียบกับระเบิด

"[การเข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้าน] มันคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว"

คำแนะนำของเขาสำหรับบรรดาผู้หลบหนีการเกณฑ์ทหารที่ต้องการมีส่วนช่วยฝ่ายต่อต้านคือ ต้องคิดถึงทักษะที่มี

"การเข้าร่วมทีมโจมตีและต่อสู้ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด พวกเราจะต้องมีคนที่มีทักษะเชิงเทคนิคสำหรับหน่วยโดรน และเราต้องการคนที่เดินทางไปต่างประเทศได้และทำการระดมเงินมาช่วยเหลือ"

ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทย ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาพยายามแสดงให้เห็นว่าสามารถจัดการกับกลุ่มผู้ลี้ภัยที่ล้นเกินจากปัญหาความขัดแย้งภายในเมียนมาแล้วข้ามแดนเข้ามาได้ ด้วยการจัดการกันเองระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ แต่มาถึงตอนนี้ฝ่ายไทยกลับยอมรับแล้วว่า ระบอบทหารในเมียนมาอาจจะล่มสลาย และประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับคนเมียนมาอีกนับหมื่นคนที่จะข้ามชายแดนมาเพิ่ม

ขณะที่สถานการณ์การสู้รบในเมืองเมียวดีทำให้ทหารไทยต้องตรึงกำลังจนปรากฏให้เห็นในฝั่ง อ.แม่สอด มากขึ้น

ทหารไทยทำหน้าที่ตรวจตราตลอดริมฝั่งแม่น้ำ และเฝ้ามองข้ามแม่น้ำไปยังศูนย์สแกมเมอร์และกาสิโนที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่แห่งนี้ของเมียนมาแล้วหลายปี จนบัดนี้ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มต่อต้าน

ทว่า แม้จะมีสิ่งเตือนความทรงจำถึงการต่อสู้ของชาวเมียนมาอยู่ใกล้เพียงหน้าประตูบ้าน แต่สำหรับผู้ลี้ภัยที่เพิ่งเดินทางมาถึง อ.แม่สอด พวกเขาก็ยังคงรู้สึกโล่งใจ

คุณพ่อลูกสามคนที่ทีมงานบีบีซีคุยด้วยกังวลเกี่ยวกับการศึกษาของบรรดาลูกชาย ชาวเมียนมาที่เข้าเมืองมาโดยไม่มีเอกสารที่ถูกต้องย่อมไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของไทยได้ และโรงเรียนส่วนใหญ่ที่ใช้ภาษาพม่าใน อ.แม่สอด ก็มีการเก็บค่าธรรมเนียม เขาและภรรยาหวังว่า ลูกชายคนโตจะสามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์เพื่อเติมเต็มความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะเป็นคุณหมอได้

แต่ เขาบอกว่า แค่ออกจากเมียนมามาได้ พวกเขาก็ยินดีแล้ว

"ในสัปดาห์ที่แล้ว ฉันได้นอนหลับสนิทมากกว่าเวลาไหน ๆ นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเป็นต้นมา"